สาวไทย ซึ้งใจ ตำรวจจีนช่วยรอดก๊วนแม่ค้ากักขัง เผยความลับคนช่วย “รักในหลวง ร.9” (คลิป)

จากเหตุการณ์ แม่ค้าสาวชาวไทย เดินทางไปเมืองกว่างโจว ประเทศจีน เพื่อซื้อเสื้อผ้ากลับมาขายที่ประเทศไทย แต่กลับถูกเจ้าของร้านเสื้อผ้าชาวจีน นำตัวไปกักขังไว้ที่ห้องพักแห่งหนึ่งอ้างว่า พี่ของสามีติดเงินค่าเสื้อผ้า 2 ล้านบาท ก่อนที่แม่ค้าชาวไทย จะส่งไลน์ประสานตำรวจไทย ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งขณะนี้ได้กลับประเทศไทยอย่างปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

วันนี้ (12 ธ.ค.60) รายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อมรินทร์ทีวี ช่อง 34  ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ออกอากาศเวลา 18.45 น.ได้เชิญ น.ส.สุพิชฌาย์ สินธวรนันท์ แม่ค้าคนไทยที่ถูกกักตัวอยู่ที่ท่าอากาศยานกวางโจว และ นายอรรถพันธ์ สินธวรนันท์ สามี มาเปิดเผยถึงนาทีระทึกที่ได้ประสบเหตุการณ์ดังกล่าว  พร้อมกับ นายนิติธร แก้วโต หรือ ทนายเจมส์

น.ส.สุพิชฌาย์ เล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากกลับจากการเดินซื้อสินค้า กำลังจะเดินเข้าโรงแรมปรากฎว่า มีชายชาวจีน 20 คน และหญิงชาวจีน 5 คน เดินเข้ามาล้อม พร้อมกับทวงเงินค่าสินค้าที่พี่สาวแฟนติดค้างไว้ประมาณ 2 ล้านบาทกับตน ซึ่งได้พยายามอธิบายไปว่า ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินดังกล่าว แต่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าชาวจีน ไม่สนใจ เพราะเห็นว่าเป็นญาติกัน จึงบังคับให้จ่ายเงิน สาเหตุที่พ่อค้าแม่ค้าชาวจีนรู้จักตนเพราะเคยเห็นตนมากับพี่สาวแฟน เมื่อประมาณ 6 เดือนที่แล้ว

จากนั้นตำรวจจีนได้ให้ตน และกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าชาวจีน ออกไปตกลงกันนอกโรงแรม หลังจากนั้นตนพยายามติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไทย และเจ้าหน้าที่สถานฑูต ให้เข้ามาช่วยเหลือ จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจของจีน 2 นาย พาตนและกลุ่มพ่อค้าไปเจรจาที่สถานีตำรวจ ใช้เวลาเจรจาพูดคุยกันกว่า 6 ชั่วโมง กลุ่มแม่ค้าชาวจีนยืนยัน เพียงจะเอาเงินคืนเพียงอย่างเดียว

จนกระทั่งมีการประสานงาน ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ซึ่งตนได้ไลน์ไปขอความช่วยเหลือ และมีเจ้าหน้าที่สถานฑูต รวมทั้งบุคคลที่ตนสั่งสินค้ามาช่วยเจรจา และจ่ายเงินใช้หนี้แทนไปส่วนหนึ่ง มูลค่า 1 ล้านบาท จึงได้ปล่อยตัวออกมา จากนั้นตนจึงได้เดินทางกลับเมืองไทยในเวลาต่อมา

น.ส.สุพิชฌาย์ เล่าว่า ขณะถูกล้อมรู้สึกกลัวมาก อากาศก็หนาว มือสั่นมาก พิมพ์ไลน์ไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็พิมพ์ผิดพิมพ์ถูก ที่รอดมาได้เพราะได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย เจ้าหน้าที่กงสุลฯ และเจ้าของบริษัทที่ตนสั่งสินค้ามาช่วยเจรจา จึงอยากจะฝากผู้ที่อาจจะเจอเหตุการณ์เหมือนตนว่า ต้องมีสติ หาช่องทางขอความช่วยเหลือ ที่สำคัญมีไลน์ มีเบอร์โทรศัพท์เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือ ช่องทางในการร้องเรียนไว้ ในยามที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ด้านนายนิติธร แก้วโต หรือ ทนายเจมส์ กล่าวว่า กรณีเช่นนี้หากเกิดขึ้นในเมืองไทย ถูกแจ้งหลายข้อหาอาทิ กักขัง หน่วงเหนี่ยว กรรโชกทรัพย์ รีดทรัพย์ หากผู้เสียหายต้องการแจ้งความดำเนินคดีสามารถทำได้ ขึ้นอยู่ว่าจะแจ้งความหรือไม่ เพราะอาจจะเป็นการสร้างศัตรู เนื่องจากยังทำธุรกิจค้าขายกันอยู่ ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นอุทาหรณ์ ผู้เสียหายสามารถแก้สถานการณ์ เอาตัวรอดได้ดีมากกับสถานการณ์ดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่าได้รับแจ้งเหตุในไลน์ร้องเรียนว่า มีหญิงไทยเป็นแม่ค้าถูกกักตัวอยู่ที่เมืองกว่างโจว จึงได้มีการสอบปากคำหญิงไทยรายดังกล่าวผ่านทางไลน์ ได้รับการยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหนี้ดังกล่าว จึงได้มีการประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รู้จักเป็นส่วนตัวที่ประเทศจีน ให้ช่วยประสานเข้าช่วยเหลือ การกระทำเช่นนี้กฎหมายไทย ข่ายกักขังหน่วงเหนี่ยว แต่ที่จีนต้องตรวจสอบว่าสามารถทำได้หรือไม่ เพราะกฎหมายแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน

ภาพเหตุการณ์ขณะที่มีการกักตัวชาวไทยในโรงพัก

ภายหลังจากจบรายการต่างคนต่างคิด น.ส.สุพิชฌาย์ ได้แสดงหลักฐานที่ทำให้ทางทีมข่าวได้เห็นว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์ยืนล้อมตนเองที่สถานีตำรวจในเมืองกวางโจว ซึ่งขณะนั้นตำรวจจีนไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือตนเอง นอกจากนี้ ตนยังไม่ได้กินข้าวกินน้ำเป็นระยะเวลา 1 คืน แม้มีเจ้าหน้าที่สถานกงสุลชาวไทยมาติดต่อ แต่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ก็ได้ไล่ให้กลับไป พร้อมบอกว่า “ถ้าไม่มีเงินมาจ่ายหนี้ ใครก็ช่วยไม่ได้”

นายซุน เจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศจีน

โดย น.ส.สุพิชฌาย์ เปิดเผยว่า นายซุน เจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศจีน ได้รับการประสานจาก พ.ต.อ.ภัคพงศ์ เพื่อให้การช่วยเหลือตน นายซุน ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจกวางโจว เพื่อให้การช่วยเหลือ นอกจากนี้ คุณซุน รักและเคารพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และรักประเทศไทยอย่างมาก จึงพร้อมช่วยเหลือ

keyboard_arrow_up