เปิดใจสาวสวยป่วยลิ่มเลือดอุดตันสมอง จนหน้าเปลี่ยน เผยชีวิตใหม่ สยบความอายลุยสู้ (คลิป)

จากกรณีหญิงรายหนึ่งโพสต์ภาพตัวเองขณะป่วย โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน หรือ เส้นเลือดในสมองตีบ มีอาการบวมที่ใบหน้า พร้อมบอกว่าป่วยมาเข้าปีที่ 2 จากคนที่เคยหน้าตาสวย แต่ต้องบวมจนกลายเป็นคนละคน เนื่องจากมีอาการหลอดเลือดสมองอุดตัน จนกระทั่งเกือบเสียการมองเห็นด้วยนั้น

น.ส.บุณยวีร์ พยุง หรือ ลูกหมู อายุ 23 ปี ผู้ป่วย

วันที่ 15 มี.ค. 62 น.ส.บุณยวีร์ พยุง หรือ ลูกหมู อายุ 23 ปี ผู้ป่วย เปิดเผยว่า ตนเริ่มป่วยเมื่อ เดือน ส.ค. 60 ด้วยอาการปวดหัว เครียด แล้วท้องเสีย จากนั้นไปหาหมอ โดยหมอบอกว่าน้ำในตัวขาด เดินเข้าห้องน้ำไม่ได้ จากนั้นก็แพ้เลือดหลังรับเลือด โดยเสียค่าใช้จ่ายเป็นแสนบาท ส่วนอาการบวมนั้น ค่อย ๆ บวมจากการกินยา เพราะหมอจะให้ยากดภูมิตัวเอง ถ้าได้ยาฉีด จะทำให้ตัวบวมเยอะมาก และยังทำให้มีอาการปวดไปทั้งตัว จนกระทั่งตามองเห็นเป็นภาพซ้อน แพทย์ระบุว่า มีลิ่มเลือดอุดตันในสมอง จากนั้นได้ฉีดยาให้ตนวันละ 1 เข็มที่ท้อง จนดีขึ้น ภาพซ้อนหายไป ต่อมามีอาการตามองไม่เห็น เพราะว่าเลือดออกข้างใน ก็รักษาต่อจนหาย

น.ส.บุณยวีร์ ก่อนป่วย และหลังป่วย

ทั้งนี้ วันที่ตัวเองเกือบเสียชีวิต เพราะผลตรวจความเข้มข้นเลือด พบว่า มีแค่ 4% ซึ่งน้อยมาก คนปกติจะอยู่ที่ 30-40 % ซึ่งตนก็รับเลือดไม่ได้ ที่บ้านก็มาเยี่ยมและทำใจ อีกทั้งพี่สาวตนก็เป็นพยาบาล บอกว่าไม่น่ารอดแล้ว แต่ตนฟื้นจากการให้เลือดในวันนั้นมาได้ แล้วสามารถพูดคุยรู้เรื่องปกติด้วย

ผลจากอาการป่วยของ น.ส.บุณยวีร์

จากนั้น ก่อนที่จะป่วย น้ำหนักอยู่ที่ 58-60 กิโลกรัม หลังป่วยน้ำหนักสูงขึ้นมาเป็น 75 กิโลกรัม ตัวบวมจนผิวหนังแตก ซึ่งสาเหตุตัวบวมเพราะว่ากินยาเยอะ ทางบ้านรู้สึกสงสารตัวเองที่ต้องป่วยและไม่หายสักที ปกติก็ช่วยงานที่ร้าน บางทีอาย ก็จะอยู่ด้านหลังร้าน ก่อนป่วย ตนทำงานที่ จ.ราชบุรี หลังป่วยก็กลับมาอยู่ที่บ้าน ไม่ได้ทำงาน มีพ่อกับแม่ดูแล หลังป่วยชีวิตพังไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ได้กำลังใจจากครอบครัว และเพื่อนในเฟซบุ๊ก ส่วนที่ลงเรื่องราวตัวเองบนเฟซบุ๊ก ตอนแรกจะรอให้หาย แต่ที่โพสต์ก็คิดว่าเพื่อให้กำลังใจคนอื่นด้วย

ซึ่งชีวิตก็เปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนเดินเจอใครไม่อาย แต่เดี๋ยวนี้เดินเจอใครก็หลบ เพราะก็อาย อีกอย่างหากเดินมาก ๆ ก็จะรู้สึกเหนื่อยง่าย ทำงานได้ไม่มาก ส่วนตัวแล้วเชื่อว่าทุกคนไม่อยากมีชีวิตป่วย แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็อยากให้ทุกคนสู้ต่อไป ยังมีคนที่เรารัก ตนก็เคยมีความคิดว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ แต่ไม่ถึงกับฆ่าตัวตาย หมอบอกว่าโรคของตนอาจจะไม่หาย แต่อาจจะดีขึ้น

keyboard_arrow_up