แม่แฉลูกสาวอ้าง โดน 4 อส.รุมโทรมติดยาหลง ‘ผัว’ – คู่กรณีท้าชนพร้อมสู้คดี

จากกรณีมีรายงานข่าวเรื่องหญิงสาวรายหนึ่ง ถูกเจ้าหน้าที่อาสาบำบัดยาเสพติด 4 นายรุมโทรม ก่อนจะกรอกยาเสพติดเข้าปาก 2 เม็ด รวมทั้งยังทำร้ายสามีของหญิงสาวรายนี้ โดยระบุว่าจุดเกิดเหตุเกิดขึ้นภายในวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา(22 ธ.ค.60) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้นำเสนอข้อเท็จจริง จากฝั่งของครูปกครองค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และยังได้พูดคุยกับ 1 ในผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งเป็นอาสาสมัครรักษาดินแดน โดยทั้งคู่ต่างยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง และไม่มีเจ้าหน้าที่นายใดรุมโทรมข่มขืนหญิงสาวรายนี้ภายในวัดอย่างแน่นอน

นายศักดิ์ชาย เสตานุช ผู้ใหญ่บ้าน ต.ทะเลชุบศร อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี

ล่าสุดวันนี้ (23ธ.ค.60) ทีมข่าวอมรินทร์ ได้ลงพื้นที่ไปยังจังหวัดลพบุรีอีกครั้ง เพื่อพูดคุยกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คือ นายศักดิ์ชาย เสตานุช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ทะเลชุบศร อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นผู้ที่ตั้งด่านตรวจปัสสาวะ และพบกับสองสามีภรรยาในวันนั้น ผู้ใหญ่ศักดิ์ชาย เล่าให้ฟังว่า ได้พบกับฝ่ายสามี คือ นายธงชัย ครั้งแรกเมื่อ 1 เดือนที่แล้วภายในชุมชน ในลักษณะที่น่าจะเป็นภัย พูดจาวกไปวนมาจึงขอตรวจ ก่อนจะพบอาวุธมีด และไขควง ชนิดต่างๆ แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายจึงปล่อยตัวไป ซึ่งครั้งนั้น นายธงชัย บอกว่ามาหาคนรู้จักในชุมชนนี้

กระทั่งต่อมา เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 11ธ.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ฝ่ายปกครองกำลังตั้งด่านตรวจตามปกติอยู่นั้น มีผู้แจ้งเบาะแสว่า มีบ้านหลังหนึ่งอาจจะมีผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงนำกำลังไปตรวจค้นที่บ้านหลังดังกล่าว ก่อนจะพบกับสองสามีภรรยาอยู่ภายในบ้าน โดยฝ่ายชายยอมรับทันทีว่า เสพยามา ดังนั้นจึงไม่ต้องตรวจ พร้อมกับแจ้งว่าจะนำตัวไปเข้าค่ายบำบัดที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี แต่ฝ่ายสามีกลับมีพฤติกรรมขัดขืนไม่ยอมไป เสียเวลานานนับชั่วโมง จึงโทรแจ้งให้ อส.อำเภอเอารถมารับไป

นายศักดิ์ชาย เสตานุช ผู้ใหญ่บ้าน ต.ทะเลชุบศร อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี

ขณะที่กำลังจะนำตัวไปนั้น ฝ่ายภรรยาขอตามไปด้วยจึงแจ้งไปว่า ค่ายรอบนี้ไม่ได้รับผู้หญิง จะไปทำไม เราเสพด้วยหรอ ฝ่ายภรรยาจึงตอบมาสั้นๆว่า เสพ ทั้งคู่จึงขึ้นรถไปค่ายด้วยกัน โดยตนได้ขับรถยนต์ตามไป

