นักเตะราชนาวี ขอโทษโค้ช ร่วมก๊วนล้มบอล–คู่หูบังยี ชี้ สมยศแฉไม่เหมาะ ทำวงการเสื่อม (คลิป)

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 60 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นประธานในการแถลงข่าว การปราบปรามขบวนการล้มบอลไทย มีการออกหมายจับ 12 ผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีการล้มบอล ประกอบด้วย นักฟุตบอลอาชีพ 5 ราย กรรมการตัดสิน 2 ราย ผู้บริหารสโมสร 1 ราย และกลุ่มนายทุนหรือตัวแทนนายทุนรวม 4 ราย ทั้งนี้มีการควบคุมตัวทั้งหมด 12 คนไว้แล้ว แต่มีการยื่นเงินประกัน และปล่อยตัวไปชั่วคราว

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ทางคณะทำงานมีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างละเอียด จนได้ทั้งพยานหลักฐานอย่างชัดเจน จนออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้ง 12 คน แต่ความเป็นจริงมีมากกว่านี้ ซึ่งต้องรอหลักฐานที่แน่ชัดอีกครั้ง จึงจะออกหมายจับเพิ่ม ถือว่าเป็นขบวนการใหญ่พอสมควร เชื่อมโยงกันทั้งประเทศ

ด้าน พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ตามคำบอกเล่าของผู้ตัดสิน มีผู้บริหารในอดีตใช้อำนาจหน้าที่ข่มขู่ ขู่เข็ญ หากใครไม่ทำหน้าที่ก็จะให้แบนไปตามเวลา เรื่องนี้ตนไม่ได้พูดลอยๆ โดยตำรวจบันทึกถ้อยคำไว้ทั้งหมด ส่วนที่ว่าจะดำเนินคดีหรือไม่ ต้องดูต่อไป

“การแก้ปัญหาในครั้งนี้ เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าซึ่งไม่เคยมีการคิดทำในอดีต เหมือนเป็นโรคร้ายต้องผ่าตัดเพื่อรักษาชีวิตให้ยืนยาว ต่อไปจะมีการอบรมหลักสูตรทั้งปฏิบัติ ทฤษฎีและจริยธรรม เป็นวิชาชีพที่เที่ยงธรรม แต่ทุกอย่างยังขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของผู้ที่เกี่ยวข้อง บางครั้งค่าเงินมาก สามารถทำให้คนใจอ่อนได้ ถ้าวันนี้เราไม่ดำเนินคดี กฎหมายเอื้อมมือไม่ถึง เราคงต้องถึงวันล่มสลายในวงการฟุตบอลเป็นแน่ ” พล.ต.อ.สมยศ กล่าว

สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากมีการตรวจสอบพว่า วันที่ 20, 26 ก.ค. และวันที่ 10, 17, 23 ก.ย. ที่ผ่านมา มีนายทุนลงเงินจ้างให้ล้มบอลในการแข่งขันถึง 5 เกม มีทั้งที่สำเร็จตามเป้าหมาย และไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ทางด้านกลุ่มกองเชียร์ สโมสรศรีสะเกษ เอฟซี ได้มีการพูดถึงข่าวสโมสร ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับกรณีการกระทำความผิด พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 ที่มีการร้องเรียนและถูกกล่าวหาการล็อคผลการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา

นายวิทยา อินทวี กองเชียร์กิตติมศักดิ์ศรีสะเกษเอฟซี เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่แฟนบอลทุกคนตกใจ  เนื่องจากพอมีข่าวดังกล่าว แฟนบอลต่างรับไม่ได้กับพฤติกรรมของผู้บริหาร จึงเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องออกมา ยอมรับสารภาพถึงการกระทำของตนเอง และขยายผลไปถึงผู้ร่วมขบวนการ เพื่อกู้ชื่อเสียงของสโมสร และจังหวัดกลับคืนมา

นายวิทยา ยังบอกว่า การเอาทีมไปล็อคผลการแข่งขันเพื่อธุรกิจการพนัน เป็นเรื่องที่ตนรับไม่ได้ เพราะที่ผ่านมา ตนศรัทธาจึงอยากให้ทุกคนออกมายอมรับถึงการกระทำครั้งนี้

ขณะเดียวกัน นายสมชาย ชวยบุญชุม หรือ “น้าฉ่วย” อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสรราชนาวี เอฟซี ผู้คุมทีมราชนาวีมา 11 เดือน เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ตนคุมทีมมา ไม่เคยคิดว่าจะมีการล้มฟุตบอลภายในทีม เนื่องจากผู้เล่นจะมีการซ้อมการแข่งขันหนัก บางคนมีปัญหาบ้าง หรือบางนัดการแข่งขันอาจจะเล่นไม่ดี แต่ตนไม่เคยคิดว่าจะมีการล้มบอล เพราะคิดว่าเป็นเพราะผู้เล่นอาจพักผ่อนน้อย ประกอบกับเวลาฝึกซ้อมไม่มี หรือทีมยังไม่เก่งเสียมากกว่า

นายสมชาย บอกอีกว่า ที่สำคัญตนไม่อยากรับรู้ และไม่อยากยุ่ง เมื่อมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้น เพียงอยากทำหน้าที่ตัวเองให้เต็มที่

