เพื่อนแฉสาวกล่าวหา 4 อส.รุมโทรม ผัวเคยให้ยืมเมียหลับนอน-คู่กรณีฉะชี้ตัวมั่วลั่นพร้อมสู้คดี (คลิป)

จากกรณีมีสามี และภรรยา เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองลพบุรี ว่าถูกเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน รุมโทรม  พร้อมกับถูกซ้อมภายในวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานบำบัดยาเสพติด ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันนี้ (24 ธ.ค.) ทีมข่าวเดินทางไปพบกับ นายสุชิน สร้อยผล หนึ่งในกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่ถูกกล่าวหาว่า รุมโทรมหญิงสาวในค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ยืนยันว่า ช่วงที่มีค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่เคยเกิดเหตุอย่างที่ นายธงชัย กับนางณี สามีภรรยาที่เดินทางเข้าไปแจ้งความว่า ฝ่ายหญิงถูกรุมโทรมแต่อย่างใด

วันที่ นางณี เดินทางมาชี้ตัวพวกตน ยอมรับว่าตนเองรู้สึกงง วินาทีนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรียกตัวครูปกครองทุกคนมารวมตัวกัน บริเวณศาลาปฏิบัติธรรมของวัด พร้อมให้ นางณี ชี้ตัวครูปกครองในค่าย ที่ร่วมกันก่อเหตุ ขณะนั้นตนเดินมาคนสุดท้าย ตอนนั้นตนสวมหมวก และสังเกตเห็น นายธงชัย สะกิด นางณี คล้ายกับว่า ให้ชี้มาที่ตน เมื่อตนถอดหมวกออก หญิงรายดังกล่าว ก็ชี้มาที่ตน ยอมรับว่าตกใจ และยังงงว่า ตนเองไปเกี่ยวอะไรด้วย

นายสุชิน สร้อยผล หนึ่งในกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่ถูกกล่าวหาว่ารุมโทรมหญิงสาว

นายสุชิน ยืนยันว่า ตนไม่ได้ทำ ตามที่ถูกกล่าวหา และไม่เคยรู้จักสองสามีภรรยามาก่อน พร้อมทั้งมั่นใจว่า ไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นภายในค่าย ตอนนี้ตนได้เดินทางเข้าไปให้การกับเจ้าหน้าที่ และให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่แล้ว

นอกจากนี้ นายสุชิน อยากฝากบอก นายธงชัย และนางณี ให้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อพิสูจน์ความจริงว่ากลุ่มพวกตนทำความผิดหรือไม่ ไม่ใช่เดินทางมาแจ้งความแล้วหายตัวไปเช่นนี้ เพราะกลุ่มพวกตนเสียหาย ทำได้เพียงแค่รอว่าเจ้าหน้าที่ เรียกตัวอีกเมื่อไหร่

โดยนายสุชิน ไม่ได้โกรธกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่ชอบที่มีข่าวออกมาเช่นนี้ เพราะทำให้หน่วยงานกองอาสารักษาดินแดนที่มีอยู่ทั่วประเทศ ต้องเสียหาย พร้อมสงสัยอีกว่า วันที่มีการชี้ตัวมีเจ้าหน้าที่ อส. ถูกกล่าวหา 5 คน แต่กลับมีข่าวว่า มีผู้ต้องสงสัยเพียง 4 คน จึงสงสัยว่า เพราะเหตุใดข้อมูลจึงดูเหมือนมีความไม่แน่ชัด

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวยังได้พบ นายรุ่งโรจน์ ขำวงษ์ อีกหนึ่งผู้ถูกกล่าว ซึ่งวันที่ 22 ธ.ค. ที่กลุ่มกองอาสารักษาดินแดน เดินทางไปแสดงความบริสุทธิ์ใจที่สถานีตำรวจภูธรเมืองลพบุรี ตนไม่ได้เดินทางไป เนื่องจากติดเดินทางไปงานแต่งงานญาติ หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้น (23 ธ.ค. 60) ตนได้เดินทางไปให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

