ระวังตกเป็นเหยื่อ! รวบแก๊ง “โรแมนซ์สแกรม” แชทลวงหนุ่มไทยโอนเงิน บัญชีหมนุเวียนกว่า 3 ล้าน

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.60 ที่คอนโดแห่งหนึ่งภายในซอยแจ้งวัฒนะ 26 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รอง ผบช.ทท. พร้อม จนท.ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ 191 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นำหมายศาลเข้าตรวจค้นแก๊งค์ แสร้งรักออนไลน์ ( romance scam ) ที่ห้องชั้น 4 สามารถจับกุมผู้ต้องหาไนจีเรีย และภริยาคนไทย ได้รวม 2 คน ทราบชื่อคือ Mr. Kyrian Chinedu Iwuanyanwu อายุ 30 ปี ในข้อหา อยู่ในราชอาณาจักรเมื่อการอนุญาตสิ้นสุดลง มีโทษปรับวันละ 500 รวมไม่เกิน 20,000 บาท และ น.ส.สุกัญญา สาแก้ว อายุ 23 ปี ในข้อหา ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่คอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเสียหายแก่ผู้อื่น พร้อมของกลาง นาฬิกาข้อมือ สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชี พาสปอร์ต โน้ตบุ้ค ซิมการ์ด และเงินสด

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล เปิดเผยว่า ที่จับกุมรายนี้ได้เนื่องจากการสืบสวนขยายผลจับกุมแก๊งค์ โรแมนซ์ สแกม ได้เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว วันนี้จับกุมได้มีเงินหมุนเวียนในบัญชีประมาณ 3 ล้านกว่าบาทซึ่งถือว่าเยอะ แก๊งค์นี้จะใช้วิธีการหลอกลวงเรื่องความรักเป็นหลัก มีการส่งขอทางไปรษณีย์ และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมค่าภาษี รายละประมาณ 32,000 บาท ตามที่คนร้ายรับสารภาพ มีเงินหมุนเวียนในบัญชีเข้า-ออกตลอดเวลา มีการส่งเงินออกนอกประเทศทำให้ประเทศเสียหาย เป็นภัยต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ

เรื่องโรแมนซ์ สแกม และแก๊งค์คอลเซนต์เตอร์ เป็นเรื่องหลอกลวง ทางเรามีการกวดขันจับกุมอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะคนผิวสี ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลหมดแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่คนที่เข้ามาในประเทศแล้วจะอยู่เกินเวลา ไม่มีงานทำแต่มีเงินหมุนเวียนเป็นจำนวนมาก ส่วนรายนี้อยู่เกินเวลากว่า 3 ปี และมีเงินกว่า 3 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการปราบปรามจับกุมอย่างต่อเนื่อง ส่วนแก๊งค์คอลเซนต์เตอร์นั้นมีหลายสัญชาติ มีทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย เจ้าหน้าที่จับกุมจะสาวถึงหัวหน้าขบวนการ ถ้าจะให้หมดไปจากประเทศไทยคงจะลำบาก แต่ทางเจ้าหน้าที่จะกดดันไม่ให้ก่อเหตุในประเทศไทย สำหรับเรื่องทรัพย์สินได้มีการยึดอายัดทรัพย์ได้ประมาณ 120 ล้านบาท อยู่ระหว่างให้ศาลสั่งเพื่อคืนให้กับประชาชนให้โดยเร็วที่สุด จึงอยากให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากเรื่องนี้ให้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้มีข้อมูลเพียงพอในการคัดแยกทรัพย์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพื่อทำการสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป

keyboard_arrow_up