หนุ่มเทคโนฯ ถูกตำรวจยิงตาย เพื่อนแฉเห็นนาทีคนลั่นไกฆ่า แต่ไม่รู้ปืนที่ศพเป็นของใคร (คลิป)

วันที่ 11 ก.พ. 62 จากกรณีนายเอกชัย บุญรัตน์ หรือ ฟิวส์ อายุ 22 ปี นักเรียนเทคโนโลยีแห่งหนึ่งย่านบางกะปิถูกตำรวจยิงเสียชีวิต ระหว่างเดินทางกลับบ้านหลังร่วมงานเลี้ยงวันสถาปนาสถาบัน ขณะเดียวกันมีภาพปรากฏทางโซเชียลมีเดีย เป็นเหตุการณ์ที่กลุ่มนักศึกษาสถาบันเดียวกับผู้เสียชีวิต เข้าไปปิดล้อมตำรวจเพื่อเรียกร้องให้ตำรวจรับผิดชอบกับการเสียชีวิต เนื่องจากไม่เชื่อว่านายเอกชัยไม่น่าจะพกปืน และไปก่อเหตุยิงใส่รถตำรวจ โดยเหตุเกิดที่บริเวณปากซอยร่มเกล้า 6 เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

ขณะที่ตำรวจได้ชี้แจงว่า ระหว่างที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติด ได้เจอนายเอกชัยขี่รถจักยานยนต์มาและยิงรถตำรวจก่อน จึงต้องยิงตอบโต้ เพื่อเป็นการป้องกันตัว ไม่ได้ต้องการจะให้เสียชีวิต

ล่าสุด รายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 18.20 น. ทางสถานีโทรทัศนอมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ได้เชิญพันจ่าอากาศเอกนภัสกร บุญรัตน์ พ่อผู้เสียชีวิต, นายอ๊อด และ น.ส.เก๋ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ พร้อมด้วยนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ร่วมพูดคุยในประเด็นดังกล่าว

นายอ๊อด ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์

โดยนายอ๊อด ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ กล่าวว่า ในคืนเกิดเหตุเป็นวันสถาปนาของสถาบัน หลังจากเที่ยงคืนก็เริ่มมีผู้ร่วมงานทยอยเดินทางกลับ ยอมรับว่ามีบางคนเมาเพระดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ ยอมรับว่านักศึกษาบางคนอาจจะมีการพกปืน แต่ทั้งนี้ก่อนเข้าร่วมงานสถาปนาก็จะมีการตรวจค้นก่อน ซึ่งเพื่อนที่อยู่กับนายเอกชัยขณะเกิดเหตุได้ยืนยันว่าไม่มีการพกปืน

นายอ๊อดบอกว่า ขณะที่ตัวเองไปถึงที่เกิดเหตุ หลังจากมีรุ่นน้องโทรมาแจ้งข่าว พบว่ามีปืนอยู่ 2 กระบอก กระบอกหนึ่งวางอยู่บริเวณข้างศีรษะของศพ ซึ่งตนไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นของนายเอกชัยหรือไม่ ส่วนอีกกระบอกถูกตำรวจเก็บเข้าไปไว้ในรถตำรวจ ซึ่งตนเชื่อว่าน่าจะเป็นปืนของคนยิง ส่วนชายชุดแดงที่พวกตนเข้าไปล้อม เนื่องจากคิดว่าชายรายนี้จะเก็บหลักฐานสำคัญอะไรออกไป ส่วนกรณีที่ตำรวจอ้างว่าถูกพวกตนปิดล้อม จนต้องมีการยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อเปิดทางนั้น นายอ๊อดบอกว่า ขณะนั้นพบชายรายหนึ่งซึ่งไม่แน่ใจว่าใช่ตำรวจหรือไม่ยืนอยู่กับกลุ่มตำรวจ ในมือถืออาวุธปืน เกรงว่าจะเป็นคนที่ยิง จึงได้เจ้าไปปิดล้อมไว้ก่อน

นอกจากนี้ เพื่อนนายเอกชัยยังบอกด้วยว่า นายเอกชัยไม่ได้ขี่รถเข้าไปปาดหน้าแล้วถามตำรวจว่า ใครด่าแม่กู ดังที่ตำรวจกล่าวอ้าง แต่ชายรายหนึ่งซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นตำรวจหรือไม่ ได้ขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นหนึ่งเข้ามาประกบแล้วบอกให้หยุดข้างทาง ด้วยสัญชาตญาณของเด็กช่างเพิ่งกลับจากวันสถาปนา จึงต้องมีการป้องกันตัว

พันจ่าอากาศเอกนภัสกร บุญรัตน์ พ่อผู้เสียชีวิต

ด้านพันจ่าอากาศเอกนภัสกร บุญรัตน์ พ่อผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ในรายการผ่านทางโทรศัพท์ว่า พบรอยกระสุนที่ร่างกายลูก 4 จุด สอบถามเพื่อนลูก แต่ไม่มีใครตอบได้ว่าลูกมีปืนไปด้วยหรือไม่ ส่วนปืนของตนยืนยันว่าอยู่ที่บ้านเก็บใส่ตู้ล็อกกุญแจไว้ ตนเองก็เพิ่งมารู้ทีหลังว่าลูกไปงานสถาปนาสถาบัน ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีปัญหาเรื่องอริต่างสถาบัน และไม่เคยก่อเหตุมีคดีอะไรมาก่อน ยอมรับว่ากังวลว่าลูกจะตายฟรี แม้ตำรวจยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ

