แม่สาวจุดไฟเผายันลูกเลิกการพนันแล้ว เคยเตือนกู้มั่วจะวุ่น-เจ้าตัวไม่หนีแต่ไม่มีจ่าย (คลิป)

ภายหลังจากทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี นำเสนอเรื่องราวของ นางพยอม เพชรโก หรือ “น้อย” อายุ 32 ปี ออกมาเปิดใจว่า สาเหตุที่ต้องใช้น้ำมันมาราดตัว พร้อมกับจุดไฟเผาตัวเอง เพราะอารมณ์ชั่ววูบ คิดหาทางออกเรื่องหนี้นอกระบบไม่ได้ และส่วนตนแค่อยากนำเงินกู้ในระบบ ไปใช้หนี้นอกระบบเท่านั้น ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันนี้ (30 ธ.ค. 60) นางสมศรี (นามสมมติ) อายุ 56 ปี แม่ของน้อย เปิดเผยว่า ตนไม่ได้อยู่กับอาศัยกับ ลูกสาวแล้ว เนื่องจาก “น้อย” ไปอยู่กับแฟน แต่เอาลูกมาให้ตนเลี้ยง โดย “น้อย” จะเดินทางมาหาประมาณ 2-3 ครั้งต่อเดือน

เท่าที่ทราบคือ “น้อย” ไปทำงานเปิดร้านคาราโอเกะกับเพื่อน โดยนำเงินไปลงทุนจำนวนหนึ่ง ซึ่งตนไม่รู้ว่ากี่บาท ช่วงนั้นเศรษฐกิจไม่ดี ขาดทุน จึงไปกู้เงินนอกระบบ ทางเจ้าหนี้ได้มาทวงถาม แต่เรื่องดังกล่าว ตนไม่ทราบรายละเอียดมากนัก รู้เพียงว่า เจ้าหนี้มายึดรถของ “น้อย” ทั้งที่ยังผ่อนอยู่ ส่วนตัวมองว่า ทางเจ้าหนี้กดดันมากเกินไป

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับ นางสมศรี (นามสมมติ) แม่ของนางพยอม

นอกจากนี้ นางสมศรี บอกอีกว่า ลูกสาวเล่าให้ฟังว่า มีปัญหากับเพื่อนร่วมลงทุนธุรกิจร้านคาราโอเกะ เนื่องจากลูกสาว หาลูกค้าได้ดีกว่า น้อยจึงถูกแกล้งให้ถอนหุ้นไป โดยยึดที่ลูกสาวลงทุนไว้ทั้งหมด

พร้อมกับบอกให้ “น้อย” ต้องใช้หนี้ 30,000 บาท โดยไม่ทราบว่าเป็นหนี้อะไร ส่งผลทำให้ “น้อย” ไม่ถูกกับเพื่อนคนดังกล่าว เพราะลูกสาวเป็นคนลงทุนทั้งหมด แต่กลับมาถูกยึดของภายในร้านไป หลังจากนั้น “น้อย” ไปทำงานที่อื่น ซึ่งได้ข่าวว่า เพื่อนจะตามไปทำร้ายลูกสาว จนทางเจ้าหน้าที่ สน.ท่าข้าม ได้เรียกไปเจรจาไกล่เกลี่ย

ภาพเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ นางพยอม ที่ทำเนียบรัฐบาล

สำหรับเรื่องที่ “น้อย” ไปกู้เงิน ตนไม่รู้ว่ายอดเงินทั้งหมดคือจำนวน 250,000 บาท แต่ยอมรับว่า น้อย กู้เงินนอกระบบ ครั้งละประมาณ 20,000-30,000 บาท โดยไม่เคยมาปรึกษาตน เพียงแค่บอกว่า กู้เงินไปลงทุนที่ร้าน ที่ผ่านมา ตนได้เตือนน้อย อยู่เสมอว่า เอาเงินไปใช้จำนวนมากเช่นนี้ อย่ากู้เงินหลายที่ เพื่อนำไปทบหนี้ เพราะจะจ่ายเงินคืนเจ้าหนี้ไม่ไหว

ทั้งนี้ นางสมศรี เพิ่งมาทราบจากพี่สาว หลังจากที่ “น้อย” จุดไฟเผาตัวเอง โดยพี่สาวโทรศัพท์มาบอกว่า “เห็นไหมลูกมึงทำอะไรลงไป” ตอนที่ทราบข่าว รู้สึกตกใจว่า ทำไมถึงทำเช่นนี้ จึงได้โทรศัพท์ไปถาม ลูกสาวบอกเพียงว่า เครียดเพราะเจ้าหนี้กดดัน

