ครอบครัวหัวร้อนเผยปมโวย ตร. ลูกถูกชก 3 ที – อาสาจราจรแฉ คลิปเก่าก็ด่าหยาบ (คลิป)

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปที่ครอบครัวหนึ่งจอดรถในที่ห้ามจอด ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเขียนใบสั่ง จากนั้นจึงมีการโต้เถียงกันด้วยถ้อยคำที่ดุเดือด หยาบคาย โดยผู้ที่ถูกจับแสดงวาจาไม่สุภาพ ทั้งยังเข้ามาทำร้ายร่างกายตำรวจ เหตุเกิดในพื้นที่ อ.มาบตาพุด จ.ระยอง ซึ่งล่าสุดมีการแชร์คลิปอีกตัว ที่ครอบครัวนี้ได้มีปากเสียงกับคู่กรณีและเจ้าหน้าที่ตำรวจในลักษณะคล้ายกัน จนมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ภาพจากคลิปวิดีโอ ที่ถูกเผยแพร่ในโลกโซเชียล

วันนี้ (12 พ.ค.) ที่ สภ.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง นายพะยอม แสงวันดี และ น.ส.หทัยรัตน์ สมถวิล สองสามีภรรยาที่ปรากฎในคลิปดังกล่าว เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับตำรวจ สภ.มาบตาพุด ในข้อหาดูหมิ่นและขัดขวางเจ้าพนักงานใน ขณะปฎิบัติหน้าที่ แต่ทั้ง 2 คนปฎิเสธข้อกล่าวหา หลังปรากฎในคลิปเถียงตำรวจจราจร ขณะไปจับกุมการกระทำผิดตาม พรบ.จราจร ริมถนนสุขุมวิท ซึ่งในคลิปดังกล่าว มีการชี้หน้า และด่าทอตำรวจ ด้วยคำที่หยาบคาย จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ อย่างหนัก ถึงพฤติกรรมดังกล่าว

พ.ต.อ.อรรฆพงษ์​ สุนทรวิภาค ผกก.สภ.มาบตาพุด

ด้าน พ.ต.อ.อรรฆพงษ์​ สุนทรวิภาค ผกก.สภ.มาบตาพุด เปิดเผยว่า การดำเนินคดีตาม พรบ.จราจร ตำรวจ สภ.มาบตาพุด ดำเนินการในทุกข้อหา ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานจากผู้เห็นเหตุการณ์และในคลิปทั้งหมด เพื่อเอาผิดผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดี เบื้องต้นมี 2 คน ที่เห็นชัดเจน วันนี้จึงให้มารับทราบข้อกล่าวหา โดยพิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติและปล่อยตัว

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขอให้ประชาชน เห็นใจตำรวจ ซึ่งจะเห็นว่าตำรวจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน อดกลั้น ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ในการกวดขันวินัยจราจร อย่างเคร่งครัด และยืนยันว่า ร.ต.อ.วิทยา วุฒิพันธ์ รอง สารวัตร (จราจร) ที่ได้รับบาดเจ็บเป็นตำรวจน้ำดี และได้ทำหน้าที่อย่างถูกต้อง

น.ส.หทัยรัตน์ สมถวิล ให้สัมภาษณ์

ด้าน น.ส.หทัยรัตน์ สมถวิล กล่าวว่า ในคลิปที่เผยแพร่ออกไปเป็นคลิปที่ทางฝ่ายตำรวจถ่ายไว้ ซึ่งของทางฝ่ายตนเองก็มีเหมือนกัน ส่วนข้อหาที่ตำรวจตั้งไว้นั้นตนได้ปฏิเสธเพราะไม่ได้ทำ ยืนยันว่าตำรวจเข้ามาผลักตนก่อน จึงเกิดอารมณ์โมโห อีกทั้งที่ลูกตนทำไปก็เพราะต้องปกป้องแม่

เยาวชนวัย 18 ปี บุตรชายนายพะยอม ที่เป็นผู้ทำร้ายร่างกาย ร.ต.อ.วิทยา

ด้าน เยาวชนอายุ 18 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายนายพะยอม ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ร.ต.อ.วิทยา วุฒิพันธ์ รอง สารวัตร (จราจร) เปิดเผยว่า ตนไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายตำรวจแต่อย่างใด ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดจากตำรวจ ได้ใช้มือผลักนางหทัยรัตน์ ซึ่งเป็นมารดาหลายครั้ง ทั้งที่นางหทัยรัตน์ บอกกับตำรวจว่าตนเองตั้งครรภ์ แต่ตำรวจก็ยังไม่หยุดผลักตัวนางหทัยรัตน์ ทำให้ตนเองบันดาลโทสะ และเดินเข้าไปต่อว่าตำรวจ จนเกิดการชุลมุน และมือตนได้ไปถูกใบหน้าของ ร.ต.อ.วิทยา ดังกล่าว