นายรุ่งโรจน์ ยืนยันว่า ตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น และเรื่องที่ถูกแจ้งความนั้นไม่เป็นความจริง ช่วงเวลาเกิดเหตุ อส.24 คน พร้อมกับนักเรียนอีก 6 คน เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่มีใครไปก่อเหตุอะไร

โดยใต้ถุนศาลาวัด ที่ถูกระบุว่า เป็นที่รุมโทรมก็เปิดไฟตลอด ไม่มีใครเข้าไปก่อเหตุไม่ดีแน่นอน ส่วนตัวคิดว่าถ้าเกิดเหตุเช่นนั้นจริง ต้องมีคนได้ยิน พร้อมบอกว่า ตัวเองไม่รู้จักคู่สามีภรรยาดังกล่าว และไม่เคยพูดคุยกันเลย ระหว่างที่อยู่ในค่าย

อย่างไรก็ตาม นายรุ่งโรจน์ ยังสังเกตเห็นวันที่หญิงรายดังกล่าว มาชี้ตัว ก็ยังชี้ไม่ถู ชี้มั่ว โดยให้สามีบอกว่า จะชี้คนไหน จากนั้นภรรยาจึงชี้ตาม หากเป็นไปตามข้อกล่าวหา ฝ่ายหญิงต้องทราบว่า ใครก่อเหตุรุมโทรมตนเองบ้าง

นายศริพงษ์ อุ่นจิตต์พันธุ์ หรือ อ๊อด อายุ 61 ปี บุคคลที่รู้จัก 2 สามี-ภรรยา

นอกจากนี้ ทีมข่าวได้เดินทางไปบ้านของ นายศริพงษ์ อุ่นจิตต์พันธุ์ หรือ “อ๊อด” อายุ 61 ปี เป็นบ้านหลังที่ ตำรวจเข้าไปตรวจสอบ เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. แล้วพบ นายธงชัย และนางณี สองสามีภรรยา

นายอ๊อด เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับสองสามีภรรยา ผ่านเพื่อนอีกคนหนึ่ง ตนรู้จักมาประมาณปีกว่าแล้ว แต่ไม่ได้สนิทสนมใกล้ชิด รู้เพียงว่าเป็นคนชัยนาท ไม่มีบ้านพักเป็นหลักแหล่ง อาศัยนอนตามโรงแรม ฝ่ายชายขายไส้กรองน้ำ มีลูกหนึ่งคนอายุ 11 ขวบ

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. เป็นครั้งแรกในรอบปี ที่ทั้งสองคนแวะมาบ้าน และมาขอนอนค้างคืนด้วย แต่ตนไม่ไว้ใจจึงไม่ยอมให้ค้าง โดยลักษณะนิสัยของสองสามีภรรยาเป็นคนบุคลิกแปลก โดยเฉพาะสามี เพราะเคยบอกตนว่า ยืมภรรยาตนไปนอนได้นะ เพราะเห็นว่าตนโสดไม่มีแฟน และมีอีกครั้งหนึ่งที่ขอให้ตนถ่ายวิดีโอขณะเขาทั้งคู่มีเพศสัมพันธ์กัน แต่ตนไม่ยอมทำ พร้อมกับต่อว่าฝ่ายชายไป ตนมั่นใจว่าทั้งหมดไม่ใช่การล้อเล่นแน่นอน

นอกจากนี้ นายอ๊อด ยังบอกด้วยว่า ส่วนตัวตนไม่เชื่อว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับทั้งสองสามีภรรยา เพราะเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ประมาณ 12.00 น. หลังจากทั้งคู่กลับมานำรถจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้ที่บ้านตน ก็เล่าเพียงว่า ฝ่ายภรรยาเกือบโดนเอาไปบำบัดด้วย ตนจึงแปลกใจว่าเรื่องสำคัญที่มีข่าวว่า ถูกทำร้ายหรือรุมโทรม ไม่มีการเล่าให้ตนฟัง

keyboard_arrow_up