นายสมชาย ชวยบุญชุม หรือ “น้าฉ่วย” อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสรราชนาวี เอฟซี ผู้คุมทีมราชนาวี

ส่วนที่มีรายชื่อของนักเตะ และผู้รักษาประตูของทีมราชนาวี ที่กระทำความผิดถึง 4 คน ตนมองว่าที่ผ่านมา ไม่เคยเห็นว่ามีปัญหา เนื่องจากทั้งหมดเชื่อฟังการฝึกซ้อม และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยส่วนตัวตนไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เนื่องจาก เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และเป็นความลับของผู้ว่าจ้าง

นายสมชาย คาดว่า ผู้ว่าจ้างในการล้มบอล อาจเป็นได้หลายกลุ่ม เช่น กลุ่มนักพนัน โต๊ะพนัน หรือผู้บริหารบางสโมสร เนื่องจาก เป็นเรื่องของผลประโยชน์ เรื่องของเงิน ส่วนตัวให้น้ำหนักไปที่การพนัน

อย่างไรก็ตามมองว่าที่นักเตะเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากนักเตะของสโมสรราชนาวีฯ เงินเดือนน้อย ไม่มีเงินอัดฉีด ต่างจากสโมสรอื่น จึงตัดสินใจยอมรับจ้างล้มบอล เพราะแต่ละครั้งที่ผู้ว่าจ้าง จะทุ่มเงินหลักแสนจ้างนักเตะล้มบอล

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับ นายสมชาย ชวยบุญชุม

นายสมชาย เปิดเผยว่า อยู่ในวงการฟุตบอลมากว่า 40 ปี เคยมีเหตุการณ์พยายามจ้างล้มบอล ส่วนใหญ่จะเป็นเกมการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน ค่าจ้างไม่สูงเหมือนปัจจุบัน ที่สำคัญตนคิดว่า ยังมีอีกหลายสโมสรที่โดนจ้างล้มบอล เพราะคิดว่าผู้ว่าจ้าง คงไม่จงใจจ้างสโมสรราชนาวีฯ เพียงสโมสรเดียว สำหรับตำแหน่งที่มักจะถูกว่าจ้างก็คือ กัปตันทีม ผู้รักษาประตู กองหลัง และกองหน้า

นอกจากนี้ หลังจากทราบข่าวการล้มบอลในทีม นายสมชาย รู้สึกหดหู่ เสียใจเพราะเป็นเรื่องเสื่อมเสียไปสโมสร จึงอยากให้ผู้บริหารลงมาหาทางแก้ปัญหาดังกล่าว

ขณะเดียวกัน นายสมชาย ยืนยันว่าได้พูดคุยกับ 2 นักเตะใน 4 คน ที่เกี่ยวข้องในคดีการล้มบอล 2 ซึ่งได้โทรศัพท์มาขอโทษ และสารภาพความผิด แต่ตนไม่ได้ซักถามอะไร เพราะทราบดีว่า หากนักเตะยังได้เงินเดือนน้อย ก็คงหนีปัญหานี้ไม่ได้ เพราะนักเตะบางคนยังมีความอยากได้ อยากมี และมีความโลภ

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ อดีตประธานฝ่ายกฎหมายสมาคมฟุตบอลฯ เปิดเผยว่า สิ่งที่ พล.ต.อ.สมยศ ออกมาพูดไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่ผ่านมาเคยมีการร้องเรียนเรื่องการล้มบอลมาโดยตลอด แต่ขณะนั้นไม่สามารถออกมายืนยันได้ทันที เพราะต้องทำการสอบสวนให้ชัดเจนก่อน ตนชื่นชมความกล้าหาญของ พล.ต.อ.สมยศ แต่ไม่เห็นด้วยกับการแถลงข่าว เพราะยังไม่มีหลักฐานขัดเจนว่าทั้ง 12 คน มีส่วนร่วมในขบวนการจริง มีเพียงข้อมูลเป็นพยานบอกเล่า คือการรับฟังมาอีกที รวมถึงกระบวนการทางคดี มีเพียงออกหมายเรียกไปสอบสวนเท่านั้น ยังไม่มีอะไรยืนยันว่า 12 คน ทำผิดจริง

รวมทั้ง อยากให้ทางสมาคมหาตัวผู้กระทำผิดให้ได้จริงๆ และถ้าหากสมาคมฯ รอกระบวนการ จนอัยการมีการสั่งฟ้องผู้ต้องหา แล้วออกมาแถลงข่าว ตนคิดว่าน่าจะเหมาะสมมากกว่านี้ เพราะตนก็เป็นคนที่รักฟุตบอล อยากให้ฟุตบอลไทยเติบโตต่อไปได้ในอนาคต

นายนรินท์พงศ์ ยังมีความเห็นอีกว่า สมาคมฯ จัดการที่ปลายเหตุ ดังนั้นหากจะแก้ไขปัญหานี้ ควรไปเพิ่มรายได้ให้ผู้ตัดสิน รวมทั้งนักฟุตบอล และปลูกฝังให้นักฟุตบอลรักสโมสร จนไม่กล้าล้มบอล หากทำได้ก็ไม่ต้องแก้ไขที่ปลายเหตุ

keyboard_arrow_up