นาทีหนีตายโจ๋นรก! เหยื่อแฉถูกยิงบ้านพรุนอุ้มเด็กหนี ตำรวจชี้ล่าอริไม่เจอเลยระบายแค้น (คลิป)

จากกรณีคนร้ายยกพวกใช้อาวุธปืนลูกซอง ยิงถล่มบ้านคู่อริ ในซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 8-3 เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนนำไปสู่การจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 2 ใน 5 คน

เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำผู้ก่อเหตุ

ล่าสุด วันนี้ (25 ธ.ค.60 ) พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.เอกชัย บริสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา เป็นกลุ่มวัยรุ่น ใช้อาวุธปืนหลายชนิดยิงเข้าไปในบ้านคู่อริ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา เวลา 06.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายหลายคน ขับขี่รถเก๋งยี่ห้อซูซูกิ สีขาว ใช้อาวุธปืนยิงใส่บ้านหลังหนึ่ง ภายในซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 8-3 เป็นเหตุให้บ้านหลังดังกล่าว ได้รับความเสียหาย

ขณะเกิดเหตุมีคนอยู่ในบ้านหลายคน แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุคนร้ายได้หลบหนีไปทางปากซอยสายไหม 6 แยก 4 และได้เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ที่ขับตรงมา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ คนร้ายได้ทำแผ่นป้ายทะเบียนรถตกไว้ในที่เกิดเหตุ

สภาพรถยนต์ที่ได้ขับเฉี่ยวชนจนได้รับความเสียหาย แผ่นป้ายทะเบียได้ตกหาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหม สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลจังหวัดมีนบุรี ได้แล้ว 2 คน ประกอบไปด้วย นายภาณุพงศ์ อายุ 22 ปี เคยต้องโทษในคดีครอบครองยาเสพติด ในพื้นที่ สน.สายไหม และเมื่อวาน (24 ธ.ค.) สามารถจับกุมตัว นายณัฐภูมิ อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน กลุ่มของตนได้มีเรื่องกับคู่อริ ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านเลียบด่วนรามอินทรา วันต่อมาจึงตามเอาปืนไปยิงที่บ้าน ก่อนจะขับรถหลบหนีและเฉี่ยวชนกับรถของประชาชน จากการตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนประมาณ 3 ชนิด ยิงใส่บ้านรวมทั้งหมดประมาณ 16 นัด

ด้านรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า เป็นการกระทำที่อุกอาจ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และยังทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการถูกเฉี่ยวชน และในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ได้มีการสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกับการตรวจป้องกันเหตุมากขึ้น

สำหรับคดีดังกล่าว พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาไปทั้งหมด 4 ข้อหา ประกอบไปด้วย ร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ, ร่วมกันยิงปืนในที่สาธารณะ และร่วมกันพยายามฆ่า ยังคงเหลือผู้ต้องหาอีก 3 คนที่กำลังหลบหนี ประกอบไปด้วย นายวีรณัฐ อายุ 25 ปี, นายภควัต อายุ 20 ปี และนายชัยธวัช อายุ 21 ปี

ร่องรอยกระสุนที่ถูกยิงเข้ากำแพงบ้าน

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวเดินทางมาที่จุดเกิดเหตุ พบว่าภายในซอยดังกล่าวมีบ้านที่อยู่ในรั้วเดียวกันถึง 4 หลัง บ้านหลังในสุด เป็นบ้านหลังที่คนร้ายบุกเข้าไปก่อนจะใช้อาวุธปืนยิง 7-8 นัด

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นางผ่อนพัน สุริยะ อายุ 63 ปี ผู้ที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว พาทีมข่าวสำรวจจุดที่ได้รับความเสียหายจากกระสุนปืน ทั้งกำแพง ตู้เสื้อผ้า กระจกบานหน้าต่าง

นางผ่อนพัน สุริยะ ผู้ที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว

นางผ่อนพัน เปิดเผยว่า เหตุเกิดเวลาประมาณ 07.00 น. ตนและหลานอีก 3 คน ที่อายุน้อยสุดเพียง 8 ปี กำลังเตรียมตัวเพื่อจะเดินทางไปโรงเรียน ปรากฏว่า มีเสียงตะโกนเรียกจากหน้าบ้านว่า “ตาล” เป็นชื่อของหลานตน

หลังจากนั้นหลานคนเล็กที่อยู่ในบ้าน เดินออกไปเปิดประตู เห็นชายรายดังกล่าว ถือปืนเข้ามายืนอยู่ในบริเวณบ้าน ด้วยความตกใจจึงรีบปิดประตู และบอกให้ทุกคนหลบ จากนั้นชายรายดังกล่าวไม่รอ ใช้อาวุธปืนยิงไม่ยั้ง

นางผ่อนพัน คิดว่า หากกระสุนทะลุกำแพง คงเสียชีวิตไปแล้ว ตนยังไม่สบายใจนอนผวา เนื่องจากตำรวจยังจับคนร้ายไม่ได้ทั้งหมด ช่วงกลางคืนได้ยินเสียงอะไรเล็กน้อยจะสะดุ้งตื่น เนื่องจากกลัวคนร้ายจะกลับมาอีก

