พ่อเครียดหอบลูกเลี้ยงแจ้งความ เมียสาวทิ้งภาระไว้ไม่มีปัญญาเลี้ยง!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฐิติโชค  อินทพัฒน์  อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/189 หมู่ 6 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เดินเท้ากว่า 5 กิโลเมตร เข็นรถเข็นเด็กหอบลูกสาววัย 2 ขวบเศษและลูกเลี้ยง วัยขวบเศษ โดยพบเดินเข็นอยู่บริเวณถนนเลียบคลองแอน 2-3 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังทราบว่าได้เดินทางโร่เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังเกิดอาการเครียดไม่มีเงินเลี้ยงเด็กหญิงทั้งสองคน โดยแจ้งว่านางสาวเจนจิรา  สุพระ อายุ 24 ปี ผู้เป็นแม่ของเด็กหญิงวัยขวบเศษ หรือน้องหมูหวาน ซึ่งได้ทิ้งภาระให้เลี้ยงลูกเลี้ยงไว้ เพราะเป็นลูกติดจากสามีเก่า ส่วนเมียสาวหายหน้าไปกว่าอาทิตย์ไม่สามารถติดต่อได้ จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ติดต่อแม่ของเด็กหรือสถานสงเคราะห์ช่วยรับเด็กไปเลี้ยง 1 คน เพราะไม่มีเงินและไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกเลี้ยงซึ่งเป็นลูกติดมาจากเมียสาวที่ทิ้งไป

นายฐิติโชค ให้การว่า เมื่อปีที่แล้วตนเองได้กลับไปอยู่บ้านที่ จ.อุตรดิตถ์ โดยได้พาลูกสาววัย2ขวบเศษไปด้วย เนื่องจากภรรยาได้ทิ้งตนเองไปมีครอบครัวใหม่ กระทั่งเมื่อไปอยู่ที่อุตรดิตถ์ก็พบกับนางเจนจิรา และทราบว่าได้เลิกรากับสามีพร้อมทั้งมีลูกเล็กติดมาด้วย 1 คน แต่ก็ได้ตกลงปลงใจที่จะอยู่กินหาเลี้ยงกัน จึงได้พามาอยู่ที่บ้านพัก ที่ จ.ปทุมธานี ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ช่วงแรก ๆ ตนเองให้เมียสาวเป็นแม่บ้าน ดูแลลูกทั้งสองคน ส่วนตนเองออกไปรับจ้างขับรถแท๊กซี่ เพื่อหารายได้ให้ครอบครัว แต่ระยะหลังพบว่าเมียสาวมักจะเล่นเฟชบุค เล่นอินเตอร์เน็ตบ่อยครั้ง กระทั่งจับได้ว่ามีการติดต่อกับชายอื่นและหนีออกจากบ้านไป ตนเองจึงต้องรับภาระเลี้ยงลูกทั้งสองคน และต้องหยุดขับรถแท๊กซี่รับจ้าง เพราะไม่มีใครดูแลลูก กระทั่งเมียสาวได้ติดต่อขอกลับมาอยู่ด้วยอีก เพราะมีปัญหากับชายหนุ่มที่มาติดพัน แต่ก็เกิดปัญหาอีกครั้ง กระทั่งได้หนีออกไปและติดต่อไม่ได้อีกเลย ตนเองเกิดอาการเครียดมาก เนื่องจากไม่มีเงินซื้อนม ซื้อของใช้ให้ลูกทั้งสอง เพราะไม่มีรายได้เข้ามา จึงได้หอบลูกเข้าขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เบื้องต้นผู้สื่อข่าว ได้ช่วยพาไปที่บ้านพักเด็กและครอบครัว ศูนย์ประชาบดี จ.ปทุมธานี เพื่อหาแนวทางเข้าช่วยเหลือแก้ไขปัญหา โดยทางเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องปัญหาไว้ เพื่อเตรียมประสานทางบ้านพักเด็กให้รับเด็กไปช่วยดูแลชั่วคราวก่อน ซึ่งจะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของบ้านเพื่อจัดทำเอกสารในการส่งตัวเด็กให้อยู่ในความดูแลของบ้านพักต่อไป ส่วนทางด้านแม่ของเด็กจะสืบจากทะเบียนราษฎร์เพื่อติดต่อหาญาติทางฝั่งแม่ของเด็ก ให้มาทราบเรื่องและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

keyboard_arrow_up