เปิดใจแท็กซี่ ปัดโก่งราคาลูกค้า ชี้ค่าครูดูดวง โวได้ครึ่งแสนต่อเดือน ตร.ไม่จับ (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Pantila Sawadiphap” โพสต์เล่าประสบการณ์หลังจากขึ้นรถแท็กซี่ โดยคนขับได้ถามขึ้นมาว่าเป็นคนเก็บเงินไม่อยู่ใช่ไหม จากนั้นก็ถามวันเดือนปีเกิด ซึ่งตนได้บอกไป นอกจากนี้คนขับแท็กซี่บอกว่ามีค่าครูในการดูดวงด้วยนะ

ภาพและข้อความที่ผู้เสียหาย โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก

ซึ่งตนก็ตอบตกลงเพราะเข้าใจว่าค่าครูนั้นแล้วแต่ความสมัครใจ แต่เมื่อจะลงจากรถ คนขับได้คิดค่าครู 299 บาท แต่ตนมีเพียง 100 บาท แล้วคนขับแท็กซี่ยังได้บอกให้ตนไปกดเงิน แต่ตนอ้างว่าไม่มี หลังจากนั้นตนได้นำไปจ่ายเป็นค่ารถที่โดยสาร 71 บาท และไม่ได้เงินทอนด้วย ภายหลังเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก

นางสาวภัณฑิรา สวัสดิภาพ หรือ “กลอย” ผู้โดยสารรถแท็กซี่คันที่เกิดเหตุ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

วันนี้ (30 เม.ย.) นางสาวภัณฑิรา สวัสดิภาพ หรือ “กลอย” ผู้โดยสารรถแท็กซี่คันดังกล่าว เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (29 เม.ย.) ช่วงเวลาประมาณ 08.00 น. ขณะตนเดินทางจากโครงการบ้านเอื้ออาทรวัดกู้จ.นนทบุรี ซึ่งคนขับได้เสนอว่าจะไปเส้นทางอื่นที่วิ่งอ้อมไกลกว่าเส้นทางปกติ ซึ่งตนก็ตกลงและต่อมาคนขับบอกว่าเดี๋ยววิ่งเส้นปกติ จากนั้นก็ได้ทักตนว่าเป็นคนเก็บเงินไม่อยู่ใช่ไหม ตนก็ตอบว่าใช่ จากนั้นโชเฟอร์ก็ถามวันเดือนปีเกิด ซึ่งตนก็ได้บอกไป ต่อมาคนขับก็ได้เริ่มทำนายเรื่องต่างๆ ตนก็ตอบว่า ค่ะ เพื่อตอบรับตามมารยาท โดยที่ตนเองไม่ได้สอบถามอะไรกลับไป

คุณกลอยเล่าต่อว่า ระหว่างทางคนขับได้ทำนายลักษณะนิสัยใจคอ การพูดจา ซึ่งมีทั้งมุมดีและไม่ดี จากนั้นก็ขอดูลายมือตน ตนก็ยื่นมือซ้ายไปให้ขณะที่คนขับก็ยังขับรถอยู่ แล้วก็ทักตนว่าทำหน้าที่การงานสบายใช่ไหม ตนก็ตอบรับไปตามปกติ ทั้งนี้ ขณะเดินทางคนขับได้บอกว่ามีค่าครูดูดวงนะ แต่ตนก็ไม่ได้สอบถามราคาเพราะคิดว่าที่เขากำลังถามตนอยู่เป็นเพียงการโฆษณาว่าสามารถดูดวงได้ ซึ่งตนไม่คิดว่านั่นคือการดูดวงจริงๆ

โดยก่อนลงจากรถโชเฟอร์ก็ให้พนมมือรับพร จากนั้นตนจึงยื่นแบงก์ร้อยที่เตรียมไว้ยื่นให้เพื่อจ่ายเป็นค่าโดยสาร ซึ่งมิเตอร์ขึ้นที่ราคา 71 บาท แต่คนขับได้ท้วงขึ้นมาว่า ค่าครู 299 บาท ตนก็รู้สึกงง จึงตอบไปว่ามีแค่นี้ จากนั้นคนขับแท็กซี่ได้เสนอให้ไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม ซึ่งตนได้อ้างไปว่าเงินเดือนยังไม่ออกและไม่มีเงิน คนขับจึงยอมให้ลงจากรถโดยไม่ได้ทอนเงิน ซึ่งตนไม่ได้ทักท้วงขอเงินทอน เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนขับตั้งใจจะเอาเงินทอนเป็นเงินค่าครู ซึ่งตอนที่คนขับบอกว่ามีค่าครู ส่วนตัวเข้าใจว่าแล้วแต่เราจะให้ และการที่คนขับแท็กซี่ขอค่าครูในลักษณะนี้ ตนมองว่าเจตนาของเขาคือตั้งใจจะเอาเงินเกินจากค่ามิเตอร์อยู่แล้ว

นางสาวภัณฑิรา หรือ “กลอย” พูดคุย ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