ส่วนกรณีที่มีคลิปถูกนำเผยแพร่ว่าครอบครัวของตนเคยมีพฤติกรรมเช่นนี้มาก่อนหน้านี้นั้น เป็นเหตุเก่าเมื่อ 3 ปี ก่อน ซึ่งมีผู้ถ่ายคลิปเอาไว้ พอมามีเรื่องที่มาบตาพุด ก็มีผู้นำคลิปที่เกิดเมื่อ 3 ปีก่อนมาเผยแพร่ ให้สังคมมองว่าครอบครัวตนไม่ดี จึงอยากบอกกับสังคมว่า อย่าตัดสินครอบครัวตนเองจากคลิปที่เห็น ซึ่งคลิปดังกล่าว เกิดขึ้นที่จังหวัดนนทบุรี แต่ครั้งนั้นไม่ได้มีเรื่องกับตำรวจ แต่เป็นเพราะถูกคู่กรณีขับรถยนต์ปาดหน้า และคู่กรณีกับไปแจ้งตำรวจว่า ถูกครอบ ครัวของตนขับรถยนต์ไล่ทำร้ายจากสาเหตุขับรถปาดหน้ากัน แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นไม่มีเหตุการณ์รุนแรง แต่อย่างใด

นายพะยอม แสงวันดี ผู้ต้องหา ให้สัมภาษณ์

นายพะยอม แสงวันดี ผู้ก่อเหตุ ยอมรับว่า ขณะเกิดเหตุครอบครัวตน ใช้คำไม่สุภาพกับตำรวจจริง ส่วนกรณีลูกชายทำร้าย ร.ต.อ.เอกวิทยา นั้น เนื่องจากตำรวจได้ทำร้ายร่างกายแม่ ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ จึงได้เข้าไปช่วยเหลือ แต่เนื่องจากเหตุการณ์ชุลมุน จึงทำให้ลูกชายตนถูกดำเนินคดีข้อหา ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่

 

นายยุทธศักดิ์ เนตรเหมือนทิพย์ อาสาจราจร สภ.บางศรีเมือง ให้สัมภาษณ์

ด้าน นายยุทธศักดิ์ เนตรเหมือนทิพย์ อาสาจราจร สภ.บางศรีเมือง ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า คลิปดังกล่าวเป็นคลิปเก่าเหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย.60 ในขณะที่ตนกำลังช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกการจราจร ในซอยท่าอิฐ ก็ได้รับแจ้งว่ามีรถขับปาดหน้ากัน ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปจัดการ ซึ่งตนก็เดินทางไปพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าครอบครัวพ่อ, แม่, ลูกชาย และหญิงวัยรุ่นอีกรายกำลังด่าทอคู่กรณี

จากการสอบถามทราบว่า ครอบครัวดังกล่าว ขับรถกระบะเข้ามาในซอยโดยได้ปาดหน้ารถเก๋งของคู่กรณี เมื่อรถเก๋งบีบแตร ลูกชายซึ่งนั่งท้ายกระบะได้ยกเท้าใส่จนเกิดการถกเถียงกัน ซึ่งทางคู่กรณีได้ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาไกลเกลี่ย

นายยุทธศักดิ์ พูดคุย ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

โดยทางฝ่ายผู้หญิง ซึ่งเป็นแม่อ้างตัวว่าเรียนจบนิติศาสตร์มา ทราบข้อกฎหมายไม่ยอมให้จับตัว ส่วนคนอื่นๆก็ โวยวายเสียงดัง ข่มขู่คู่กรณี แต่ไม่ได้ด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามห้ามปราม แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ และยิ่งโวยวายมากขึ้น จนเจ้าหน้าที่ไม่อยากให้เรื่องบานปลาย จึงแนะนำให้คู่กรณีไปลงบันทึกประจำวัน ที่ สภ.บางศรีเมือง และเดินออกมา แต่ฝ่ายครอบครัวดังกล่าวก็เดินตามคู่กรณีมา โดยอ้างว่าคู่กรณีเอามือไขว้หลังคล้ายจะชักปืนออกมา ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามห้ามและกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าข้างคู่กรณี

keyboard_arrow_up