“จะไปตาย!” เผยคำสุดท้ายก่อนลุงโดดสะพานกรุงเทพ แท็กซี่เปิดใจรู้สึกผิดเหมือนพาไปตาย (คลิป)

จากกรณีมีชายสูงอายุทราบชื่อภายหลังคือ นายสนั่น วิริยะสกุลกิจ อายุ 74 ปี กระโดดสะพานกรุงเทพ เมื่อช่วงเช้า (5 ม.ค.61) ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบร่างและสาเหตุการกระทำดังกล่าว

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ไปสอบถาม นายสิทธิโชติ อ่อนตา คนขับขี่รถแท็กซี่ เล่าว่า ช่วง 07.00 น. ได้รับผู้โดยสารรายนี้มาจากซอยวัดกก ย่านพระราม 2 โดยบอกว่าจะไปสะพานกรุงเทพ ซึ่งได้สอบถามตนว่ารู้จักไหม ตนก็ตอบไปว่า รู้จัก ชายรายดังกล่าวจึงขึ้นรถมานั่งเบาะหน้าข้างคนขับ

นายสิทธิโชติ อ่อนตา คนขับขี่รถแท็กซี่

ระหว่างทางได้พูดคุยกันเล็กน้อย และได้สอบถามอายุชายคนดังกล่าว ซึ่งตนจำไม่ได้ว่าชายรายนั้นอายุเท่าไร หลังจากนั้นได้ขอให้ตนกดโทรศัพท์โทรหาใครสักคนให้ ส่วนตัวคิดว่าน่าจะเป็นลูก แต่ปรากฏว่าเมื่อผู้ก่อเหตุคุยไปได้สักพัก คิดว่าน่าจะโทรเบอร์ผิด จึงวางสายไป แต่ใจความที่คุยกับปลายสาย ประมาณว่า ให้ไปที่ร้านกาแฟท้ายซอย แล้วเดี๋ยวจะรู้เอง แต่ก็ไม่ได้บอกว่าให้ไปทำไม

สะพานกรุงเทพ จุดที่ชายรายดังกล่าวกระโดดลงไป

จากนั้นเมื่อถึงที่หมาย บริเวณกลางสะพานกรุงเทพ ชายคนดังกล่าวได้บอกให้ตนจอดรถกลางสะพาน ซึ่งตนก็บอกว่าจอดไม่ได้ จึงได้ขับไปจอดบริเวณเชิงสะพานกรุงเทพ ตอนนั้นมิเตอร์ราคาอยู่ที่ 75 บาท แต่ชายคนดังกล่าวให้เงินตนมา 200 บาท โดยบอกว่าให้เอาไว้ใช้

ด้วยความสงสัย ตนจึงถามอีกครั้งว่า จะไปไหน ชายคนดังกล่าวได้ตอบกลับมาว่า เดี๋ยวก็รู้เอง ซึ่งเป็นคำพูดประโยคสุดท้ายที่ตนได้พูดคุย และยังได้ยินเขาเดินพูดอีกว่า เจ็บหัวเข่า แต่ต้องเดินขึ้นสะพานอีก

ตอนนั้นก็รู้สึกไม่สบายใจว่า ชายคนดังกล่าวอาจมาก่อเหตุไม่ดีหรือไม่ เพราะตนเข้าใจว่าน่าจะเดินเข้าไปในซอยของชุมชนย่านสะพานกรุงเทพ แต่กลับเดินขึ้นไปบนสะพาน ตนจึงกลับรถแล้วขับตามไปดูอีกครั้ง พบชายคนดังกล่าวกำลังเดินขึ้นไปบนสะพาน ทีแรกตนจะจอดรถสังเกตดู แต่ด้วยปริมาณรถเยอะ ไม่สามารถจอดได้ จึงขับผ่านไป

ตลอดช่วงเช้าก็ไม่สบายใจได้เล่าเรื่องราวให้ผู้โดยสารรายอื่นฟังว่า เมื่อช่วงเช้าได้รับชายชรามาส่งที่สะพานกรุงเทพ แต่กลัวว่าจะมาก่อเหตุฆ่าตัวตาย กระโดดสะพาน จึงรู้สึกไม่สบายใจ ผู้โดยสารขณะนั้นจึงแนะนำให้เปิด จส.100 ฟัง ซึ่งตนก็ยังไม่ได้เปิด

