พระมหาสีไพร ท้าจับ ไม่หยุดตอกเส้น–หนุ่มแฉรักษาหวิดตาย ให้เซ็นไม่เอาผิด (คลิป)

จากกรณีที่มีการแชร์คลิป พระมหาสีไพร อาภาธโร มูลนิธิโพธิรังสี ตอกเส้น 2,600 ปี กำลังตอกเส้น รักษาอาการปวดของผู้ป่วย หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้เจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เข้าตรวจสอบมูลนิธิตอกเส้น สาขาปากเกร็ด โดยเจ้าหน้าที่มีคำสั่งให้หยุดดำเนินการ และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าให้ปากคำที่ สภ.ปากเกร็ด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันนี้ (22 พ.ย.) ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปที่มูลนิธิโพธิรังสี สาขาปากเกร็ด อีกครั้ง พบว่าสถานประกอบการอาคารอวตารคลินิก ชั้น 1 และชั้น 2 ได้ปิดทำการไม่พบเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อทีมข่าวขึ้นไปบริเวณชั้น 4 พบว่า พระมหาสีไพร พร้อมด้วยลูกศิษย์ของมูลนิธิฯ ทำการตอกเส้นให้กับผู้ป่วยที่เดินทางมารักษา

พระมหาสีไพร เปิดเผยว่า วันนี้ผู้ที่มาตอกเส้น จะต้องนำใบแจ้งความที่ลงบันทึกประจำวัน จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด มาแสดง เพื่อเป็นหลักฐานว่า หากเกิดผลแทรกซ้อน หรือเกิดอาการเจ็บปวด ผู้ที่เข้ามารักษาจะไม่ติดใจเอาความกับทางมูลนิธิ โดยทางมูลนิธิจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น เพราะถือว่าสมัครใจมาเอง

พระมหาสีไพร

นอกจากนี้ พระมหาสีไพร ยังนำหลักฐานศาสตร์การตอกเส้นมาให้ทางทีมข่าวดู พร้อมเปิดเผยว่า ศาสตร์การตอกเส้น เป็นศาสตร์เก่าแก่ มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ประกอบกับมีตำราตอกเส้น ไม้ตอกเส้น ค้อนตอก และหนังวัวสักยันต์ ที่ได้รับมาจากนายจรูญ หมอนวดดี ชาวกาญจนบุรี

พระมหาสีไพร ได้ส่งหลักฐานทั้งหมดให้กับสภาการแพทย์แผนไทย เพื่อจะได้รับใบขออนุญาตจากทางเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข และจะได้สามารถเปิดสถานบริการเป็นแพทย์แผนทางเลือก ได้อย่างถูกต้อง และจะพูดคุยเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับ ปลัดกระทรวง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข หรือ อธิบดีกรมสุขภาพ เท่านั้น

พระมหาสีไพร บอกอีกว่า หลักสูตรที่ได้ทำการเปิดสอนให้กับบุคคลทั่วไปเป็นการผสมผสานระหว่าง การนั่งสมาธิจนเกิดปัญญา และค้นคว้าหลักการอนาโตมี่จาก google ไม่ใช่การเข้าฌานตามที่เป็นข่าว หลักสูตรดังกล่าวเป็นการประยุกต์ระหว่างแพทย์แผนไทย และแผนตะวันตก

ส่วนเรื่องการเปิดสถานบริการ ได้จดทะเบียนในนามของอวตารคลินิก ที่ชั้น 1 แต่การดำเนินการตอกเส้นจะอยู่ในนามของมูลนิธิฯ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันกับอวตารคลินิก พระมหาสีไพร ยังบอกอีกว่า ส่วนตัวรู้จักหมอต้น นิพันธ์พงศ์ พานิช เจ้าของอวตารคลินิก เนื่องจากหมอต้น เคยเป็นลูกศิษย์มาเรียนศาสตร์การตอกเส้นกับตนเอง

หลังจากนี้ทาง พระมหาสีไพร ยืนยันว่า จะเปิดทำการตอกเส้นในนามของมูลนิธิต่อไป พร้อมระบุด้วยว่า “ถ้าจะให้หยุดก็คือจับอาตมาติดคุก”

นอกจากนี้ที่มูลนิธิโพธิรังสี ทีมข่าวยังพบ ลูกศิษย์พระมหาสีไพร กว่า 30 คน เดินทางมาให้กำลังใจพระมหาสีไพร โดย นางกนกภรณ์ วัฒวงษ์ ลูกศิษย์ของพระมหาสีไพร ได้เล่าว่า ตนมีอาการเจ็บปวดตามร่างกาย จึงได้ไปหาหมอที่โรงพยาบาล แต่อาการไม่ดีขึ้น และยังมีอาการแพ้ยา ทำให้อาการหนักกว่าเดิม หลังจากนั้นได้รับรูปภาพที่ถูกส่งต่อมาจากแอพพลิเคชั่นไลน์ เกี่ยวกับการรักษาอาการปวดของพระมหาสีไพร ตนจึงเดินทางมาเข้ารับการรักษา

