“น้องพศุต” สุดอนาถา แม่ตายหลังคลอด ญาติทิ้งให้ รพ.เลี้ยงปีกว่า ป้า-ตาไม่เอา อ้างมีภาระ (คลิป)

กำลังเป็นกระแสที่สังคมพูดถึงอย่างมาก หลังเจ้าของเฟซบุ๊กชื่อ “Ploy Kran Da” ได้แชร์เรื่องราวสุดน่าสงสารของ “น้องพศุต” พร้อมข้อความว่า “ได้เจอเด็กคนหนึ่งที่โรงพยาบาลตากสิน ชื่อน้องพศุต ไม่มีพ่อแม่และญาติ เนื่องจากแม่ของน้องได้เสียชีวิตระหว่างคลอด เพราะเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองแต่น้องรอดชีวิตมาได้ ในช่วงแรกมีพ่อ ตา ยาย ปู่ ย่า มาเยี่ยมแต่หลังจากนั้นไม่มีใครมาดูแลน้อง เพราะน้องคลอดออกมาตอนอายุครรภ์ 26 สัปดาห์ ซึ่งญาติอาจจะคิดว่าเด็กคนนี้เสียชีวิตไปแล้ว จึงไม่ได้มารับตัวเด็กไปเลี้ยงดู”

ล่าสุดวันนี้ (28 ก.ย.) นางศศิกานต์ ผางสำเนียง อายุ 28 ปี ป้าของ “น้องพศุต” เปิดใจว่า ตนเป็นพี่สาวแต่คนละพ่อกับแม่ของน้องพศุต ซึ่งแม่ของ “น้องพศุต” เสียชีวิตหลังคลอด ประมาณ 1 เดือน ก่อนหน้านี้ทางครอบครัว
พยายามจะหาช่องทางติดพ่อของ “น้องพศุต”  แต่ไม่มีใครทราบว่าพ่อของ “น้องพศุต” เป็นใคร จึงไม่สามารถติดตามตัวให้มารับ “น้องพศุต”  ไปเลี้ยงดูได้ โดย “น้องพศุต” เกิดเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2559

“น้องพศุต”

นางศศิกานต์ ป้าของ “น้องพศุต” เปิดใจว่า หลังจากที่เห็นคนโพสต์เรื่องของ “น้องพศุต” ในเฟซบุ๊กครั้งแรก ยอมรับว่าตกใจเป็นอย่างมาก เพราะ “น้องพศุต” มีญาติคอยดูแล ไม่ได้ทอดทิ้ง ตามที่ได้มีคนแชร์เรื่องราวออกไปก่อนหน้านี้ แต่ช่วงหลัง ตนเองค่อนข้างยุ่งกับเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว เพราะต้องเลี้ยงลูกอีก 2 คน ทำให้ไปเยี่ยม “น้องพศุต” ได้ไม่บ่อยนัก

นางศศิกานต์ ป้าของ “น้องพศุต”

สำหรับประเด็นที่เกิดในสังคมออนไลน์ ที่บอกว่าคุณตาของ “น้องพศุต” นั้นไม่ยอมมาดูแลหลาน นางศศิกานต์ ได้อธิบายให้ทีมข่าวฟังว่า ตนทราบว่าท่านไม่ได้ไปเยี่ยม “น้องพศุต” มาประมาณ 2 เดือน เนื่องจากคุณตาอายุมากแล้ว ประกอบกับไม่สะดวกในการเดินทาง โดยช่วงหลังมานี้ คุณตาได้รับการกดดันจากทางโรงพยาบาลว่า “เมื่อไรจะรับเด็กกลับบ้าน” ทำให้คุณตาเกิดอาการเครียด ไม่กล้าไปเยี่ยมหลาน เนื่องจากยังไม่พร้อมในการเลี้ยงดู “น้องพศุต” แต่ทุกครั้งที่คุณหมอโทรศัพท์มาตาม คุณตาจะไปหาน้องทุกครั้ง

นางศศิกานต์ บอกอีกว่า ขณะนี้ “น้องพศุต” ยังต้องให้อาหารผ่านทางสายยาง แต่อาการของน้องถือว่าดีขึ้น เพราะก่อนหน้านี้น้องเป็นน้ำท่วมในสมอง แต่คุณหมอได้รักษาจนหายแล้ว แต่น้องยังมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กปกติ โดยน้องเป็นเด็กร่าเริง อารมณ์ดี และยิ้มเก่งอีกด้วย และถ้าตนนำ “น้องพศุต” มาเลี้ยงดูที่บ้านก็เกรงว่า “น้องพศุต” จะติดเชื้อ เพราะถ้าหากอยู่ที่โรงพยาบาล ทางแพทย์จะดูแลอย่างใกล้ชิดมากกว่า และที่สำคัญน้องยังต้องอยู่ในห้องปลอดเชื้อ แต่หากจำเป็นต้องออกจากโรงพยาบาล ตนจะต้องทำเรื่องขอไปอยู่สถานสงเคราะห์ชั่วคราว เพราะคุณตากลัวว่าจะทำให้ “น้องพศุต” ติดเชื้อ

อย่างไรก็ตาม นางศศิกานต์ ได้พูดคุยกับทางบ้านคุณตา “น้องพศุต” แล้ว ว่าถ้า “น้องพศุต” หายดี คุณตาต้องนำหลานไปเลี้ยง โดยตนจะช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ถ้าจะให้ตนนำ “น้องพศุต” มาเลี้ยงจริง ตนจำเป็นต้องออกจากงาน เพื่อมาเลี้ยง “น้องพศุต” และลูกของตัวเอง

ส่วนเรื่องที่สังคมออนไลน์ ได้แชร์เรื่องราวของ “น้องพศุต” ไปนั้น นางศศิกานต์ เปิดเผยว่า ไม่รู้สึกโกรธที่มีคนนำเรื่องราวน้องไปเผยแพร่ เพราะเข้าใจถึงเจตนาว่า สงสารน้อง และอยากช่วยเหลือ เพราะหลังนั้นได้มีคนทักเข้ามาทางกล่องข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อจะขอช่วยเหลือน้อง ตนจึงขอฝากขอบคุณทุกคน ที่เข้ามาให้กำลังใจ และเอ็นดู “น้องพศุต”

สำหรับการช่วยเหลือด้านอื่น นางศศิกานต์บอกว่า ได้มีคนแนะนำให้เปิดบัญชีช่วยเหลือ แต่ตนไม่อยากให้คนมองว่า ตนไปเกาะกระแสหากินกับหลาน จึงอยากให้ช่วยเหลือเรื่องสิ่งของ และสามารถติดต่อทางโรงพยาบาล หรือทางตนมาได้

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก  Ploy Kran Da

keyboard_arrow_up