ใครจะเป็นจ้าวยุโรป!? ‘ราชันชุดขาว’ เปิดหน้าชน ‘หงส์แดง’ ศึกนี้แพ้ไม่ได้

เส้นทางแชมป์อยู่แค่เอื้อม! ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2017-2018 ใกล้ถึงเส้นชัยเต็มที เมื่อทีมดังจากสเปน อย่าง “เรอัล มาดริด” ดีกรีแชมป์ยุโรป 12 สมัย โคจรมาพบกับ “ลิเวอร์พูล” แชมป์ 5 สมัยจากเมืองผู้ดี ในนัดชิงชนะเลิศที่สนามเอสเอสซี โอลิมปิค สเตเดียม ณ กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน ผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร เวลา 01.45 น. รู้กัน

“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด แชมป์ยุโรป 12 สมัย ภายใต้การคุมทัพของ ซีเนดิน ซีดาน เฮดโค้ชชาวฝรั่งเศส ซึงถือเป็นกุนซือมากประสบการณ์ โดยพาทีมคว้าแชมป์ถ้วยใบนี้ 2 ปีติดต่อกันในฤดูกาล 2016 และ 2017 ที่ผ่านมา โดยราชันชุดขาวหวังครอบครองถ้วยใบนี้เป็นอย่างมาก หลังผิดหวังในการคว้าแชมป์ลีกและเข้าป้ายเป็นอันดับที่ 3 ส่วนการจัดทัพคงไม่มีปัญหา เนื่องจากผู้เล่นตัวหลักฟิตสมบูรณ์ครบทุกตำแหน่ง

สำหรับ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะได้ลงสนาม ในระบบ 4-3-1-2 ประกอบด้วย เคย์เลอร์ นาวาส ผู้รักษาประตู , กองหลัง ดาเนียล การ์บาฆัล, ราฟาเอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ วิเอยร่า กองกลาง คาเซมิโร่, โทนี่ โครส, ลูก้า โมดริช, อิสโก้ กองหน้า คริสเตียโน โรนัลโด้ ผสานงานกับ คาริม เบนเซม่า

ขณะที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แชมป์ 5 สมัย ภายใต้การคุมทัพของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ที่มีสถิตินัดชิงชนะเลิศไม่ดีสักเท่าไหร่ แต่เส้นทางในการก้าวสู่แชมป์ก็มีสิทธิ์เป็นไปได้เสมอ ซึ่งสโมสรแห่งนี้ร้างลาจากถ้วยใบนี้นานกว่า 13 ปี หลังจากคว้าแชมป์ที่อิสตันบูลได้ในปี 2005 แต่ถือว่าปีนี้เป็นฤกษ์งามยามดีที่เครื่องจักรสีแดงภายใต้การคุมทัพของกุนซือนอร์มอล วัน กลับมาทำงานอีกครั้ง โดยมีแนวรุกที่จัดจ้านครบเครื่องทั้ง โรแบร์โต ฟิร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เป็นกำลังหลักทำสกอร์ในรอบทีผ่านๆมา ก่อนก้าวสู่ผู้ท้าชิงอย่างเต็มตัว อีกทั้งยังมีข่าวดีเมื่อ เจมส์ มิลเนอร์, อดัม ลาลาน่า และ เอมเร่ ชาน ผ่านความฟิตพร้อมลงสนามบู๊ศึกนี้

สำหรับ11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะได้ลงสนาม ในระบบ 4-3-3 ประกอบด้วย ลอริส คาริอุส ผู้รักษาประตู , กองหลัง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เดยัน ลอฟเรน, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กองกลาง เจมส์ มิลเนอร์ , จอร์แดน เฮนเดอร์สันจอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม กองหน้า โรแบร์โต ฟิร์มิโน่ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็นตัวล่าสกอร์

เรอัล มาดริด ผลงาน 5 นัดหลังสุด ชนะ 1 เสมอ 3 แพ้ 1

01/05/2018 ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก เรอัล มาดริด 2-2 บาเยิร์น มิวนิค
06/05/2018 ลา ลีกา บาร์เซโลนา 2-2 เรอัล มาดริด
09/05/2018 ลา ลีกา เซบีญา 3-2 เรอัล มาดริด
12/05/2018 ลา ลีกา เรอัล มาดริด 6-0 เซลต้า บีโก้
19/05/2018 ลา ลีกา บียาร์เรอัล 2-2 เรอัล มาดริด

ลิเวอร์พูล ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2

24/04/2018 ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ลิเวอร์พูล 5-2 อาเอส โรมา
28/04/2018 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 0-0 สโต๊ค ซิตี้
02/05/2018 ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก อาเอส โรมา 4-2 ลิเวอร์พูล
06/05/2018 พรีเมียร์ลีก เชลซี 1-0 ลิเวอร์พูล
13/05/2018 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 4-0 ไบรท์ตัน

“เรอัล มาดริด” แชมป์ 12 สมัย เตรียมล่าถ้วยแชมป์สมัยที่ 13 กลับบ้านแบบเต็มตัวเป็นแน่แท้ ด้วยขุมกำลังที่มากประสบการณ์ ทักษะเฉพาะตัวสูง มีเกมรุกที่ดุดันและแนวรับที่ไว้ใจได้ หากเทียบปอนด์ต่อปอนด์ “ราชันชุดขาว” ถือเป็นแต้มต่อ “หงส์แดง” อยู่พอตัว เนื่องจากแข้งลุ่มน้ำเมอร์ซี่ไซด์ต้องลงสนามในแมตช์สำคัญภายใต้ความกดดันสูง และนักเตะบางคนเป็นนักเตะหน้าใหม่ในเวทียุโรปซีซั่นนี้ แต่เส้นทางที่ผ่านมาตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มก็ทำให้เห็นว่าลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ สามารถรับมือได้พอสมควร อีกทั้งยังได้เปรียบเรื่องของความฟิต ซึ่งหากทีมใดสามารถทำประตูแรกได้ไวก็จะคลายความกดดัน และเป็นตัวกำหนดเกมในค่ำคืนนี้อย่างแน่นอน

keyboard_arrow_up