‘คำชะโนด 2’ ชี้แจง! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพื้นที่ด้านนอก ยันไม่มีมาเฟียหากินกับวัด

ลูกศิษย์วัดป่าคลอง 11 (คำชะโนด 2) ยืนยัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพื้นที่นอกวัด หลังมีกลุ่มชาวบ้านร้องเรียนมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้ามาแอบแฝงหาประโยชน์กับวัด

จากกรณีกระแสความดังของ คำชะโนด 2 หรือ วัดป่าคลอง 11 ในตำบลบึงกาสาม อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี หลังจากวานนี้ (14 พ.ย.) ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่วัดฯ ได้รวมตัวกันร้องเรียนหน่วยงานต่างๆ ให้เข้ามาตรวจสอบการจัดการระบบภายในวัดแห่งนี้ โดยระบุว่า มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้ามาแฝงตัวหาผลประโยชน์กับทางวัด ทั้งการเก็บค่าที่จอดรถ, การห้ามไม่ให้ขับรถเข้าไปเอง, การเอารถกอล์ฟมาวิ่งรับ-ส่งประชาชนที่เดินทางมาทำบุญภายในวัด ซึ่งจะต้องจ่ายเป็นเงินคนละ 20 บาท, รวมถึงการปิดทางเชื่อมด้านข้างของวัด และการจัดเก็บค่าเช่าแผงค้า และค่าดอกไม้อีกมากมาย ซึ่งที่ผ่านมาทางชาวบ้านเคยทำการร้องทุกข์ไปยังศูนย์ดำรงธรรมแล้ว แต่เรื่องไม่มีความคืบหน้านั้น

ความคืบหน้า ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้เดินทางมาที่วัดแห่งนี้อีกครั้ง ซึ่งก็ได้พูดคุยกับคุณพลพิธาน์ เลขะวิจิตเลิศ หรือ ต๊อก อายุ 35 ปี ลูกศิษย์วัดป่าคลอง 11 จังหวัดปทุมธานี คนที่รับคำสั่งจากเจ้าอาวาสให้ดูแลภายในวัด ได้ชี้แจงว่า ทางวัดไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพื้นที่ด้านหน้าวัดเลย และตนเองไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพลตามที่ชาวบ้านกล่าวอ้างอะไรทั้งนั้น และตนเองก็เป็นลูกศิษย์เจ้าอาวาสมากว่า 10 ปีแล้ว ก็เลยมาช่วยเจ้าอาวาสอยู่เสมอ

ช่วงแรกที่วัดโด่งดังนั้น ประชาชนเดินทางมากันอย่างต่อเนื่อง ทำให้การจราจรด้านนอกติดขัดอย่างหนัก ส่งผลให้หน่วยงานต่างๆ ในจังหวัด รวมทั้งทหาร และตำรวจในพื้นที่ ได้มีการหารือกัน เพื่อจัดระเบียบการจราจร ซึ่งก็มีมติให้ทางชาวบ้าน และเอกชนถมดินทำลานจอดรถได้ เพื่อเก็บเงินสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ โดยทางวัดก็ได้ให้ชาวบ้านและเอกชนจัดการระบบกันเอง ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่อย่างใด

ส่วนประเด็นรถกอล์ฟทางวัดมีการทำคู่สัญญากับบริษัท WN MANAGEMENT จำกัด ให้บริษัทเอกชนดังกล่าว เข้ามาให้บริการ และเก็บค่าบริการได้ในราคา 20 บาท โดยให้บริการฟรีสำหรับเด็ก คนท้องและคนชรา ซึ่งไม่ได้มีการบังคับให้ประชาชนที่เดินทางมานั้นต้องใช้บริการทุกคน ขณะที่วัดจะได้รับค่าใช้จ่ายเพียง 40% เพื่อนำไปจ่ายให้กับคนขับรถกอล์ฟที่เป็นชาวบ้านในพื้นที่ประมาณ 30 คน คนละ 400-500 บาท

โดยการชาร์ตไฟฟ้าของรถกอล์ฟนั้น ทางบริษัทเอกชนจะเป็นผู้จ่ายเงินส่วนต่างให้กับทางวัดเอง ตามที่ระบุในสัญญา ทางวัดยืนยันอีกครั้งว่า ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับพื้นที่ด้านนอก ที่มีการเก็บค่าเช่า และบังคับให้ซื้อดอกไม้ตามที่ชาวบ้านร้องเรียน เพราะไม่ได้เป็นพื้นที่ที่ต้องรับผิดชอบ รวมไปถึงทางวัดไม่ได้กีดกันพื้นที่ไม่ให้ประชาชนเข้าไปจอดรถในลานจอดรถฟรีของชาวบ้านที่ร้องเรียน แล้วก็ไม่ได้เป็นคนเอาลวดหรือเชือกไปกั้นด้วย

คุณพลพิธาน์ ยังระบุอีกว่า ตนทำงานเป็นอาสาอยู่ในมูลนิธิร่วมกตัญญูจริง แต่ไม่ได้เอาหน้าที่ตรงนี้มาข่มขู่อวดเบ่งแต่อย่างใด เพราะตนทำงานอาสามากว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งก็เดินทางมาที่วัดบ่อยครั้ง ไม่ได้ไปมีปัญหากับใคร โดยทุกวันนี้วัดได้รายได้ เพียง 10,000 – 20,000 บาทเท่านั้น ไม่ใช่เป็นหลักแสนหรือหลักล้านตามที่เป็นข่าว

แต่พอข่าวออกไปในแง่ลบต่างๆ ก็ทำให้ทางวัดเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ซึ่งทางวัดมีหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ และความถูกทุกอย่าง ส่วนเจ้าอาวาสนั้น ก็ไม่ได้หนีและก็ไม่ได้เครียดอะไร เพียงแต่ช่วงนี้ต้องไปกิจนิมนต์ที่ต่างจังหวัด ส่วนเมื่อวานนี้ตนไม่อยู่ เพราะนำหลักฐานเข้าไปชี้แจงกับนายอำเภอและปลัดอาวุโส หลังมีเรื่องร้องเรียน.

keyboard_arrow_up