ตำรวจภาค1 ทลายแก๊งลักรถรายใหญ่ของกลาง 30 คัน นักข่าวโดนขโมยเอง ตามเจอนัด ตร.ล่อซื้อตะครุบตัว

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 60 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) ร่วมแถลงข่าวผลการปฏิบัติงานของ ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์รถจักรยานยนต์ตำรวจภูธรภาค 1 ในการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาและเครือข่าย แก๊งโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รายใหญ่ ในพื้นที่ จ.อ่างทอง จ.นนทบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา รวมจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดรวม 7 ราย พร้อมด้วยของกลาง รถยนต์ทั้งรถเก๋งและรถกระบะ รวมกว่า 30 คัน โดยพฤติการณ์ของคนร้ายจะมีออเดอร์สั่งว่าต้องการรถรุ่นไหน และให้นำรถไปส่ง บางกลุ่มก็ส่งออกนอกประเทศ หรือนำไปขายตามเพจหลุดจำนำ รถยนต์มือสอง โดยผู้ต้องหาที่จับมาได้นั้นเป็นแก๊งใหญ่ หลังจากนี้จะได้มีการขยายผลการจับกุมต่อไป

โดยรถยนต์ของกลางในนี้มีรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริสสีขาว ของนายภูมิพัฒน์ มะลิ นักข่าวเพจชื่อดัง(อีจัน) ที่ถูกขโมยไป และสามารถตามคืนกลับมาได้ รวมอยู่ด้วย โดยนายภูมิพัฒน์ บอกกับทีมข่าวอมรินทร์ทีวีว่า รถยนต์ของตนเองได้จอดไว้ที่ลานจอดรถคอนโดย่านเมืองทอง เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา และเดินทางไปทำข่าวที่ต่างจังหวัด เมื่อกลับมาในวันที่ 31 ตุลาคม ก็พบว่ารถยนต์ของตัวเองหายไป เมื่อไปตรวจสอบกล้องก็พบเห็นมีแสงไฟส่องสว่างและออกจากลานจอดรถไปตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม

หลังจากนั้นจึงได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ปากเกร็ด ซึ่งหลังจากนั้นตนก็ได้พยายามเข้าดูที่เพจขายรถยนต์มือสอง รถหลุดจำนำ เผื่อจะเจอรถของตัวเอง ผ่านไป 1 เดือน พบรถลักษณะใกล้เคียงในเพจขายรถหลุดจำนำ ในราคา 115,000 บาท โดยตนซื้อมาในราคา กว่า 5 แสนบาท ใช้ได้เพียง 9 เดือน ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าเป็นรถของตัวเอง เพราะในรูปถ่ายจะมีการปิดป้ายทะเบียน แต่เมื่อขอดูรูปเพิ่มเติมก็จำลักษณะตำหนิของรถได้ จึงวางแผนติดต่อเข้าล่อซื้อ ก่อนจะจับกุมคนร้ายได้ในที่สุด ทั้งนี้ยังบอกอีกว่าไม่คิดว่าจะเจอกับตนเอง เวลาไปทำข่าวเรื่องนี้ก็ยังไม่เข้าใจความรู้สึกผู้เสียหายมากนัก และไม่คิดว่าจะได้รถคืนแล้ว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจแนะนำว่าให้ติดตั้งสัญญาณป้องกันขโมยและเครื่องติดตามจีพีเอส จะทำให้ตามรถได้ง่าย และที่สำคัญไม่ควรให้กุญแจกับผู้อื่น เพราะอาจแอบไปปั๊มกุญแจ เพื่อป้องกันทรัพย์สินของตนเอง

keyboard_arrow_up