เชียงใหม่เตรียมฟื้นฟูป่า ‘หมู่บ้านป่าแหว่ง’ นักวิจัยชี้ควรรื้อถอนสิ่งก่อสร้างก่อน!

เจ้าหน้าที่สำนักงานธนารักษ์ เชียงใหม่นำเจ้าหน้าที่เข้ารังวัดพื้นที่ตามแนวเขตป่า ที่ก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 บนพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ ด้านนักวิจัยชี้ควรจัดการสิ่งปลูกสร้างให้เสร็จก่อนเริ่มกระบวนการฟื้นฟูป่า

เจ้าหน้าที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ นำตัวแทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกันเข้าดำเนินการรังวัดพื้นที่ตามแนวเขตป่า ที่ครอบคลุมบ้านพัก 45 หลังและอาคารที่พัก 9 หลังขึ้นไปทางดอยสุเทพ เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม และเตรียมส่งมอบให้อุทยานหรือป่าไม้ดำเนินการฟื้นฟูสภาพร่วมกับภาคประชาชน ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงที่เป็นผลสรุปจากการเจรจาหารือกันระหว่างเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพกับนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา

นายจตุภูมิ มีเสนา นักวิจัยหน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่า คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ความเห็นส่วนตัวมองว่าการฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณดังกล่าวควรจะต้องทำหลังจากที่มีการจัดการกับสิ่งปลูกสร้างออกไปแล้วจะดีที่สุด
เพราะหากมีการฟื้นฟูปลูกป่าไปก่อ นเมื่อมีการจัดการหรือย้ายสิ่งปลูกสร้างออกไปในภายหลังจะส่งผลกระทบทำให้ต้นไม้ที่ปลูกไปได้รับความเสียหายอยู่ดี

นายจตุภูมิ มีเสนา นักวิจัยหน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่า คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สำหรับแนวทางการฟื้นฟู สิ่งแรกควรดำเนินการหากมีการจัดการกับสิ่งปลูกสร้างเรียบร้อยแล้วก็คือการปรับสภาพพื้นที่ให้มีความลาดชันน้อยลงเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดการพังทลายของหน้าดิน

จากนั้นทำการสำรวจสภาพของดินในพื้นที่เพื่อทำการปรับปรุงดินให้พร้อมปลูกต้นไม้ ซึ่งต้นไม้ที่ปลูกนอกจากจะต้องเป็นพันธุ์ไม้เดิมที่เหมาะสมกับพื้นที่แล้ว ต้องเป็นต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดด้วย ไม่ใช่การล้อมย้ายจากที่อื่นมาปลูกเพื่อให้มีระบบรากที่ช่วยยึดเกาะหน้าดิน

โดยในขั้นตอนของการปรับสภาพดิน จะใช้เวลาประมาณ 2 ปี หลังจากนั้นสามารถปล่อยให้ธรรมชาติค่อยๆฟื้นฟูตัวเองได้แล้ว แต่กว่าจะเริ่มกลับไปมีสภาพเป็นป่าน่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 20 ปี และกว่าจะเป็นป่าที่มีความสมบูรณ์อาจจะใช้เวลามากกว่าร้อยปีก็ได้

keyboard_arrow_up