รองเท้าและโทรศัพท์ของชายรายดังกล่าว

กระทั่งช่วงประมาณ 09.00 น. ตนยังกังวลอยู่ จึงเปิด จส.100 ในรถ ปรากฏได้ยินเสียงจากวิทยุว่า “มีชายชราคนหนึ่งกระโดดสะพาน” ส่วนตัวตอนนั้นคิดขึ้นมาว่า อาจจะใช่ผู้โดยสารที่ตนรับไปส่งจึงรีบโทรศัพท์ไปสอบถาม จส.100 ปรากฏว่าเป็นชายคนเดียวกัน พอทราบก็รู้สึกมือไม้สั่นไปหมด เหมือนตัวเองพาผู้ก่อเหตุมาเสียชีวิต ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้น คิดว่าน่าจะมีปัญหาส่วนตัวเรื่องครอบครัว

นางอ้อย จิตเทพ เจ้าของร้านกาแฟ

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวยังได้พบกับ นางอ้อย จิตเทพ เจ้าของร้านกาแฟ ที่นายสนั่นได้สั่งเสียก่อนที่จะไปก่อเหตุ  เผยว่า ประมาณ 06.00 น. นายสนั่นได้มากินน้ำที่ร้านตน ซึ่งปกติได้มาที่ร้านเป็นประจำ หลังจากสั่งชาเย็น นายสนั่น ได้บอกว่า จะมากินน้ำแก้วสุดท้ายแล้ว ซึ่งตนก็ถามไปว่า ตาจะไปไหน  นายสนั่นบอกว่าจะไปตาย หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุก็ให้ตนโทรศัพท์หาลูกชายให้หน่อย แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากปลายสายปิดเครื่อง

จากนั้น นายสนั่น ได้ขอให้ตนเขียนจดหมายถึงครอบครัว โดยบอกว่า กุญแจอยู่ไหน เงินอยู่จุดไหน แล้วบอกให้กับลูกชายคนเล็กคนเดียว เหมือนว่ามาสั่งเสีย ส่วนตัวก็พยายามห้ามให้นายสนั่นใจเย็นๆ แต่เหมือนนายสนั่นตั้งใจไว้แล้ว หลังจากนั้นก็ออกจากร้านไปเรียกแท็กซี่ พอให้ยินข่าวว่า นายสนั่น ไปกระโดดสะพาน ตนเองรู้สึกสงสาร ใจหาย เพราะปกติลุงจะมาทุกวัน ซึ่งตนก็ไม่ทราบสาเหตุว่าลุงไปก่อเหตุด้วยเหตุผลอะไร

นอกจากนี้ทีมข่าวยังได้พูดคุยกับ นายรัตน์ชัย อุณหทรงธรรม เจ้าของร้านขายของชำ ซึ่งช่วงเช้าวันเดียวกัน นายสนั่น ก็ได้ไปที่ร้าน และให้โทรศัพท์หาลูกเช่นกัน แต่ไม่สามารถติดต่อได้ นายสนั่น มีอารมณ์โมโห ไม่พอใจ ซึ่งปกตินายสนั่นจะไม่เป็นแบบนี้ หลังจากแยกจากตน นายสนั่นก็เดินกลับบ้านพักปกติ ส่วนตัวก็ไม่คิดว่าจะไปฆ่าตัวตาย ตนรู้จักนายสนั่นมา 8 ปี มาซื้อของที่ร้านเป็นประจำ

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวพยายามติดต่อครอบครัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งระบุว่าขณะนี้ไม่สะดวกให้ข้อมูล เนื่องจากครอบครัวยังอยู่ในสภาวะเสียใจ และยังทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางคอแหลม ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งทำงานในการค้นหาตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งได้เรียกสอบปากคำญาติและพยานแล้ว ทางครอบครัวไม่ได้ติดใจแต่อย่างใจ เนื่องจากวงจรปิดที่สามารถจับภาพขณะเกิดเหตุได้ ไม่พบผู้ก่อเหตุถูกทำร้ายแต่อย่างใด ทั้งยังมีลักษณะคล้ายว่าตั้งใจมากระโดดสะพานอยู่แล้ว โดยเบื้องต้นทราบว่ามีปัญหาเรื่องสุขภาพ เป็นเหตุให้มาก่อเหตุเช่นนี้

keyboard_arrow_up