เพื่อนบ้านมหาภัย ลวงเด็ก7ขวบอนาจาร แม่ร้องสื่อช่วย หวั่นคดีไม่คืบ(คลิป)

จากกรณีที่มารดาเด็กหญิงวัย 7 ขวบ ได้ส่งเรื่องราวของลูกสาวไปร้องกับทางเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ว่าลูกสาวถูกชายในหมู่บ้านที่เป็นเพื่อนบ้าน ล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งตนได้เข้าไปแจ้งความต่อสภ.บางเสาธง แต่กลับต้องรอผลตรวจร่างกายลูกสาวนานกว่า 1 เดือน ด้วยความร้อนใจจึงออกมาร้องต่อสื่อมวลชน

มารดาเด็ก 7 ขวบร้องขอความคืบหน้าคดี ผ่านทางเพจ แหม่มโพธิ์ดำ

ล่าสุด (6พ.ค.60)  ทีมข่าวเดินทางมาพบ นางอร (นามสมมติ) มารดา ด.ญ.วัย7ขวบ ที่เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา ตนเองไปขายของกับเพื่อนที่ตลาดนัด เวลาประมาณ 16.00 น. พ่อของตน (ตาของลูก) ได้โทรศัพท์มาหาแล้วบอกว่าให้รีบกลับบ้านด่วน เพราะลูกสาวโดนเพื่อนบ้านข่มขืน  พอตนทราบว่าเป็นเพื่อนบ้านที่สนิท ก็แทบจะเป็นลม และรีบเดินทางกลับบ้านทันที ช่วงเวลาคิดว่าจะต้องแจ้งความเอาผิด จึงพยายามเก็บหลักฐาน แต่ลูกสาวได้ล้างตัวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางบิดาของตนยืนยันว่ามีคราบสีขาวหล่นลงมาตอนล้างตัว และพาลูกสาวเข้าแจ้งความที่สภ.บางเสาธง พร้อมลงบันทึกประจำวัน และให้ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลบางบ่อ จากการตรวจสอบของแพทย์เบื้องต้น พบมีเลือดออกภายในอวัยวะเพศ ซึ่งแพทย์คาดว่าเป็นรอยเล็บของผู้ก่อเหตุ และมั่นใจว่าผู้ก่อเหตุไม่ได้สอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปในช่องคลอดลูกสาว

นางอร รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกสาวตนเอง

นางอร ระบุว่า ลูกสาวได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ว่า วันเกิดเหตุลูกสาวไปนั่งเล่นที่บ้านของผู้ก่อเหตุกับเด็กวัย 3-4 ขวบ  จากนั้นลูกสาวก็ได้ไปหยิบน้ำบนบ้านชั้น 2 ก่อนที่ผู้ก่อเหตุได้พาลูกสาวเข้าห้องพร้อมกับล็อคประตู พร้อมกับมีการลูบ คลำ และลูกสาวได้ร้องขอความช่วยเหลือ พอจะวิ่งหนี ผู้ก่อเหตุก็มาจับตัวไว้ พร้อมกับ เอาอวัยวะเพศตนเองมาถูกับอวัยวะเพศลูกสาว แม้ลูกสาวจะตะโกนให้หยุดแต่กลับไม่สนใจ โดยมีน้ำใสๆขาวๆออกมาด้วย ผู้ก่อเหตุยังขู่ว่าห้ามนำเรื่องดังกล่าวไปบอกกับใคร

นางอร อยากให้คดีมีความคืบหน้า

นางอร กล่าวอีกว่า ลูกสาวมักจะถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าคืออะไร แต่ไม่ได้อธิบายให้ลูกสาวฟังเพราะไม่รู้ว่าจะตอบคำถามอย่างไร โดยตนเก็บกางเกงลูกสาวที่ใส่ในวันเกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้นำไป พร้อมให้เหตุผลว่า ต้องรอผลจากทางโรงพยาบาล 1 เดือนก่อน ซึ่งคิดว่านานเกินไปจึงออกมาร้องเรียน โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ให้ลูกสาวกินยาต้านไวรัสเอดส์ จนกว่าจะนำตัวผู้ก่อเหตุมาตรวจหาโรคได้ ขณะนี้ลูกสาวมีอาการข้างเคียงของยา คือปวดท้อง อาเจียนและมีไข้ขึ้นสูงในบางครั้ง ยอมรับว่าเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้น และถึงตอนนี้ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย เนื่องจากหนีออกไปจากบ้านแล้ว

นางอร ยอมรับว่าเครียด เพราะติดต่อทางคู่กรณีไม่ได้

จากนั้นทีมข่าวเดินทางไปที่ สภ.บางเสาธง พบว่าเจ้าหน้าที่เดินทางไปราชการด้านนอกทั้งหมด และได้โทรศัพท์สอบถามไปที่ พ.ต.ท.สายชล สุวรรณบุตร รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.บางเสาธง เผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่รอผลตรวจจากโรงพยาบาล คาดว่าวันพรุ่งนี้(6พ.ค.60) จะได้ผลตรวจจากแพทย์ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเร่งออกหมายจับต่อไป

keyboard_arrow_up