แฉ! นศ.แพทย์ฆ่าหมาเอาเงินประกันหลายครั้ง – หมอชี้คนแบบนี้สุดอันตราย (คลิป)

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Jakkarin Ringngoen ได้นำเรื่องราวไปโพสต์ลงในสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับเจ้าของสุนัขรายหนึ่ง ได้ทำการจ้างรถบริษัทขนส่งสัตว์เลี้ยง เพื่อนำสุนัขพันธุ์ปอม เดินทางมารักษาที่โรงพยาบาลสัตว์แห่งหนึ่ง ในตัวเมืองนครราชสีมา แต่สุนัขตัวดังกล่าวเกิดตายระหว่างทาง ก่อนที่เจ้าของสุนัขจะเรียกร้องค่าประกันกับบริษัทขนส่งสัตว์เลี้ยง และทางโรงพยาบาลสัตว์ได้ผ่าพิสูจน์ซากสุนัขกลับพบว่ามียาอยู่ภายในกระเพาะเป็นจำนวนมาก ซึ่งสงสัยว่าสุนัขจะถูกวางยาโดยเจ้าของสุนัข เพื่อเรียกค่าประกันกับบริษัทขนส่งสัตว์เลี้ยง แพทย์ในโรงพยาบาลสัตว์ที่ผ่าพิสูจน์ซากสุนัข จึงได้นำเรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ลงในสังคมออนไลน์ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันเป็นวงกว้าง

ล่าสุด วันนี้ (8 ก.ย.) ไพโรจน์ สมศรี คนขับรถขนส่ง ได้เปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านรายการต่างคน ต่างคิด ออกอากาศเวลา 18.45 น. ว่าเมื่อวันที่ 5 ก.ย.ตนได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 2,500 บาท โดนน้องเอ (นามสมมติ) นักศึกษาแพทย์คนดังกล่าว ได้ซื้อประกันจำนวน 2,500 บาท เป็นประกันที่ดูแลสุนัข ซึ่งหากสุนัขเสียชีวิตระหว่างเดินทางก็เอาค่าประกันจำนวน 50,000 บาท โดยช่วงระหว่างเดินทางที่จะนำสุนัขไปส่งที่โคราชนั้น สุนัขไม่ได้มีการส่งเสียงร้อง แล้วนักศึกษาแพทย์บอกแวะปั้มน้ำมัน เพราะจะป้อนวิตามินกับสุนัข ก่อนที่จะหายไปนานกว่า 20 นาที และพอถึงโคราช นักศึกษาแพทย์ก็บอกว่า สุนัขตัวเริ่มแข็ง และเสียชีวิตแล้ว นักศึกษาก็บอกว่าให้เอาเงินประกันมาแต่ตนไม่ให้ ภายหลังจากที่เกิดเรื่องราวขึ้นนักศึกษาแพทย์ก็กลับมาบอกตนว่า ไม่เอาเงินประกัน

แพทย์ตรวจสอบบริเวณปากของสุนัขเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิต

ขณะที่นายสัตวแพทย์ จักรินทร์ เรียงเงิน สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์ เซ็นเตอร์ เพ็ท จังหวัดนครราชสีมา บอกว่า ตนเป็นผู้ที่เรื่องราวของนักศึกษาแพทย์คนดังกล่าว ที่วางยาสุนัขเพื่อหวังเงินประกัน ซึ่งหลังจากตนได้เรื่องราวทั้งหมด กลายเป็นว่า เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลสัตว์อื่นเหมือนกัน และเป็นบุคคลคนเดียวกันด้วย ซึ่งนักศึกษาแพทย์ได้นำสุนัขมารักษาที่โรงพยาบาล และพยายามเรียกเงินค่าประกันเดินทางกับคนขับรถรับส่ง จำนวน 50,000 บาท โดยขณะที่ทำการชันสูตรศพ ตนเริ่มเห็นยา จึงได้ถ่ายคลิปเก็บไว้เป็นหลักฐาน พบว่าในกระเพาะสุนัข มียาลดความดัน และยาแก้เมารถหลายเม็ด แล้วมีความดันลูกตาต่ำลงแบบผิดปกติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้สุนัขเสียชีวิต และบริเวณปากของสุนัขก็มีคราบยาดังกล่าว