อย่างไรก็ตาม คำทำนายของของคนขับรถแท็กซี่นั้น ส่วนตัวมองว่าไม่ได้แม่นหรือตรงกับความจริง เพราะมีการทำนายในเรื่องกว้างๆ ทั้งดีและไม่ดี ซึ่งตนก็ไม่ได้คล้อยตาม แม้ว่าคนขับจะมีน้ำเสียงดูเหมือนเป็นคนธรรมะธัมโม พูดช้าๆเรียบๆ ดูไม่มีพิษภัย ส่วนตัวก็ไม่คิดว่าเขาจะมีความคิดและวิธีการที่ดูเป็นอันตรายกับผู้โดยสารลักษณะนี้

จากนั้นตนก็ได้มีโทรศัพท์แจ้งกรมการขนส่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อกลับมาตนก็รู้สึกสบายใจมากขึ้น เพราะได้ช่วยเป็น กระบอกเสียงให้กับสังคมว่าแท็กซี่มีพฤติกรรมแบบนี้ คิดว่าการที่แท็กซี่ทำแบบนี้ค่อนข้างอันตรายกับผู้โดยสาร หากผู้โดยสารมีแบงก์ห้าร้อยหรือแบงก์พัน แท็กซี่อาจจะเรียกเงินค่าดูดวงมากกว่า 299 บาท ก็เป็นได้ ซึ่งหากวันนั้นตนให้แบงก์ 500 ไป อาจจะได้เงินทอนคืนเพียงร้อยกว่าบาท และอาจจะเสียเงินไปฟรีๆ

ส่วนตัวคิดว่าหากวันนั้นตนไม่ได้อยู่ที่คนพลุกพล่าน ก็กลัวเหมือนกันว่าเขาจะเอาทรัพย์สินตนไปเพื่ออ้างเป็นค่าดูดวง ตนอยากเตือนภัยให้ผู้โดยสารระมัดระวัง อย่าไว้ใจแท็กซี่ที่ชวนคุยมากนัก สำหรับแท็กซี่คันดังกล่าวตนอยากฝากถึงกรมการขนส่ง นอกจากจะให้คนขับเสียค่าปรับแล้ว อยากจะให้ช่วยสอดส่องพฤติกรรมคนขับแท็กซี่ด้วยว่า จะก่อเหตุซ้ำอีกหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้เคยมีผู้โดยสารโดนถูกแท็กซี่คันนี้เรียกเก็บเงินถึง 499 บาท นอกจากนี้อยากบอกคนขับแท็กซี่คันดังกล่าวว่า หากคิดว่าดูดวงแม่นก็ไปตั้งโต๊ะดูดวงเลยจะได้ไม่เสียเวลามาขับแท็กซี่ เพราะเวลาขับแท็กซี่น่าจะเป็นอุปสรรคต่อการรับดูดวงของเขา

นายมงคลศิลป์ แสงศักดิ์อุดม คนขับแท็กซี่ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

ด้านนายมงคลศิลป์ แสงศักดิ์อุดม คนขับแท็กซี่ เปิดเผยว่า ผู้โดยสารรายนี้ ตนรับจากย่านติวานนท์มาส่งที่ตลาดกรมชลฯ ซึ่งตนได้ทักผู้โดยสารไปว่าเก็บเงินไม่อยู่ใช่หรือไม่ ผู้โดยสารก็ตอบรับตนมา ตนจึงทำนายดวงไปคร่าวๆ ก่อนที่จะบอกว่ามีเสียค่าครูด้วยนะ ผู้โดยสารจึงพูดว่า ค่ะ ซึ่งตนเข้าใจว่าผู้โดยสารยินยอมที่จะจ่ายเงินค่าครูดูดวง

พอถึงจุดหมาย ตนก็เรียกเก็บเงินค่าครูเป็นจำนวน 299 บาท ซึ่งผู้โดยสารบอกว่าไม่มีจ่าย ตนจึงเสนอให้ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ผู้โดยสารก็บอกว่าไม่มี มีเพียงร้อยเดียว ตนจึงตอบกลับไปว่า “ไม่เป็นไรครับ” คือตนหมายความว่าไม่รับเงินค่าครูก็ได้ แต่ยอมรับว่าตนเองไม่ได้ทอนเงินจำนวนประมาณ 20 บาท เพราะผู้โดยสารบอกว่าให้ได้เพียง 100 บาท และผู้โดยสารก็ไม่ได้รอเงินทอนหรือทักท้วงขอเงินทอน ส่วนที่ผู้โดยสารจะให้เงินทอนตรงนั้นเป็นค่าครูดูดวงหรือไม่ ตนไม่ทราบ เพราะตนมองว่าเงินทอนก็เพียง 20 บาท เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามต่อว่า ได้พยายามจะจ่ายเงินทอนคืนให้ผู้โดยสารหรือไม่ ลุงโชเฟอร์ตอบว่า ตนเองก็ไม่ได้ทักท้วงจะให้เงินทอนกับผู้โดยสารด้วยเพราะผู้โดยสารบอกว่าไม่มีเงิน แสดงว่าผู้โดยสารยอมรับที่จะจ่ายค่าครู ทั้งนี้ มองว่าหากไม่มีเงิน ผู้โดยสารก็สามารถบอกตนได้ว่าจะไม่จ่ายเงินหรือไม่ขอรับการทำนายดวง

