เปิดพิรุธ ฆ่าล้างโคตรกำนันทวีศักดิ์ อึ้ง คล้าย 2 คดีเก่า ซุ่มเลือกเป้ายิงทางโค้ง แฝงตัวข้างป่า (คลิป)

กรณีคนร้ายใช้อาวุธสงครามลอบยิงนายทวีศักดิ์ ยอดมณีบรรพต อายุ 54 ปี กำนัน ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย และประธานชมรมม้งแห่งประเทศไทย ขณะขับรถยนต์นำครอบครัวจะกลับบ้าน บนถนนตะเข็บชายแดนไทย-สปป.ลาว บริเวณบ้านร่มฟ้าทอง หมู่ 18 ต.ปอ จนเป็นเหตุให้นายทวีศักดิ์และลูกชายวัย 3 ขวบบาดเจ็บสาหัส ส่วนนางไหมเยีย วงค์นภาไพศาล ภรรยาและ ด.ญ.ธัญญาพร ยอดมณีบรรพต ลูกสาววัย 5 ขวบเสียชีวิต โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.

วันนี้ (30 เม.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีดังกล่าวว่า จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง แต่ให้น้ำหนักไปที่เรื่องยาเสพติดมากที่สุด เบื้องต้นมีข้อมูลผู้ก่อเหตแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ยอมรับว่ามีทั้งฝั่งคนไทยและฝั่งประเทศเพื่อนบ้านร่วมอยู่ด้วย

บรรดาญาติและชาวบ้าน มาร่วมงานศพนางไหมเยีย ภรรยาของกำนันทวีศักดิ์

ขณะที่ บรรยากาศบ้านกำนันทวีศักดิ์ ที่ ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ได้จัดพิธีศพให้กับนางไหมเยีย วงค์นภาไพศาล ภรรยาของกำนัน ตามพิธีทางศาสนาของเผ่าม้ง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยมีญาติและชาวบ้านทยอยเดินทางมาแสดงความเสียใจ และร่วมประกอบพิธีทางศาสนา โดยพิธีจัดขึ้นเป็นเวลา 4 วัน จากนั้นจะเคลื่อนศพไปที่สุสานของครอบครัวเพื่อทำพิธีฝัง โดยญาติจะนำร่างของนางไหมเยียฝังไว้ข้างๆ ลูกสาววัย 5 ขวบ ที่ได้นำไปทำพิธีฝังศพก่อนหน้านี้

นายอรุณชัย วงค์นภาไพศาล หรือ “หยง” น้องชายของนางไหมเยีย

โดยนายอรุณชัย วงค์นภาไพศาล หรือ “หยง” น้องชายของนางไหมเยีย เปิดเผยกับทีมข่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า  ตนรู้สึกเสียใจมาก เนื่องจากไม่ได้เตรียมใจว่าจะมาสูญเสียพี่สาวแบบนี้ เท่าที่ทราบมาพี่สาวของไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับใคร เมื่อต้องมาเจอเรื่องแบบนี้จึงยังทำใจไม่ได้ ส่วนกรณีลูกของพี่สาวตน ซึ่งเป็นลูกติดมาจากอดีตสามีนั้น คงจะมีการพูดคุยกันในกลุ่มญาติอีกครั้งว่าจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งหากญาติฝ่ายพ่อไม่รับดูแลตนก็จะอาสารับไปดูแลเอง

ส่วนอาการของลูกชายของกำนันวัย 3 ขวบ ที่ถูกยิงที่ต้นขาได้รับบาดเจ็บนั้น ขณะนี้อาการอาการดีขึ้น พร้อมยังบอกว่า ช่วงหลังเกิดเหตุหลานตนมีอาการหวาดกลัวมาก และทุกครั้งที่หลานตนร้อง พี่ชายก็จะเข้าไปปลอบและนอนอยู่ข้างๆ ตอนนี้หลานตนก็ยังไม่ทราบว่าแม่เสียชีวิตแล้ว โดยแต่ละวันก็จะร้องเรียกหาพ่อและแม่ หลังจากนี้ก็คงจะเป็นหน้าที่ของกำนันทวีศักดิ์ ที่จะเป็นคนบอกความจริงกับน้องว่าเกิดอะไรขึ้น

