ไม่รอด! 10 ด.ช. รุมอนาจาร ด.ญ. 15 โดน 4 ข้อหา ลูกตร.ก็ไม่ช่วย – ครูบอกเด็กอ้างแค่จับมือ (คลิป)

จากกรณีที่เมื่อวานที่ผ่านมา (22 พ.ค.61)​ รายการทุบโต๊ะข่าว ได้นำเสนอเรื่องราวของ เด็กหญิงอายุ15 ปี ชาวจังหวัดราชบุรี ถูกเพื่อนสนิทชักชวนออกจากบ้านไปให้เด็กชายวัยเดียวกันจำนวน 10 คน ทำอนาจาร แล้วถ่ายคลิปวิดีโอ พร้อมขู่ว่าหากไปบอกใครจะนำคลิปไปเผยแพร่นั้น (อ่าน: เปิดแชทแฉ 10 ด.ช.ขอโทษ ด.ญ. 15 หลังหื่นลวงอนาจาร ซ้ำอัดคลิปขู่ แม่จี้ตร.จับ)

สภ.บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

ล่าสุดวันนี้ (23 พ.ค. 61)  สภ.บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เรียกเด็กหญิงผู้เสียหายและครอบครัว เข้ามาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับสหวิชาชีพ โดย พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย อินทรปรีชา ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะนัดกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นเด็กชาย และเด็กหญิงจำนวน 11 คน ให้ทยอยกันเข้ามาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสหวิชาชีพต่อไป

พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย อินทรปรีชา ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง

เบื้องต้น ตอนนี้ทางตำรวจได้มีการตั้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุทั้ง 11 คน ในข้อหาบังคับข่มขืนใจให้ผู้อื่นการใดๆที่ไม่ต้องการ ข้อหาพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปจากบิดามารดา ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวให้ไร้ซึ่งอิสรภาพ และข้อหากระทำอนาจาร ซึ่งขั้นตอนต่อไปหลังจากได้มีการสอบปากคำทุกคนเรียบร้อยแล้ว และหากพบว่าผู้ใดไม่ได้กระทำผิดจริงก็จะมีคำสั่งไม่ฟ้อง แต่หากพบว่าผู้ใดกระทำความผิดจริงตามที่ผู้เสียหายกล่าวหา ก็จะถูกส่งตัวให้กับสถานพินิจต่อไป

ส่วนกรณีที่เด็กหญิงผู้เสียหายอ้างว่า เพื่อนสาวที่มาหลอกลวงพาไปให้เด็กผู้ชายกว่า 10 คน อนาจาร เป็นลูกของข้าราชการในพื้นที่นั้น กลุ่มตำรวจในสภ.บ้านโป่ง ให้ข้อมูลว่า เพื่อนสาวของผู้เสียหายเป็นลูกของนายตำรวจที่สภ.บ้านโป่งจริง แต่นายตำรวจคนดังกล่าวได้เลิกรากับแม่ของเด็กสาวรายนั้นไปแล้วหลายปี และไปมีครอบครัวใหม่แล้ว จึงไม่อยากขอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ พร้อมบอกว่าหากลูกสาวทำผิดจริง ก็ให้ลงโทษตามกฎหมาย

ครูฝ่ายปกครองของโรงเรียนที่นักเรียนชายทั้ง 10 คนเรียนอยู่

นอกจากนี้ ครูฝ่ายปกครองของโรงเรียนที่นักเรียนชายทั้ง 10 คนเรียนอยู่ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ตอนนี้กลุ่มนักเรียนชายดังกล่าวไม่ได้ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้แล้ว เนื่องจากแยกย้ายกันไปศึกษาต่อที่โรงเรียนอื่น ส่วนเหตุการที่เกิดขึ้นนั้น ตั้งแต่เกิดเหตุทางผู้ปกครองของเด็กผู้หญิงซึ่งเป็นผู้เสียหาย ได้เดินทางมาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ตนฟังที่โรงเรียน ตนจึงได้เรียกกลุ่มนักเรียนชายที่ถูกกล่าวอ้าง มาสอบถามทีละคน ซึ่งทุกคนให้ข้อมูลตรงกันว่า วันที่เกิดเหตุได้หนีโรงเรียนไปอยู่ที่บ้านของเพื่อนคนหนึ่ง และเมื่อไปถึงก็นั่งเล่นและนอนดูโทรทัศน์กันตามปกติ แต่อยู่ดีๆเด็กผู้หญิงซึ่งเป็นผู้เสียหายก็ขับรถมากับเพื่อนผู้หญิงอีกคนนึง แล้วก็เดินเข้ามานั่งกลางกลุ่มที่เด็กผู้ชายนั่งดูโทรทัศน์อยู่ ซึ่งกลุ่มเด็กผู้ชายก็ได้มีการจับมือเด็กผู้หญิงคนดังกล่าวบ้าง แต่ไม่ได้ทำการอนาจารแต่อย่างใด

หลังจากนั้นตนจึงได้มีการนัดให้ผู้ปกครองของเด็กทั้งสองฝ่ายมาเจรจากัน แต่ก็ตกลงไกล่เกลี่ยกันไม่ลงตัว เนื่องจากทางฝ่ายผู้เสียหายเรียกเงินค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินที่เยอะ ต่างฝ่ายจึงต่างแยกย้ายกันกลับบ้านไป ส่วนเรื่องคลิปเสียงหรือแชทกลุ่มที่มีการพูดคุยกันระหว่างเด็กทั้งสองฝ่ายนั้น ตนขอให้ทางครอบครัวของทั้งสองฝ่ายเป็นผู้ตอบประเด็นนี้ เพราะเกรงจะส่งผลกระทบต่อโรงเรียน และหลายๆ ฝ่าย

keyboard_arrow_up