นางนง (นามสมมติ) แม่ของตาล

ทีมข่าวได้พบกับ นางนง (นามสมมติ) แม่ของตาล ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนกำลังเดินอุ้มหลานชาย กลับเข้ามาที่บ้านที่เกิดเหตุ จากนั้นเห็นกลุ่มคนร้าย ขับรถยนต์มาจอดกลางซอย พร้อมเดินเข้ามาทางบ้านตน พร้อมถืออาวุธปืนลงมาด้วย ตนจึงสอบถามว่า “จะไปไหน” กลุ่มคนร้ายบอกว่า “จะมาหาตาล” ตนจึงบอกไปว่าตาลไม่ได้พักบ้านนี้ ตาลอยู่บ้านแถวสนามฟุตบอล บริเวณปากซอย กลุ่มคนร้ายก็เดินกลับออกไป

จากนั้น ตนจึงโทรศัพท์หาลูกสะใภ้เพื่อสอบถามว่าอยู่ที่ใด พร้อมบอกไปว่ามีคนมาหาลูกชาย และมีอาวุธปืนมาด้วย แต่ขณะนั้นลูกชายตนไม่อยู่บ้าน

โดยระหว่างที่คุยโทรศัพท์ กลุ่มคนร้ายกลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง ตนได้ยืนดูผ่านกระจกหน้าต่างของบ้าน กลุ่มคนร้ายได้ตะโกนเรียกชื่อลูกชาย พร้อมบอกให้ออกมา ก่อนที่ตนจะเห็นเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนที่เตรียมมา ยิงเข้าที่บ้าน ที่แม่ของตนพักอาศัยอยู่ ตอนนั้นด้วยความตกใจ และพยายามหลบ ตนจึงไม่ทันได้ถ่ายคลิปวิดีโอเพื่อเก็บเป็นหลักฐาน

นางนง เผยว่า ส่วนตัวคิดว่า คนร้ายมีเจตนาหวังจะเอาชีวิตลูกชายตนแน่นอน หากวันเกิดเหตุ ลูกชายตนอยู่บ้าน คงเสียชีวิตแน่นอน โดยตนมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการกระทำที่เกิดกว่าเหตุ และอุกอาจมาก

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับนายตาล ชายที่คนร้ายมาตามหา

นอกจากนี้ ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายตาล ชายที่คนร้ายมาตามหา เปิดเผยว่า กลุ่มคนร้ายกับตนไม่เคยมีปัญหา หรือรู้จักส่วนตัว แต่เป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก ไม่เคยเจอกัน ก่อนเกิดเหตุตนไปฉลองวันเกิดกับภรรยาที่ผับแห่งหนึ่ง จึงได้เจอกับกลุ่มคนร้าย แต่ไม่ได้มีปัญหากัน จนกระทั่งเวลาประมาณ 05.00 น. คนร้ายทักอินบ็อกในเฟซบุ๊กถามว่า อยู่ไหน ตนก็ตอบไปว่า อยู่ที่ผับ จากนั้น ชายรายดังกล่าวได้ทักมาอีก ตนจึงตอบกลับไปว่า นอนแล้วฝันดี แต่จริงๆ แล้วตนกำลังกลับบ้าน

หลังจากนั้น ชายรายดังกล่าวเงียบหายไป เวลาประมาณ 07.00 น. หลังคนร้ายบุกยิงถล่มบ้านตนเพียง 10 นาที ชายรายดังกล่าว ได้ทักเฟซบุ๊กมาบอกว่า มีคนบุกยิงบ้านตน วินาทีนั้นยอมรับว่า ไม่ทราบว่ายิงด้วยเหตุผลอะไร แต่คิดว่า คนร้ายน่าจะมาล้างแค้นแทนรุ่นน้องในกลุ่ม เนื่องจากตนเคยมีปัญหาทะเลาะวิวาท กับรุ่นน้องคนร้าย ช่วง 8-9 เดือนที่ผ่านมา ส่วนตัวตกลงกันได้กับรุ่นน้องคนร้ายแล้ว จึงไม่คิดว่าจะมีเหตุแบบนี้อีก

นายตาล เปิดใจอีกว่า ไม่ทราบเหตุจูงใจในการก่อเหตุ ส่วนตัวกลัวเพราะลูกชายตน อายุเพียง 1 ปีกว่า ตนจึงไม่อยากมีเรื่อง อีกทั้งไม่เคยไปทำอะไรให้ใครโกรธแค้น ถึงขนาดต้องมาเอาชีวิตกันแบบนี้

อย่างไรก็ตาม หลังคนร้ายบุกยิงถล่มบ้าน ระหว่างหลบหนียังใช้ปืนยิงไปตามถนน และยิงขึ้นฟ้า รวมแล้ว 16 นัด โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

จากการสังเกตพื้นที่ชุมชน พบว่า มีเพียงกล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานคร ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 200 เมตร เป็นกล้องเพียงตัวเดียว ที่คาดว่าสามารถจับพฤติกรรมคนร้ายที่อยู่ด้านหน้าบ้านพักได้

keyboard_arrow_up