นายคำรณ ศรีโพธิ์ นายอำเภอเวียงแก่น

ด้าน นายคำรณ ศรีโพธิ์ นายอำเภอเวียงแก่น กล่าวว่า ช่วงที่กำนันยังบาดเจ็บและรักษาตัวอยู่นั้น จะมีการแต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านที่มีความอาวุโสเข้ามาทำหน้าที่รักษาการณ์แทน ซึ่งเป็นไปตามระเบียบ ตอนนี้ทางอำเภอได้ส่งเจ้าหน้าที่อส. 2 นาย ไปดูแลความปลอดภัยให้กำนันทวีศักดิ์ที่โรงพยาบาลจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งในวันนี้กำนันได้เข้าทำการผ่าตัดตาที่ถูกเศษกระจกกระเด็นเข้าไปในตา แต่ดวงตายังมองเห็นปกติ ส่วนแขนก็ได้รับการรักษาแล้วไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง จากนี้น่าจะไม่เกิน 10 วัน ก็น่าจะหายเป็นปกติ แต่ยังจะให้กำนันพักรักษาตัวสักระยะหนึ่งก่อนจะมาเริ่มทำงาน

ส่วนลูกชายกำนันที่รักษาตัวอยู่ ทางอำเภอก็ดูแลเช่นกัน นอกจากนี้ทางอำเภอยังได้เร่งสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้นำท้องถิ่นภายในตำบลปอ โดยนายอำเภอบอกว่าจะไม่ทอดทิ้ง โดยจะจัดให้มีเจ้าหน้าเวรยามคอยตรวจตรา และเฝ้าระวังเหตุ เพื่อความอุ่นใจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

นายคำรณ พูดคุย ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

แม้ว่าพื้นที่จะเป็นพื้นที่สีแดงด้านยาเสพติด และยอมรับการแก้ไขมีความยากลำบาก แต่ก็ต้องดำเนินการเหมือนช่วงที่ผ่านมา ที่ได้มีการจับกุมผู้ค้าและกระบวนการยาเสพติดล็อตใหญ่ ส่วนที่มีความรุนแรงมากทางอำเภอก็จะเข้ามาช่วยดูแล และทำงานร่วมกันกับทหารและตำรวจ เพื่อทำให้ท้องถิ่นดีขึ้น และระหว่างนี้ทางอำเภอจะก็ต้องดูแลกลุ่มผู้นำชุมชนเหล่านี้ ให้มีความปลอดภัยควบคู่ไปด้วย

ทั้งนี้ยอมรับว่า เหตุการณ์ครั้งใหญ่ 3 ครั้งที่ผู้นำท้องถิ่นตำบลปอถูกลอบยิง เป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการขัดขวางกระบวนการค้ายาเสพติดทั้งหมด ทำให้กลุ่มผู้ค้าโกรธแค้นจึงได้มาดักลอบทำร้าย ซึ่งปัญหานี้จะต้องนำมาเป็นบทเรียนแล้วและป้องกันความปลอดภัยให้กับผู้นำชุมชน อีกทั้งการแก้ปัญหาในระยะยาว จะต้องมีการสร้างแนวร่วม ให้ประชาชนทุกคนร่วมกันคอยเป็นหูเป็นตา ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าคนดีมีเยอะกว่าคนไม่ดี

ส่วนคดีที่ นายลี แซ่โซ้ง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านถูกลอบยิงเมื่อเดือนตุลาคม 2560 นายคำรณ กล่าวว่า ด้านคดีความยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ แต่การเยียวยาครอบครัวและญาตินั้น ทางอำเภอได้เข้าให้ความช่วยเหลือแล้ว สาเหตุที่คดีเงียบไปเพราะว่ายังขาดในเรื่องพยานหลักฐาน รวมทั้งความร่วมมือของคนในพื้นที่ ประกอบกับญาติไม่ยอมให้ข้อมูล ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานด้วยความยากลำบาก จึงทำให้คดีไม่มีความคืบหน้า

ภาพเหตุการณ์ที่นายลี ถูกลอบยิงเมื่อ ต.ค. 2560

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางลงพื้นที่เส้นทางบ้านห้วยคุ-ห้วยหาน ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายเคยซุ่มยิงนายลี แซ่โซ้ง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านห้วยคุและครอบครัว โดยมีลักษณะพื้นที่คล้ายกับบริเวณจุดที่คนร้ายดักซุ่มยิงกำนันทวีศักดิ์ คือมีภูมิประเทศเป็นทางโค้งและมีหญ้ารกทึบ และยังเป็นทางขึ้นเขาเหมือนกันอีกด้วย

จุดที่คนร้ายซุ่มยิงนายลี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและครอบครัว เมื่อ ต.ค. 2560

แม้ว่าเวลาจะผ่านไปกว่า 7 เดือนแล้วที่นายลีถูกลอบยิงเสียชีวิต แต่ที่พื้นถนนยังมีร่องรอยของสเปรย์สีขาว ที่พ่นเป็นแนวที่รถของนายลีถูกยิงซึ่งจอดอยู่บริเวณข้างทาง ซึ่งจากรอยสีสเปรย์ที่พื้นถนนแสดงให้เห็นว่าล้อหน้าซ้ายตกลงไปในร่องน้ำข้างทาง โดยส่วนท้ายกระบะของรถโผล่ยื่นออกมาตรงถนน

