แม่ค้าเก่าตลาดดอนเมืองยันเต็มใจจ่ายค่าส่วนกลาง เผยผู้ค้าใหม่คิดว่าเก็บส่วย

บรรยากาศร้านค้าเครื่องสำอางและอาหารเสริมภายในตลาดใหม่ดอนเมือง ยังคงเงียบเหงา มีเพียงร้านค้าบางร้านที่เปิดขายสินค่าตามปกติแต่กลับไม่มีผู้ซื้อเหมือนอย่างที่เคย โดยเสียงสะท้อนจากแม่ค้าส่วนใหญ่บอกว่า รู้สึกกังวล เนื่องจากลูกค้าเริ่มไม่เชื่อมั่นว่าสินค้าที่วางจำหน่ายอยู่มีความถูกต้องมากน้อยเพียงใด

หนึ่งในแม่ค้า ร้านเครื่องสำอางและอาหารเสริม ภายในตลาดใหม่ดอนเมือง เปิดใจกับทีมข่าวว่า รู้สึกหนักใจและไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ เพราะหลังจากตำรวจนำกำลังหลายกองร้อยมาปิดตลาดตรวจค้น ลูกค้าที่เคยมาซื้อของที่ร้าน ทั้งลูกค้าประจำ และลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ก็เริ่มไม่เชื่อมั่นในสินค้า

โดยยอมรับว่ามีผลกระทบมาก จากการที่ตำรวจเข้ามายึดสินค้าในร้านไป ทั้งที่ความจริงแล้ว การจับกุมสินค้าละเมิด หรือไม่ได้มาตรฐาน ควรมีการจับกุมตั้งแต่แหล่งผลิต ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ปลายแถวกับร้านค้า นอกจากนี้ยังต้องแบกรับภาระทั้งค่าเช่าตึก ค่าจ้างลูกน้อง ค่าน้ำค่าไฟ รวมแล้วเกือบ 2 แสนบาทต่อเดือน ทั้งที่ขายของไม่ได้

แม่ค้ารายนี้ ยืนยันกับ ผู้สื่อข่าวของเราอีกว่า ที่ตลาดนี้ไม่มีมาเฟียเข้ามาเก็บส่วยหรือค่าคุ้มครอง อย่างที่เป็นข่าว แต่เป็นการเก็บค่าส่วนกลางที่ใช้บริหารจัดการตลาด และค่าจ้าง รปภ.รักษาความปลอดภัยในช่วงกลางวันและกลางคืนเท่านั้น  โดยที่ร้านค้าส่วนใหญ่ยินยอมและเต็มใจที่จะจ่าย เพื่อแลกกับความสบายใจ ที่ถือว่าคุ้มค่า เพราะก่อนหน้านี้ ช่วงกลางคืน ร้านค้าหลายร้านมีของหายบ่อย จึงมีการเรียกประชุมและตกลงกันว่า ทุกร้านยินยอมจ่ายเงินส่วนนี้

ส่วนแม่ค้าทั้ง 8 ราย ที่ไปให้ข้อมูลกับตำรวจ ว่ามีการเรียกเก็บส่วย น่าจะเป็นคนที่เข้ามาขายของทีหลัง จึงไม่รู้ว่าเงินส่วนนี้เป็นการจ่ายค่าส่วนกลางตามปกติ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ เข้าทำการรื้อถอนอาคารพลาซ่าริมน้ำ ภายในตลาดใหม่ดอนเมือง อย่างต่อเนื่องให้เสร็จสิ้นทันกำหนดที่ทางสำนักงานเขตได้ติดประกาศเอาไว้ โดยในวันนี้ได้มีการนำอาหารคาว-หวาน มาตั้งโต๊ะเซ่นไหว้เจ้าที่ และถือเป็นการเชิญเจ้าที่เจ้าทางของร้านค้าแต่ละร้านกลับไป

ส่วนบริเวณซอย เซเว่น ซึ่งเป็นตลาดกับข้าว ภายในตลาดใหม่ดอนเมือง ที่มีการก่อสร้าง โครงเหล็กเพื่อใช้เป็นหลังคาทางเดินตลาด ที่ถือว่าลุกล้ำทางสาธารณะ และสำนักงานเขต ได้ติดประกาศให้ทำการรื้อถอนโครงหลังคาดังกล่าวออก วันนี้ พบว่า เหล็กเส้นที่เป็นตัวเชื่อมเกือบครั้งหนึ่งของทางเดิน ถูกรื้อถอนออกไปแล้ว เหลือแต่เพียงโครงสร้างเสาเท่านั้น

ทางด้าน พ.ต.ท.สันธนะ เปิดเผยว่า หลังศาลมีคำสั่งอนุญาต ให้ประกันตัว พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน เเละห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นเเต่จะได้รับอนุญาต ว่า เบื้องต้น ตนยังไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการดำเนินการฟ้องกลับกลุ่มผู้ค้า 8 คน ที่เข้ามาแจ้งความกับตนเองในข้อหากรรโชกทรัพย์ โดยหากกลุ่มผู้ค้าเดินทางมาขอโทษ ตนเองก็พร้อมที่จะให้อภัยและไม่ติดใจดำเนินคดีอะไร นอกจากนี้ในส่วนของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการที่ดำเนินคดีกับตนเองนั้น ส่วนตัวขอเวลาพิจารณาก่อนว่าจะดำเนินการอะไรหรือไม่

พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผกก.สันติบาล (แฟ้มภาพ)

พ.ต.ท.สันธนะ ยังระบุอีกว่า ในด้านการตัดสินเรื่องคดีความของตน ปัจจุบันกระบวนการพิจารณาอยู่ในชั้นศาล ซึ่งตนเองรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นหลังคดีถูกส่งต่อมาอยู่ในชั้นนี้ ประกอบกับตนมีความศรัทธาต่อศาลยุติธรรมมาโดยตลอด และในวันพรุ่งนี้ ตนจะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อชี้แจงเรื่องราวหลังเกิดเหตุการณ์ทั้งหมดต่อไป

keyboard_arrow_up