ฝนตกไม่เป็นอุปสรรค ประชาชนตั้งตารอชม พิธีซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ เนืองแน่น (คลิป)

 

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ท้องสนามหลวงได้มีพิธีการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้เริ่มเคลื่อนขบวนเมื่อเวลา 08.00 น. ขณะที่บรรยากาศโดยรอบ มีประชาชนมารอชมการซ้อมริ้วขบวนจำนวนมาก ถึงแม้ในช่วงเช้าที่ผ่านมาจะมีฝนตกลงมาบ้างก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค

จากการสำรวจของทีมข่าวพบว่า ส่วนใหญ่เดินทางมารอตั้งแต่เช้ามืด ถึงแม้จะมีฝนตกลงมาก็ไม่เป็นอุปสรรค อย่างครอบครัวของนางพิมพรรณ จิระจันทรากุล ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ บอกว่า เดินทางมาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ตั้งใจมาดูการซ้อมริ้วขบวนครั้งแรก อยากพาลูกๆ มาให้เห็น ครั้งหนึ่งซึ่งเป็นที่สุดของชีวิตแล้ว แม้ฝนตกก็จะทน เพราะกลัวว่าวันจริงคนจะมาเยอะและเข้าชมไม่ถึง วันนี้เชื่อว่าทุกคนที่มาอยู่ตรงนี้มีจิตใจเดียวกัน พร้อมทั้งฝากให้คนไทยทุกคนได้น้อมนำคำสอนของในหลวง ไปปฏิบัติด้วยการเป็นคนดีรับผิดชอบต่อส่วนรวม

ด้านนางภิพาณี ทัศพร ชาวจังหวัดนนทบุรี บอกว่า ตั้งใจว่าจะต้องมาชมการซักซ้อมขบวนครั้งแรกให้ได้ ด้วยความรักและเทิดทูน ซึ่งพระองค์ท่านทรงเป็นเสมือนพ่อของคนไทย โดยตนเองได้มีโอกาสกราบพระบรมศพวันสุดท้าย ก็รู้สึกใจหาย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าพระองค์ท่านจะทรงอยู่ในใจของคนไทยทุกคนตลอดไป

โดยการซ้อมสำหรับวันนี้มีทั้งสิ้น 3 ริ้วขบวน ประกอบด้วย ขบวนที่ 1 พระยานมาศสามลำคานอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ ออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทภายในพระบรมมหาราชวัง ทางประตูเทวาภิรมย์ไปยังพลับพลายก หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม โดยพระยานมาศสามลำคานเทียบเกรินบันไดนาคพระมหาพิชัยราชรถ

ริ้วขบวนที่ 2 พระมหาพิชัยราชรถอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ไปยังพระเมรุมาศ จากหน้าพลับพลายก หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามมายังถนนกลาง ท้องสนามหลวง

และริ้วขบวนที่ 3 อัญเชิญพระโกศทองใหญ่จากพระมหาพิชัยราชรถ ขึ้นราชรถปืนใหญ่ เวียนอุตราวัฏรอบพระเมรุมาศ 3 รอบ ก่อนเทียบที่เกรินพระเมรุมาศ เพื่ออัญเชิญพระโกศทองใหญ่ ขึ้นประดิษฐานบนพระเมรุมาศ

การซ้อมในวันนี้เสร็จสิ้นเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ซึ่งถือเป็นการซ้อมริ้วขบวนเสมือนจริงครั้งแรก และจะมีการซักซ้อมครั้งถัดไปในวันที่ 15 และ 21 ตุลาคม สำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทางมาชมการซักซ้อมขบวนก็สามารถเดินทางมาได้ ซึ่งจะมีการประกาศระเบียบสำหรับสื่อมวลชน และประชาชนอีกครั้งในภายหลัง.

keyboard_arrow_up