นายรณณรงค์บอกว่า ตำรวจทำไม่ถูกต้อง เพราะต้องรอผลนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจเขม่าดินปืนว่าผู้ตายเป็นคนยิงรถตำรวจจริงหรือไม่ แต่ทั้งนี้ตำรวจสามารถเอาผิดคนที่กรูเข้าไปล้อม และทำร้ายตำรวจได้เช่นกัน ทั้งนี้ ต้องพิสูจน์วิถีกระสุนก่อนว่ายิงรถมาจากด้านไหน ส่วนเพื่อนคนตายที่เห็นเหตุการณ์สามารถเข้าเป็นพยาน และจะมีประโยชน์ต่อคดี

ขณะที่ น.ส.เก๋ เพื่อนผู้ตายที่อยู่ในเหตุการณ์ ให้สัมภาษณ์ในรายการผ่านทางโทรศัพท์ว่า เมื่อคืนนี้ตนเดินทางกลับจากงานสถาปนาฯ พร้อม ๆ กับกลุ่มนายเอกชัย ขณะเกิดเหตุนายเอกชัยเป็นคนซ้อนรถจักรยานยนต์ ตนเองขับรถตามหลังมาเห็นว่ามีรถจักรยานยนต์ ออกมา 3 คัน ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มของตำรวจหรือไม่ ระหว่างนั้นมีชายสวมเสื้อสีเทาชูไม้ชูมือ และโวยวายเหมือนกำลังมีปัญหากัน ซึ่งทราบมาจากรุ่นน้องภายหลังว่า อีกฝ่ายชูนิ้วกลางให้ หลังจากนั้นมีรถกระบะสีเทาของตำรวจขับมาปาดหน้ารถนายเอกชัยจนล้มลง และรถกระบะเปิดกระจกมายิงในระยะประชิด ตอนนั้นตนกังวลว่าตัวเองจะเป็นอันตรายไปด้วย ประกอบกับตกใจจนไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงขับรถวน 3 รอบ เมื่อตั้งสติได้จึงโทรบอกรุ่นพี่ให้เข้ามาช่วยเหลือ

ยืนยันว่าขณะอยู่งานสถาปนา นายเอกชัยไม่ได้พกปืน เพราะมีการตรวจค้นร่างกายกันก่อนเข้างาน ส่วนคนที่ไปกับนายเอกชัย ได้ถูกตำรวจจับใส่กุญแจมือ จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร น.ส.เก๋บอกอีกว่า ชายชุดแดงในภาพที่ถูกล้อมเขายอมรับกับรุ่นพี่ว่าเป็นคนยิง แต่เมื่อพ่อของนายเอกชัยไปถึงที่เกิดเหตุเขาบอกว่าไม่ได้เป็นคนยิง แต่ทราบว่าเป็นใครยิง

น.ส.เก๋ เพื่อนผู้ตายที่อยู่ในเหตุการณ์

ส่วนนายอ๊อดบอกว่า ตนเห็นว่ามีไฟแดงที่กล้องวงจรปิดยังใช้ได้ แต่ประมาณ 10 นาที ไฟสัญญานกล้องตัวที่ส่องไปทางศพน้องหายไป จึงกังวลว่าหลักฐานสำคัญนั้นอาจจะหายไป อย่างไรก็ตาม วันนี้ตำรวจแจ้งว่า กล้องวงจรปิดทั้ง 4 ตัวในที่เกิดเหตุไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งทนายรณรงค์บอกว่าตำรวจก็จะต้องชี้แจงให้ได้ว่ากล้องเสียไปได้อย่างไร ตั้งแต่เมื่อไร ขณะนี้ต้องรอผลพิสูจน์ว่าเจอเขม่าดินปืนที่ผู้ตายหรือไม่ หากพบว่ามี ครอบครัวและเพื่อนก็จะต้องยอมรับความจริง ซึ่งนายอ๊อดบอกว่า หากผลพบคราบเขม่าที่มือศพ พวกตนก็ต้องยอมรับ ส่วนเรื่องที่กลุ่มเพื่อนโพสต์เฟซบุ๊กว่าจะล่าตำรวจนั้น ตนเชื่อว่าเป็นนักเลงคีย์บอร์ด ไม่ทำจริง การสถาปนาที่จัดขึ้นเป็นเพียงงานเลี้ยงรุ่น พบปะสังสรรค์กันกับรุ่นพี่รุ่นน้อง เพื่อช่วยเหลือเรื่องการงาน ไม่ได้รวมรุ่นเพื่อที่จะไปก่อเหตุอะไรกับใคร

keyboard_arrow_up