นางสมศรี เล่าให้ฟังอีกว่า เมื่อก่อน น้อย เคยติดการพนันจริง แต่พอมีแฟนจึงเลิกเล่นการพนัน แต่ยังซื้อลอตเตอรี่ตามปกติ และน้อย บอกเสมอว่า เลิกเล่นการพนันแล้ว เมื่อวาน (29 ธ.ค.) ที่ตนไปเยี่ยมเยียน ดูอาการลูกสาว โดย “น้อย” พูดกับตนว่า อยากให้เจ้าหนี้นอกระบบทั้งหลาย ประนีประนอม โดยเฉพาะเจ้าหนี้ที่ยึดรถไป เพราะดอกเบี้ยร้อยละ 20 ขูดรีดกันมากไป

นางสมศรี บอกอีกว่า หากลูกสาวโกหกตนเรื่องการพนัน หรือ เรื่องการลงทุน ตนไม่รู้เหมือนกันว่า จะพูดอย่างไร แต่อยากให้ “น้อย” เห็นแก่ลูกสาว 2 คนบ้าง พร้อมแนะนำว่า อย่าใช้จ่ายอะไรเยอะเกินตัว เพราะตนเครียด เวลาได้ยินข่าวที่ไม่ดี ส่วนตัวไม่อยากให้ “น้อย” เล่นการพนัน อยากให้เลิกเล่น หากกลับไปติดการพนัน ก็ให้ทำตัวใหม่ โดยตนไม่รู้จะฟังความด้านไหน เพราะเพื่อนน้อย มักจะบอกว่า น้อยติดเล่นการพนัน แต่ตนไม่อยากจะเชื่อ

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับ นางพยอม ผู้ที่จุดไฟเผาตัวเอง

นอกจากนี้ ทีมข่าวได้โทรศัพท์หา นางพยอม หรือ “น้อย” สาวจุดไฟเผาตัวเอง เปิดใจว่า ขณะนี้ตนยังเจ็บแผลอยู่ ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ ทุกวันนี้ลำบาก หลังจากบาดเจ็บ ตนขาดรายได้ ขณะที่ต้องเลี้ยงดูลูกสาว 2 คน คนโตอายุ 12 ปี ส่วนคนเล็ก อายุ 4 ขวบ จึงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือ อยากกู้เงินในระบบ เพื่อนำไปใช้หนี้นอกระบบ ประมาณ 250,000 บาท เนื่องจากจ่ายคืนธนาคาร เดือนละ 1 ครั้ง ดอกเบี้ยต่ำกว่า หนี้นอกระบบ ที่ไปกู้ยืมมา

ส่วนเรื่องที่ตนติดหนี้คนอื่นๆ “น้อย” ยืนยันว่า จะใช้คืนทุกเจ้า “คนเราเป็นหนี้แล้วต้องใช้” แต่อาจจ่ายคืนช้า เนื่องจากหมุนเงินไม่ทัน จึงไม่มีเงินชำระหนี้สิน

ขณะเดียวกัน “น้อย” ยอมรับว่า เคยให้เด็กในร้านคาราโอเกะ เป็นคนค้ำประกันเงินกู้ จำนวน 20,000 บาท กับเจ้าหนี้นอกระบบ ตอนที่ตนเองเปิดร้านคาราโอเกะ ย่านบางขุนเทียน ซึ่งตนได้จ่ายดอกเบี้ย ที่เรียกว่าดอกลอย ไม่รวมเงินต้น วันละ 400 บาท จ่ายมาเกือบ 1 เดือน

โดย “น้อย” เปิดเผยอีกว่า ตนเองไม่ได้หลบหน้าเจ้าหนี้ ถ้าคิดจะหลบหน้าจริงๆ คงไม่เดินทางไปร้องเรียนที่ทำเนียบฯ พร้อมกับชี้แจงว่า ตัวเองไม่ได้ติดการพนัน ไม่เคยไปเล่นไพ่ ตามที่ตกเป็นข่าว เนื่องจากตนลำบาก หนี้สินมีจำนวนมาก ดังนั้นจะนำเงินที่ไหนไปเล่น และตนอยากชี้แจงอีกว่า ไม่เคยใช้ชีวิตร่าเริงร้องคาราโอเกะกับครอบครัว คืนก่อนที่ตนจะเผาตัวเอง 1 วัน ตามที่มีคนออกมาให้ข้อมูล

ส่วนเรื่องที่มีเจ้าหนี้มาแฉว่า ตนเองชอบไสยศาสตร์ของขลัง พกสาริกาลิ้นทอง นางพยอม ยืนยันว่า ตนไม่ใช่คนเล่นของ แต่เป็นคนธรรมะธัมโม ชอบเข้าวัดทำบุญ แต่ไม่ห้อยพระ ดังนั้นพระยังไม่ห้อย จะไปพกสาริกาลิ้นทองได้อย่างไร ตนโดนใส่ร้าย พร้อมย้ำชัดคนที่ออกมาพูด ต้องมีหลักฐาน ถ้าใครมีหลักฐาน ตนท้าให้เอาออกมายืนยันได้เลย

keyboard_arrow_up