ภาพป้ายรับดูดวง ภายในรถแท็กซี่คันที่เกิดเหตุ

นายมงคลศิลป์ ยังกล่าวต่อว่า ตนไม่ได้แจ้งราคาค่าครูกับผู้โดยสาร เพียงแต่บอกว่ามีค่าครู ซึ่งผู้โดยสารบอกว่า ได้ ตนจึงมองว่าผู้โดยสารยอมรับที่จะจ่ายค่าครู ก่อนลงรถจึงแจ้งราคาไป ทั้งนี้ค่าครูราคา 299 บาท ตนจะดูวันเดือนปีเกิด, โหงวเฮ้ง และทำนายลายมือให้กับผู้โดยสาร

ซึ่งตนทำแบบนี้มาตลอด และได้ค่าครูโดยที่ไม่เคยบอกราคา แต่หากผู้โดยสารถามจึงจะตอบราคาไป เพราะผู้โดยสารแต่ละคนตนจะเรียกค่าครูไม่เท่ากัน บางคนตนยอมรับว่าเคยเรียกเงินดูดวง 499 บาท เพราะตนต้องดูว่าเกรดแต่ละคนจะเรียกราคาได้ระดับไหน บางคนก็ 99 บาท บางคนก็ดูฟรี หากแต่งตัวดีมีทองใส่ ก็เรียกได้ราคาสูง รวมถึงความสนใจของผู้โดยสารว่ามีมากน้อยแค่ไหน หากผู้โดยสารไม่สนใจมากนัก ตนก็ไม่เรียกเก็บเงินแพง บางคนตนต้องดู โหงวเฮ้งด้วยว่า ขี้เหนียวหรือใจถึงพอที่จะจ่ายหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารที่ตนเคยดูดวงมาก็ยอมเสียค่าครู ตนก็อยู่อย่างนี้มาได้ราวหนึ่งเดือน ซึ่งก็มีรายได้สูงราว 4-5 หมื่นบาท เป็นค่าโดยสารและค่าครูดูดวง หากลูกค้าถูกใจตนก็จะเรียกเงินค่าครูแพง จึงไม่ได้กำหนดว่าลูกค้าแต่ละคนต้องเรียกเงินค่าครูเท่าไร ยืนยันว่าไม่เคยไปหลอกเงินใคร เพราะตนดูดวงแม่น ทำนายแล้วโดนใจผู้โดยสาร ผู้โดยสารจึงยอมจ่าย

นายมงคลศิลป์ คนขับรถแท็กซี่ พูดคุย ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

นายมงคลศิลป์ บอกกับทีมข่าวด้วยว่า ดูดวงแบบนี้มาเกือบ 2 ปีแล้ว อีกทั้งเคยเรียนดูดวงโหราศาสตร์มาจนเปิดร้านทำนายดวงตั้งแต่ราคาเพียง 59 บาท แต่อาจารย์หมอดูของตนบอกว่าดูดวงอยู่กับบ้านลูกค้าไม่เข้าหา ตนจึงออกมาหาลูกค้าโดยการขับรถแท็กซี่ไปด้วย ซึ่งพอตนได้เห็นหน้าลูกค้ารายใดก็สามารถทำนายได้เลย จึงเป็นความพิเศษอย่างหนึ่ง ซึ่งตนมั่นใจว่าตัวเองดูดวงแม่นถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์

นายมงคลศิลป์ บอกต่อว่า ตอนนี้ทางกรมขนส่งเรียกให้ตนไปพบในวันพฤหัสบดีหรือวันศุกร์นี้ ซึ่งตนคิดว่าคงไม่ต้องเสียค่าปรับอะไร เพราะตนไม่ได้เก็บเงินค่าดูดวงกับผู้โดยสารรายนี้ และแม้ว่ากรมขนส่งจะเคยสั่งห้ามตนดูดวง แต่ตนก็อยากชี้แจงว่าตนไม่สามารถเลิกดูได้ เพราะมีภาระค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก และไม่ได้ไปรบกวนผู้โดยสาร ตนเคยขึ้นโรงพักมาแล้ว ตำรวจก็ยังเอาผิดตนไม่ได้ เพราะไม่ได้หลอกลวงใคร ผู้โดยสารเขาเต็มใจให้เงิน อีกทั้งตนไม่สามารถเลือกได้ว่าจะขับรถแท็กซี่หรือจะไปทำอาชีพดูดวง เพราะดวงตนมาทางนี้ ต้องขับแท็กซี่ไปพร้อมดูดวงด้วย และหากไม่แม่นจริงผู้โดยสารก็ไม่ต้องจ่ายเงินก็ได้ อีกทั้งที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นใครบอกว่าตนดูดวงไม่แม่น มีแต่บอกว่าแพงกับไม่ขอรับการดูดวง ตนก็อยากให้สังคมเข้าใจว่า ตนไม่ได้หลอกลวงใครและตนประกอบอาชีพสุจริต

keyboard_arrow_up