นางกนกภรณ์ วัฒวงษ์ ลูกศิษย์ของพระมหาสีไพร

นางกนกภรณ์ เปิดเผยอีกว่า หลังเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการตอกเส้นกับ พระมหาสีไพร เพียงครั้งแรก อาการเจ็บปวดตามร่างกายนั้นดีขึ้น จึงได้เข้ารับการตอกเส้น อย่างต่อเนื่องจนครบ 5 ครั้ง ทำให้เกิดความศรัทธา ฝากตัวเป็นศิษย์ และเรียนหลักสูตรการตอกเส้นกับ พระมหาสีไพร เสียค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 15,000 บาท และจะต้องเรียนให้ครบ 7 วัน

วิธีการสอนของ พระมหาสีไพร จะใช้วิธีการนั่งสมาธิ และฝึกการเอ็กซเรย์ ด้วยการใช้วิธีกายภาพบำบัด หลังจากจบหลักสูตรแล้ว จะต้องทำการหาผู้ป่วยมารักษาให้ได้ 100 ราย ตนจะต้องตอกเส้นให้กับคนไข้คนอื่นโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

นางกนกภรณ์ ได้ขอความเห็นใจจากภาครัฐในการส่งเสริมวิชาการตอกเส้น และอนุรักษ์ให้ศาสตร์นี้ได้บรรจุลงในแพทย์แผนทางเลือก พร้อมยืนยันว่า ข่าวที่ออกไปไม่ได้ทำให้ความเชื่อมั่นใน พระมหาสีไพร ลดลง เพราะเชื่อว่าตนได้รับการรักษาจนหายขาด เปรียบเสมือนตายแล้วเกิดใหม่

นายสมศักดิ์ แสงประทุม อายุ 49 ปี คนที่เคยรักษาอาการป่วยด้วยการตอกเส้น

นอกจากนี้ ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายสมศักดิ์ แสงประทุม อายุ 49 ปี อดีตผู้ป่วยที่เคยให้ พระมหาสีไพร ตอกเส้นให้ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ ตนได้รับชมคลิปวิดีโอ พระตอกเส้น ช่วยแก้อาการปวด ที่ถูกส่งต่อมาในแอพพลิเคชั่นไลน์ จึงเกิดความสนใจ เพราะตนมีความรู้สึกปวดที่บริเวณหลังมาเป็นระยะเวลาหลายปี และเห็นว่าที่มูลนิธิโพธิรังสี มีพระอาจารย์ที่สามารถตอกเส้นให้หายจากอาการปวดได้ จึงเดินทางไปยังมูลนิธิเพื่อรักษาอาการปวด

นายสมศักดิ์ ระบุว่า ก่อนที่จะเข้ารับการตอกเส้น ทางมูลนิธิจะให้ทำการเซ็นสัญญาว่า หากเกิดอะไรขึ้นมา ทางมูลนิธิจะไม่รับผิดชอบในการรักษาดังกล่าว จากนั้น ทางมูลนิธิ จะสอบถามเกี่ยวกับบริเวณที่ปวด และให้นั่งคุกเข่า คว่ำหน้าลง พร้อมกับใช้ค้อนตอกเข้าบริเวณที่ปวด

นายสมศักดิ์ ยืนยันว่า พระได้ตอกเส้นลงมาแบบไม่คิดชีวิต จนตนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แม้กระทั่ง ร้องขอให้หยุด กลับยิ่งตอกแรกขึ้น จนตนทนไม่ไหว ลุกขึ้นนั่งถึง 2 รอบ ระหว่างนั้น ตนได้แสดงสีหน้าที่รู้สึกเจ็บปวด แต่ พระมหาสีไพร พูดกับตนว่า “เฮ้ยมึงมองกู กวนตีนนี่หว่า” ตนเห็นท่าทางแบบนั้น จึงคิดว่าพระรูปนี้อวดอุตริเป็นพระ

อย่างไรก็ตาม นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า หากจะเข้ารับการรักษา ต้องเสียค่าสมัครสมาชิก 300 บาท และระหว่างที่ทำการตอกเส้น จะมีลูกศิษย์นำซองมาให้ใส่เงินทำบุญ จะต้องใส่ซองทำบุญทั้งสิ้นถึง 3 ครั้ง คือ ก่อนทำการตอกเส้น , ระหว่างตอกเส้น และหลังจากการตอกเส้น เสร็จพิธี

ภายหลัง จากที่ตนได้ตอกเส้นเสร็จแล้ว อาการปวดหลังกลับไม่ได้ดีขึ้น อีกทั้งยังเจ็บปวดมากกว่าเดิมไปนาน 15 วัน พร้อมกับย้ำเตือนว่า หากใครจะไปตอกเส้นกับพระรูปนี้ ให้ใช้วิจารณญาณให้ดีก่อน

keyboard_arrow_up