นายสัตวแพทย์ จักรินทร์ ยอมรับว่าผู้ที่ขนส่งสุนัขร้องไห้ทันทีเมื่อทราบว่าสุนัขตาย เพราะคิดว่าสาเหตุการตายเป็นเพราะตนหรือไม่ ก่อนหน้านี้เจ้าของสุนัขบอกว่า หากเจอยาในท้องสุนัข นั้นคือวิตามินที่ให้สุนัขกิน แล้วเจ้าของสุนัขก็มีการปลอมแปลงเอกสาร บอกว่าผลชันสูตรที่หมอออกให้คือ อ่อนล้าจากการเดินทางแล้วเกิดอาการช็อก โดยเอาใบปลอมมาเก็บเงินกับทางขนส่ง ซึ่งตนคิดว่าคนที่บริสุทธิ์คงไม่ปลอมเอกสาร แล้วคิดว่าถ้าปล่อยนักศึกษาแพทย์คนนี้ไปคงไม่ได้ หากให้นักศึกษาหยุดการกระทำก็คงคิดว่าห้ามไม่ได้เช่นกัน

ส่วน ร.ต.อ.สพ.ญ.อารยา นวลศรี ผู้บริหารโรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4 บอกว่า นักศึกษาแพทย์คนดังกล่าวได้เคยนำสุนัขมาตรวจก่อนที่จะเกิดเรื่อง และพยายามให้ตนรับประกันว่าสุนัขแข็งแรง และสามารถเดินทางไปโคราชได้ แต่ทั้งนี้ตนก็สงสัยว่าทำไมเจ้าของสุนัขไม่ให้ตรวจเลือด แต่แค่ให้ออกใบรับรองแพทย์ให้ แต่หากถามว่าตนได้ให้ยาน้องสุนัขไปหรือไม่ ตนก็ขอบอกเลยว่าตนไม่ได้ให้ไป แต่ขณะนี้ทางเจ้าของสุนัขจะมีการแจ้งข้อหาตนในฐานให้ยาเกินขนาด

เอกสารที่นักศึกษาแพทย์ปลอมใบชันสูตร

ทางด้าน คุณเกรท เจ้าของฟาร์มสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า สุนัขที่น้องนักศึกษาแพทย์ซื้อไปไม่ใช่ตัวแรก แต่เป็นตัวที่ 2 โดยตัวแรกน้องนักศึกษาซื้อไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และก็บอกว่ามีงบอยู่ประมาณ 5 หมื่นบาท และก็อ้างเหตุผลสารพัดขอตัวราคาที่ไม่แพง สุดท้ายขายไปที่ 7,500 บาท โดยนักศึกษาแพทย์รายดังกล่าวโอนเงินมาให้ 40,000 บาท แต่ตนต้องโอนเงินกลับคืนไปให้ 32,500 บาทเพื่อจะได้ไปอ้างกับแฟนว่าได้ซื้อสุนัขที่ดีที่สุด  และทราบว่าตัวแรกก็ตายไปแล้ว พอมาตัวที่ 2 ซื้อไปเมื่อวันที่ 4 ก.ย. แล้วนัดส่งกันที่จตุจักร แต่น้องบอกว่ามีปัญหาเงิน และให้ตนถอนเงินสดออกมาให้ เพื่อโอนเงินมาให้ตน 50,000 บาท เนื่องจากรอนาน และรีบมากก็เลยต้องทำ จากนั้นก็จ่ายเป็นเงินสดค่าสุนัขในราคา 6,500 บาท

คุณชลลดา เมฆราตรี ประธานมูลนิธิเดอะวอยซ์ เสียงจากเรา บอกว่า กรณีเช่นนี้ก็เคยเกิดขึ้น แต่บอกได้เลยว่านักศึกษาแพทย์คนนี้ไม่เป็นคนบ้าอย่างแน่นอน เพราะมีการวางแผนมาดีทุกกระบวนการขั้นตอน แล้วเรื่องดังกล่าวสามารถเอาผิดกับนักศึกษาแพทย์คนนี้ได้ แล้วหากพิสูจน์แล้วพบว่ายาที่ให้ทานเป็นของมนุษย์ก็จะมีความผิดตามพ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์จนถึงความตาย

