ตร.โต้ปัดกล้องหนุ่มอัดคลิป แจงซุ่มเสาไฟ ตรวจจับคนทำผิดขับย้อนศร – หนุ่มยันไร้อคติ (คลิป)

ภายหลังจากสังคมออนไลน์ได้แชร์คลิปเหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่งได้อัดคลิป ขณะที่ตำรวจขอตรวจสอบใบขับขี่ แต่ถูกตำรวจปัดโทรศัพท์มือถือไม่ให้ถ่ายคลิป ซึ่งชายหนุ่มก็พยายามเดินตามไปสอบถามว่าทำไมทำอย่างนี้ แต่ตำรวจก็ได้เดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ขับออกไป

คลิปภาพที่ถูกแชร์ผ่านเพจ ขณะตำรวจอ้างปฏิบัติหน้าที่

ล่าสุด วันนี้ (24 พ.ค.61) นายโอวาท ขวาไทย หรือ วาท ผู้โพสต์คลิป เปิดเผยว่า ตัวเองเป็นแอดมินเพจ สายลุยคุยกับด่าน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.00 น. ขณะนั้นตนใช้เส้นทางวิภาวดีฝั่งขาเข้า

นายโอวาท ขวาไทย หรือ วาท ผู้โพสต์คลิป

ขณะนั้นเหลือบเห็นว่าด้านซ้ายมือมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ 2 นาย ที่ตอนแรกหลบอยู่หลังเสาไฟ แล้วพอมีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งที่ขับมาก่อนหน้าตน ก็ได้ออกมาหยุดเรียกรถคันดังกล่าวที่ไม่สวมหมวกกันน็อก แล้วมีการพูดคุยกัน ซึ่งตนไม่ทราบว่าคุยอะไร ตนจึงขับผ่านมาปกติ แล้วมาจอดรถพักผ่อน โดยจุดที่พักอยู่ห่างจากจุดที่ตำรวจอยู่ประมาณ 100 เมตร

หลังจากนั้นไม่ถึง 2 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง ได้ขับรถจักรยานยนต์มาบนฟุตปาธ แล้วสอบถามตนว่า “น้องไปไหน” ตนตอบไปว่า “ผมไปส่งของมา แล้วมาพักเหนื่อย” ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะขอดูใบอนุญาตขับขี่รถ ขณะนั้นตนได้ถ่ายคลิปวิดีโอ พร้อมกับยื่นใบขับขี่ให้ดู แต่ตอนนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถ่ายรูปรถและทะเบียนรถของตน แล้วเมื่อตำรวจเห็นว่าตนถ่ายคลิปก็เข้ามาปัดโทรศัพท์ตนหลายครั้งแล้วขับรถออกไป

ภาพจากคลิปที่ถูกแชร์ผ่านเพจ ขณะตำรวจอ้างปฏิบัติหน้าที่

ส่วนสาเหตุที่ตนอัดคลิป เพราะมีความสงสัยว่า เจ้าหน้าที่ถ่ายรูปรถตนทำไปด้วยสาเหตุใด ประกอบกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนตรงบริเวณดังกล่าว ทำไปเพื่ออะไร การวิ่งไปตัดหน้ารถเพื่อให้หยุด แล้วหลังจากนั้นจะเก็บใบสั่งหรือพูดคุย ตนก็ไม่ทราบ แต่เป็นสิ่งที่ตนไม่เห็นด้วย

นอกจากนี้ นายโอวาท ยอมรับว่า เคยมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาหลายครั้ง แต่สิ่งที่ตนโพสต์ลงเพื่อเป็นการสะท้อนถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ตั้งด่านไม่ถูกต้อง ให้ออกไปจากระบบดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนมองเจ้าหน้าที่ตำรวจในแง่ที่ดีขึ้น เพื่อไม่ให้คนมองว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านเพื่อผลประโยชน์

อย่างไรก็ตาม นายโอวาท ยืนยันว่า ไม่ได้อคติกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่การทำเพจหรือแชร์คลิปการทำงานของตำรวจทำไปเพื่อความถูกต้อง และคิดว่าการตั้งด่านสมัยนี้ เน้นการจับปรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์มากกว่ารถยนต์ ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เท่าเทียม โดยบางเรื่องถ้าอนุโลมได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจควรจะทำ และไม่ใช่จะเน้นการจับปรับเพียงอย่างเดียว

สน.วิภาวดี

ด้าน พ.ต.ท.พันษา อมราพิทักษ์ รอง ผกก.จร.สน.วิภาวดี เปิดเผยว่า ได้มีการพูดคุยกับนายตำรวจที่อยู่ในคลิป ได้ข้อมูลว่า วันเกิดเหตุขณะปฎิบัติหน้าที่ออกตรวจเพื่อคอยดูผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัยหรือขับรถจักรยานยนต์ในช่องทางด่วน และจักรยานยนต์ที่ขับรถย้อนศร นายตำรวจได้เห็นประชาชนท่านหนึ่งจอดรถกีดขวางทางจราจร จึงได้เข้าไปพูดคุย แต่เห็นประชาชนอัดคลิปจึงสงสัยว่าอัดคลิปทำไม จึงทำการปัดกล้อง

สำหรับประเด็นดังกล่าว พ.ต.ท.พันษา บอกว่า ได้มีการอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าหากตนเองยึดมั่นว่าทำถูกต้องแล้วจึงไม่จำเป็นต้องไปเดือดร้อน ถ้าประชาชนจะถ่ายคลิป ซึ่งการถ่ายคลิปของประชาชนนั้นจะทำก็ได้ และตำรวจที่ไปหาประชาชนคนดังกล่าวก็ไม่ได้เรียกรับเงินผลประโยชน์แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.พันษา บอกว่า วันเกิดเหตุ เจ้าที่ตำรวจได้ออกตรวจปฎิบัติหน้าที่ตามปกติ เพื่อเป็นการตรวจตราประชาชนที่ไม่สวมหมวกนิรภัยและขับรถย้อนศร ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องกวดขันเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ

ขณะที่นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ บอกว่า การไลฟ์สดของประชาชนขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานทำได้ แต่ผู้ไลฟ์สดหรือผู้ที่เข้ามาชม ห้ามมีการพูดจาหรือพิมพ์ตอบโต้ในเชิงหมิ่นประมาท เพราะถือว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดได้

keyboard_arrow_up