เมื่อไปถึงได้จัดแจงหาข้าวหาน้ำให้ฝ่ายสามีกิน ก่อนจะขอแยกตัวกลับมา ได้ถามฝ่ายหญิงว่าจะกลับด้วยไหม จะไปส่งให้ที่อำเภอหรือที่โรงพัก แต่ฝ่ายหญิงก็ไม่ยอมไป จะขออยู่กับสามีอย่างเดียว ซึ่งหลังจากนั้นมาก็ไม่ทราบแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ยืนยันว่า ตรงที่เกิดเหตุมีคนอยู่เยอะมาก และจากการทำค่ายมาก็ไม่เคยมีประวัติว่ามีผู้บำบัดหญิงถูกกระทำในลักษณะเช่นนี้ แม้บางคนจะหน้าตาดีมากก็ตาม ส่วนตัวจึงไม่ค่อยเชื่อว่าอส.ชุดที่ถูกกล่าวหาจะทำพฤติกรรมแบบนั้นจริงๆ แต่ทั้งหมดก็ต้องรอการพิสูจน์

ห้องจัดประชุมจุดเกิดเหตุ

จากนั้นทีมข่าวได้ไปที่วัดดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อขอเข้าไปดูห้องจัดประชุม จุดเกิดเหตุที่ฝ่ายผู้เสียหายอ้างว่าถูกรุมโทรม จากการสำรวจภายในห้องจัดประชุม พบว่า มีลักษณะเป็นห้องโถงใหญ่ กว้างขวาง มีอาสนะพระสงฆ์ มีเก้าอี้สำหรับผู้ร่วมประชุม ตั้งอยู่หลายสิบตัว และมีพื้นที่เวทีทำกิจกรรม

ห้องเก็บของ ที่อยู่หลังห้องจัดประชุม

นอกจากนี้ ด้านหลังเวทียังพบห้องพระประธาน ภายในมีพระพุทธรูปตั้งอยู่เต็มพื้นที่ ฝั่งท้ายห้องถูกกั้นเป็นห้องเก็บของ ส่วนมากเป็นที่เก็บเสื่อ ไม่มีกล้องวงจรปิด จากการสอบถามพระสงฆ์หลายรูปบอกว่า วันดังกล่าวมีคนมาเข้าค่ายเต็มไปหมด และไม่ได้ยินเสียงผิดปกติใดๆ ได้ยินแต่เสียงของการฝึกเท่านั้น

นางสมจิตร เปรมใจ หรือ ยายแดง แม่ของผู้ที่อ้างว่าถูกอส.รุมโทรม

และเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ทีมข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเกิดของหญิงที่อ้างว่าถูกอส.รุมโทรม ที่ ต.บางงา อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ได้พบกับ นางสมจิตร เปรมใจ หรือ ยายแดง  อายุ 60 ปี แม่ของหญิงคนดังกล่าว ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านไม้สองชั้นกับหลานๆ

ยายแดง เล่าให้ฟังว่า เป็นลูกสาวคนแรกอายุ 30 กว่าปี ขาดการติดต่อกับทางบ้านประมาณ 6 เดือนแล้ว ทราบเพียงว่าไปเช่าบ้านที่จังหวัดลพบุรี อยู่กินกับนายธงชัย สามีคนที่ 3 ซึ่งคบกันมาประมาณ 7-8 ปีแล้ว ขายเครื่องกรองน้ำด้วยกัน ที่ผ่านมาลูกสาวเคยพาสามีคนนี้มาอยู่บ้านนานหลายเดือน แต่ก็มาสร้างปัญหา ด้วยการใช้ไขควงงัดลิ้นชักเอาพระ และของมีค่าในบ้านไปจนหมด เชื่อว่าทั้งคู่น่าจะติดยาเสพติด เวลามาบ้านมักมีพฤติกรรมแอบขึ้นไปทำอะไรไม่รู้ด้านบน ตนได้กลิ่น และคิดว่าต้องเป็นเรื่องนั้นแน่ๆ

นางสมจิตร เปรมใจ หรือ ยายแดง แม่ของผู้ที่อ้างว่าถูกอส.รุมโทรม

ยายแดง ยังบอกด้วยว่า ตนและลูกอีก 2 คน ไม่ชอบลูกเขยคนนี้เอามากๆ เพราะเขาเป็นคนขี้โกหก และขี้ขโมย แถมยังชอบทุบตีทำร้ายลูกสาวอยู่บ่อยๆ จนตนเอ่ยปากไล่ไม่ให้ลูกสาวกลับมาบ้านอีกถ้ายังคบกับผู้ชายคนนี้  ซึ่งที่ผ่านมาลูกสาวคนนี้ไม่เคยส่งเงินให้แม่ใช้เลย ติดต่อก็ไม่ได้ เพราะเปลี่ยนเบอร์บ่อย และไม่รู้จักที่อยู่ที่แน่ชัด