พื้นถนนที่ยังมีรอยพ่นของสเปรย์สีขาว

แต่จุดที่คนร้ายใช้ซุ่มยิงนายลี มีความต่างจากจุดที่คนร้ายซุ่มยิงกำนัน คือคนร้ายที่ซุ่มยิงกำนันอาศัยต้นไม้ใหญ่และกอหญ้าอำพรางตัว แต่ในกรณีของนายลี มีเพียงกอหญ้าที่อำพลางตัวได้เท่านั้น เพราะจุดที่คนร้ายซุ่มอยู่ เป็นเพียงเนินดินยื่นออกมาลักษณะเหมือนเกาะกลางถนน และหากขับรถขึ้นไปตามทางโค้ง ก็จะไปเจอกับถนนอีกฝั่ง ลักษณะเหมือนมีถนนทั้งหน้าและหลัง

จุดที่คนร้ายซุ่มยิงนายลี มีเพียงกอหญ้าที่ใช้อำพรางตัว

ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ว่าหากคนร้ายก่อเหตุเสร็จก็วิ่งลงจากเนินดิน แล้วไปที่รถที่จอดเอาไว้ แล้วขับเข้าไปในชุมชน เพราะไม่มีพื้นที่ป่าที่เชื่อมกับเกาะกลางตรงนี้ ฝั่งซ้ายเป็นเหวเขาลึก ส่วนฝั่งขวาเป็นถนน และด้านหลังก็สุดเขตเกาะกลางถนน

ภาพจำลองแสดงเส้นทางที่คาดว่าหากคนร้ายจะหนีออกประเทศลาว

จากนั้น ทีมข่าวได้เดินทางเข้าไปภายในหมู่บ้านห้วยคุ ซึ่งขับตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี เข้าไปในหมู่บ้าน ก่อนหลบหนีออกไปยังประเทศลาว แต่จากการสังเกตก็ไม่ใช่เรื่องง่ายต่อการหลบหนีเพราะจุดที่คนร้ายยิง ไม่สามารถหลบหนีเข้าป่าได้สะดวก เนื่องจากบริเวณรอบข้างมีแต่ภูเขาและเหวลึก ถ้าหากคนร้ายจะหนีออกประเทศลาว จะมีเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้น คือขับรถหรือเดินเท้าผ่านหมู่บ้านห้วยคุ

โดยระยะทางจากจุดยิงนายลี ไปถึงหมู่บ้านห้วยคุมีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร และจากหมู่บ้านห้วยคุ ไปยังหมู่บ้านม้ง ประมาณ 6-7 กิโลเมตร โดยหากพ้นจากหมู่บ้านห้วยคุไปจะเป็นถนนลูกรัง และเป็นป่ารกทึก ที่ขับผ่านไปได้เฉพาะรถจักรยานยนต์เท่านั้น และจากหมู่บ้านม้งขึ้นไปบนภูเขาเพื่อข้ามเขตแดนไทย-ลาว จะใช้ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร

ภาพจำลองเส้นทางที่คาดว่าคนร้าย ที่ลอบยิงนายลี และกำนันทวีศักดิ์ ใช้หลบหนี

ซึ่งหากคนร้ายเดินทางออกจากประเทศไทยไปได้ ก็สามารถหลบหนีไปที่หมู่บ้านในฝั่งประเทศลาวได้อีก 3 หมู่บ้าน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากฝั่งประเทศไทยมากนัก แต่จะเป็นคนละจุดกับที่คนร้ายที่ยิงกำนันใช้หลบหนี โดยคนร้ายที่ยิงกำนันทวีศักดิ์นั้น คาดว่าจะใช้เส้นทางใกล้กับภูชี้ฟ้าเป็นเส้นทางหลบหนี

ภาพจำลองเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายที่ลอบยิงนายลี จะใช้เป็นเส้นทางหลบหนีเมื่อข้ามไปยังฝั่งประเทศลาว

แต่ในรายของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน คาดว่าคนร้ายจะใช้เส้นทางช่วงระหว่างเขตติดต่อบ้านผาตั้งเป็นเส้นทางหลบหนี ดังนั้นเมื่อข้ามไปฝั่งประเทศลาวแล้ว หมู่บ้านที่อยู่ใกล้จุดนี้คือหมู่บ้านขมุ ที่ห่างออกไปประมาณ 3-4 กิโลเมตร, หมู่บ้านเย้าไปประมาณ 10 กิโลเมตร, และหมู่บ้านม้งประมาณ 10-12 กิโลเมตร

keyboard_arrow_up