สคบ.สรุป น้ำมันหัวเชื้อชื่อดัง โฆษณาเกินจริง สั่งยกเลิกฉลาก ส่วนเรื่องคุณภาพโยน ตร.สอบสวนต่อ

สคบ. ชี้ผลทดสอบ “แมคซ์นาโน” โฆษณาเกินจริง สั่งเข้มยกเลิกฉลากทันที ระบุ “เมฆ มังกรบิน” รับผิด พร้อมแก้ไข ด้านผู้เสียหายโผล่แฉ ยังไงก็ใช้แล้วพัง โอดผู้เชี่ยวชาญควรทดสอบแบบโปร่งใสกว่านี้

ความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก พิจารณาในประเด็นการใช้ข้อความ ที่อวดอ้างสรรพคุณอันอาจเป็นเท็จหรือเกินความจริง และการระบุข้อความในฉลากไม่ถูกต้องครบถ้วนตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก กรณีผลิตภัณฑ์แมคซ์นาโนของนายเกริกพล จงเอื้อมกลาง หรือ “เฆฆ มังกรบิน” เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 60

ล่าสุด ก่อนการประชุมจะเสร็จสิ้น นายเกริกพล หรือ เฆฆ มังกรบิน ได้ปลีกตัวออกมาจากห้องประชุม และได้ลงลิฟท์ไปทันที โดยไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด

ขณะที่นายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า การประชุมวันนี้ได้มีการนำเสนอผลการทดสอบให้คณะกรรมการว่าด้วยฉลากพิจารณากรณีผลิตภัณฑ์แมคซ์นาโนด้วย เบื้องต้นผลทดสอบก็ได้ออกมาแล้ว ปรากฏว่า เรื่องของกำลังแรงม้า , อัตราเร่ง และอัตราการสิ้นเปลือง ไม่เป็นไปตามที่กำหนดเอาไว้ในฉลาก ซึ่งทางคณะกรรมการก็มีความเห็นให้ดำเนินการด้วยการออกคำสั่งห้ามให้เลิกใช้ข้อความที่ระบุไว้ พร้อมทั้งต้องมีการดำเนินการแก้ไขข้อความที่ระบุไว้ในฉลากด้วย

หากผิดคำสั่ง จะถือว่ากระทำผิดกฎหมายตามมาตรา 52 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 กรณีผู้จำหน่าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีผู้ผลิต ผู้สั่งหรือนำเข้า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนประเด็นเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์แมคซ์นาโน ไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ในฉลากนั้น เข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภคหรือไม่ ต้องเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน ที่จะต้องมีการดำเนินการสืบสวนสอบสวนพิจารณาต่อไป โดยในวันนี้ เมฆ มังกรบิน เพียงแต่เข้ามาชี้แจงรายละเอียดในเรื่องของข้อความที่ระบุไว้ในฉลากเท่านั้น ซึ่งเมื่อผลออกมาแล้ว เขาก็ยอมรับและพร้อมจะดำเนินการแก้ไขให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา เท่าที่ได้รับข้อมูลมาจากสถาบันยานยนต์ พบว่า ผลิตภัณฑ์แมคซ์นาโนไม่ได้ทำให้เครื่องยนต์พังหรือเครื่องสะดุดอะไรในระหว่างการทดสอบ ส่วนหลังจากนี้เรื่องการทดสอบในระยะยาวนั้น ทางคณะกรรมการจะรับไว้พิจารณาต่อไป

ด้านนายวรวุฒิ ก่อวงศ์พาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญสถาบันยานยนต์ ระบุว่า หลังจากได้มีการทดสอบผลิตภัณฑ์แมคซ์นาโนกับรถทั้ง 3 คัน ประกอบด้วย รถบรรทุกแบบกระบะ 1 คัน , รถมอเตอร์ไซต์บิ๊กไบค์ 1 คัน และรถเก๋ง 1 คันนั้น พบว่า การทดสอบมี 3 หัวข้อหลักใหญ่ๆ ที่ต้องเป็นไปตามฉลาก ได้แก่ เรื่องของประสิทธิภาพในด้านของกำลังเครื่องยนต์ , เรื่องของประสิทธิภาพในเรื่องของอัตราเร่ง และเรื่องของประสิทธิภาพในเชิงอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ซึ่งทางสถาบันยานยนต์ได้ทดสอบตามมาตรฐาน UN R101 ถือว่าเป็นมาตรฐานที่ใช้กับรถใหม่ ส่วนอัตราการเร่งทั้ง 3 คันนั้น ใช้วิ่งไปตามรูปแบบการขับขี่ทั่วไป

เมฆ มังกรบิน

โดยก่อนเติมสารเคลือบและหลังเติมสารเคลือบนั้น ใช้ระยะทางวิ่งเฉลี่ยทั้ง 3 คัน อยู่ที่ 35 กิโลเมตร ความเร็วต่ำใช้โหมดในเมือง เนื่องจากได้มีการจำลองการขับขี่เหมือนสภาพในเมือง มีทั้งรถติด มีทั้งอัตราเร่งในส่วนของ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนกระทั่งไปถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสลับกันไป โดยการทดสอบดังกล่าว เป็นการทดสอบอัตราการสิ้นเปลือง สำหรับการทดสอบอัตรากำลังและอัตราเร่ง จะอยู่ที่ความเร็วตั้งแต่ 50 ไปจนถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนสารเคลือบจะมีต่อผลเครื่องยนต์หรือไม่นั้น ต้องเป็นเรื่องของการทดสอบในระยะยาว เพราะการทดสอบดังกล่าว เป็นการทดสอบที่ใช้ในการตรวจสอบในเรื่องของตัวประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นหรือว่าลดลงตามคำกล่าวอ้างของฉลากที่ระบุไว้ในผลิตภัณฑ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น ทางด้านนายจตุพร จันทจิตร์ ผู้เสียหายจากการใช้ผลิตภัณฑ์แมคซ์นาโน ได้ยื่นหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ระบุว่า ตนได้รับผลกระทบจากการใช้ผลิตภัณฑ์แมคซ์นาโนจริง รวมถึงยังรวบรวมผู้เสียหายเป็นรายชื่อหลายสิบคนอยู่ในซองเอกสารดังกล่าว ส่วนตนมีปัญหาในเรื่องของฉลากที่ระบุวิธีการใช้ไม่ตรงกับความเป็นจริง เมื่อใช้แล้วจึงพัง เพียงเพราะฉลากมันผิด จึงจะมาร้องเรียนในวันนี้ ส่วนผลการทดสอบของทางสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคออกมาแล้วนั้น ตนมองว่าควรตรวจสอบแบบโปร่งใสมากกว่านี้ เพราะการชี้แจงด้วยการพูด ไม่มีหลักฐาน หรือ ไม่มีภาพอะไรออกมาแสดงให้สังคมได้เห็น เหมือนกับว่าไม่ได้ไปทดสอบกันจริงๆ

keyboard_arrow_up