นางสมจิตร เปรมใจ หรือ ยายแดง แม่ของผู้ที่อ้างว่าถูกอส.รุมโทรม

ส่วนเรื่องลูกสาวถูกรุมโทรมนั้น ตนยังไม่ได้ยินข่าวเลยว่า ลูกไปแจ้งความว่า ถูกคนทำแบบนั้น แต่ส่วนตัวเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกเป็นห่วง เพราะยังไงก็ลูก พร้อมกับอยากรู้ว่าเป็นความจริงหรือไม่เช่นกัน แต่ก็ไม่ต้องการฝากข้อความอะไรไปถึงทั้งสิ้น เพราะไม่อยากให้ลูกพาสามีกลับมาสร้างปัญหาที่บ้านหลังนี้อีก

สถานีตำรวจภูธรเมืองลพบุรี

ทั้งนี้ ทีมข่าวยังได้มีโอกาสสัมภาษณ์ นายวิชิต คุ้มวงษ์ หรือ อาร์ม อายุ 26 ปี หนึ่งในอาสาสมัครรักษาดินแดนที่ถูกสองสามีภรรยากล่าวหา ขณะเดินทางมาที่ สภ.เมืองลพบุรี เพื่อให้ปากคำและแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้เป็นคนทำ คุณอาร์ม เล่าว่า รู้สึกตกใจมาก ที่อยู่ดีๆก็ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายนายธงชัยและข่มขืนภรรยาของนายธงชัย ทั้งที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก ไม่เคยมีเรื่องกัน แต่ทำไมถึงชี้ตัวมั่ว

นายวิชิต คุ้มวงษ์ หรือ อาร์ม หนึ่งใน อส.ที่ถูกกล่าวหา

วันที่เกิดเหตุนายธงชัยได้เดินทางมาถึงค่าย และนั่งอยู่ที่หน้ากองอำนวยการ ก่อนจะบอกทุกคนว่า ตัวเองเป็นสายให้กับหน่วยงานหนึ่ง ครูปกครองจึงให้ขึ้นไปนอนด้านบนศาลาชั้น 2 แต่เจ้าตัวไม่ยอม อ้างว่ากลัวโดนทำร้าย ครูปกครองจึงเสนอให้ขึ้นไปนอนบนหอระฆัง เพื่อให้อยู่ในสายตาครูทุกคน ส่วนตัวผู้หญิงก็มานั่งอยู่หลังเสาธง แต่สักพักครูปกครองก็มาคิดได้ว่า ต้องเรียกตัวกลับลงมาจากหอระฆัง ให้มานอนรวมกับเพื่อนคนอื่นๆ เพื่อป้องกันการครหา แต่เจ้าตัวไม่ยอมลงมา และขู่ว่าจะทำร้ายหากใครมาโดนตัว ก่อนจะมีการทำร้ายเจ้าหน้าที่ที่เป็นเยาวชนด้วยการฟาดแขน แต่ท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่ก็สามารถนำตัวนายธงชัยไปนอนบนเรือนนอนได้สำเร็จ

นายวิชิต คุ้มวงษ์ หรือ อาร์ม หนึ่งใน อส.ที่ถูกกล่าวหา

ส่วนภรรยาของนายธงชัยได้นั่งเฝ้าสามีถึงเช้า จึงไม่เข้าใจว่า ตนและเพื่อนๆอส.ไปรุมโทรมหรือทำร้ายตอนไหน ครูเวรก็นั่งเฝ้าตรงจุดอำนวยการตลอดทั้งคืน แสงไฟฟ้าก็ส่องสว่าง สิ่งที่ต้องการตอนนี้ คืออยากให้ทั้งคู่ออกมาชี้แจงต่อสังคมว่า ทำไมต้องกล่าวหากัน ซึ่งตนก็มีหลักฐานต่างๆเอามาสู้เช่นกัน

สำหรับความคืบหน้าด้านคดี ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนสองสามีภรรยาขนั้น ล่าสุด ขาดการติดต่อไปแล้ว

keyboard_arrow_up