ยาที่อยู่ภายในกระเพาะของสุนัข

ส่วนทางด้านนางณัฐนันท์ จีระวิวิธพร เจ้าของบริษัทจันทร์สว่างขนส่ง ซึ่งเป็นบริษัทที่เคยให้บริการขนส่งสัตว์เลี้ยงของนักศึกษาแพทย์รายนี้ เผยว่า ตนเคยได้รับการติดต่อจากนักศึกษาแพทย์รายนี้ ให้ขนส่งสัตว์เลี้ยงจากกรุงเทพฯ ไปส่งยังโรงพยาบาลสัตว์แห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา โดยระบุว่าจะนำสุนัขไปฝากเลี้ยงไว้ 2-3 วัน โดยติดต่อเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2560 และให้ไปรับสุนัขพันธ์ุปอมเมอเรเนียน วันที่ 31 ก.ค.ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว เมื่อนักศึกษาแพทย์รายนี้ติดต่อเข้ามา ก็ได้มีการสอบถามถึงประกันคุ้มครอง ในกรณีสุนัขเสียชีวิตระหว่างเดินทาง ว่าสามารถทำประกันได้ไหม ต้องมีค่าใช้จ่ายเท่าไร และจะมีการรับผิดชอบอย่างไร

นางณัฐนันท์ จีระวิวิธพร เจ้าของบริษัทจันทร์สว่างขนส่ง

นางณัฐนันท์ บอกว่า ส่วนตัวตอนนั้นตนรู้สึกแปลกใจ เพราะเจ้าของสุนัขจะถามแต่เรื่องประกัน จึงตัดสินใจไปส่งด้วยตัวเอง โดยมีนักศึกษาเจ้าของสุนัขไปด้วย ตอนที่ตนเจอสุนัขครั้งแรก ตนพบว่ามียาเม็ดสีขาวๆติดอยู่ตรงแผงคอ เป็นเม็ดยาคล้ายๆกัลกรณีล่าสุด ซึ่งตอนนั้นตนก็ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะนักศึกษาเจ้าของสุนัขบอกว่าเป็นวิตามินให้น้องหมา เมื่อเดินทางน้องหมาก็มีอาการอ่อนเพลียตลอด มีอาเจียนบ้าง ซึ่งตนก็มีการป้อนกูลโคสให้เป็นระยะๆ เพราะก็เป็นปกติที่ตนเตรียมอาหารเสริมไว้ระหว่างทาง เมื่อถึงที่หมาย สุนัขก็ยังมีชีวิต ซึ่งตนก็มีการสอบถามกับเจ้าของสุนัขว่า ให้ตรวจดูว่าน้องหมาอาการดีไหม นักศึกษารายนี้ก็ยืนยันว่าปลอดภัย

จากนั้นตนก็เดินทางกลับกรุงเทพ เวลาผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมง ตนได้รับสายจากน้องนักศึกษา ระบุว่าหมาเสียชีวิต บอกว่าให้ตนรับผิดชอบ ตอนที่ตนไปถึงสุนัขก็เสียชีวิตแล้ว ซึ่งตอนนั้นนักศึกษาก็ยืนยันจะให้ตนรับผิดชอบ แต่ตนบอกตอนที่มาส่งก็ปลอดภัยแล้ว ตนบอกหากเสียชีวิตเพราะตน ตนก็ยินดีจ่าย เพราะมองว่าเงินแค่ 40,000 บาท กับชีวิตน้องหมา มันแลกกันไม่ได้ สักพักนักศึกษารายนี้ก็มุ่งไปที่แพทย์ของคลินิกว่าทำเสียชีวิต จะให้รับผิดชอบ แต่สุดท้ายก็ต้องยอม เพราะพิสูจน์ไม่ได้ว่าหมาเสียชีวิตเพราะอะไร แต่เมื่อมาทราบข่าวส่วนตัวตกใจและรับไม่ได้

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Jakkarin Ringngoen

keyboard_arrow_up