ขอปาฏิหาริย์สเต็มเซลล์ช่วยลูก 4 เดือน พ่อหวั่นซ้ำรอยคนโต ตายโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (คลิป)

โลกออนไลน์มีการส่งต่อเรื่องราวของน้องเชาว์ อายุ 4 เดือน ซึ่งป่วยเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด คือเป็นโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติทางพันธุกรรม ทำให้การสร้างโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันบกพร่องไป ร่างกายจึงมีภูมิคุ้มกันต่ำ จึงอยากขอให้ผู้ทีมีจิตศรัทธาร่วมบริจาค โดยเฉพาะผู้ที่มีสเต็มเซลล์ที่เข้ากับน้องเชาว์ได้

โพสต์จากเฟซบุ๊ก Drana -addict

วันที่ 5 พ.ย. 61 นายยุทธนา เอกปัญญานุวัฒน์ หรือ กอล์ฟ อายุ 36 ปี พ่อของน้องเชาว์ วัย 4 เดือน ที่ป่วยเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด เล่าว่า หลังจากพาน้องเชาว์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยเป็นการส่งตัวจากโรงพยาบาลประจำจังหวัด ซึ่งมาถึงที่โรงพยาบาลแห่งนี้พบว่าอาการของน้องค่อนข้างแย่ โดยมีอาการป่วย คือ ติดเชื้อในปอด ติดไวรัส CMV รวมถึงมีสภาวะป่วยทั่วไป เป็นไข้และไอ

นายยุทธนา เอกปัญญานุวัฒน์ หรือ กอล์ฟ พ่อของน้องเชาว์

จากนั้นได้เข้ารับการรักษาเวลาประมาณ 1 เดือน อาการก็ดีขึ้นตามลำดับ โรงพยาบาลจึงได้ให้น้องย้ายจากห้องไอซียู กลับไปพักห้องรักษาทั่วไป ยอมรับว่าช่วงนั้นอาการของน้องดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่เวลาผ่านไปเพียงแค่ 3 สัปดาห์ อาการก็กลับมาแย่ลงอีกครั้ง เพราะน้องมีสภาวะตับโต รวมถึงม้ามเป็นฝี หรือเรียกว่าเป็นหนอง จากนั้นหมอได้ตรวจอย่างละเอียดจนพบว่าน้องมีสภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ซึ่งปกติเด็กในวัยนี้จะมีเกล็ดเลือดประมาณ 150,000 แต่น้องลดเหลือเพียง 12,000 ซึ่งสภาวะเกล็ดเลือดต่ำยังส่งผลให้อวัยวะส่วนอื่นมีเลือดไหลออกมาภายใน

น้องเชาว์ วัย 4 เดือน ผู้ป่วยเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด

โดยจากลักษณะของอาการ หมอได้พยายามรักษาและดูแลสุขภาพให้คงที่ รวมถึงเตรียมการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ไขสันหลัง เพื่อให้ร่างกายสามารถสร้างเม็ดเลือดขาว และต่อสู้กับโรคต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ล่าสุด โรงพยาบาลได้ให้พี่สาววัย 5 ขวบ ของน้องเชาว์ตรวจเลือด เพื่อวิเคราะห์ความเข้ากันของสเต็มเซลล์ รวมทั้งให้พ่อและแม่ร่วมตรวจด้วย ซึ่งส่วนตัวคาดว่าหากพี่น้องหรือพ่อแม่มีสเต็มเซลล์ที่เข้ากันได้ ก็จะมีความหวังที่ทำให้รอดได้เกือบ 100% แต่ทั้งนี้ หากคนภายในครอบครัวไม่สามารถให้สเต็มเซลล์ได้ ตนก็อยากอยากประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนคนอื่นที่สนใจอยากจะบริจาคสเต็มเซลล์ สามารถเข้ามาร่วมบริจาคได้ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อเป็นการต่อชีวิตให้กับน้องเชาว์ได้โตขึ้นมาเหมือนคนปกติ

น้องเชาว์ วัย 4 เดือน ผู้ป่วยเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด

นายยุทธนา กล่าวต่อว่า ช่วงที่เข้ารับการรักษาในห้องไอซียู มีผู้ร่วมบริจาคเงินเกือบ 100,000 บาท ซึ่งเงินดังกล่าวได้ใช้สำหรับการดูแลน้องไปบางส่วนแล้ว แต่ยังคงมีเงินเหลือบางส่วนซึ่งจะใช้เก็บเป็นค่ารักษา และจ่ายค่าห้องพิเศษให้กับน้อง แต่ยอมรับว่าไม่มากเท่าที่ควร เพราะหากมีการผ่าตัดปลูกถ่ายสเต็มเซลล์กระดูกไขสันหลัง จะต้องเตรียมเงินขั้นต่ำอย่างน้อย 1 ล้านบาท แต่เชื่อว่าน่าจะไม่เพียงพอ เพราะจากกรณีเคสของคนอื่น ๆ ที่ป่วยลักษณะเดียวกัน มีค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นกว่านั้น ขณะนี้ครอบครัวต้องสูญเสียรายได้หลักเพราะต้องเฝ้าดูแลน้องที่ป่วยในโรงพยาบาล จึงทำให้ไม่มีรายได้เพิ่มนอกจากรายจ่าย เพราะโดยส่วนใหญ่ครอบครัวมีอาชีพปลูกต้นไม้ขาย มีเงินเพียงเดือนละ 9,000 – 10,000 บาท และด้วยภาระเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลจะได้เข้าพูดคุยกับโรงพยาบาลแล้ว โดยขอแบ่งจ่ายค่ายาและค่าห้องพัก เพื่อจะเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าว

นายยุทธนา กล่าวต่อว่า เมื่อ 7 ปีก่อน ตนเองเคยสูญเสียลูกชายคนโตไปแล้วในวัย 3 เดือน ซึ่งป่วยเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด โดยขณะนั้นลูกชายมีอาการเจ็บป่วย ซึ่งตนพาไปรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด แต่ก็ไม่สามารถทราบสาเหตุ จนกระทั่งส่งตัวมาที่โรงพยาบาลที่เดียวกันนี้ รักษาได้เพียงแค่ 20 วัน อาการของน้องก็ทรุดลง จนกระทั่งมาทราบผลชันสูตรศพพบว่าน้องป่วยเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด ยอมรับว่าครั้งนั้นรู้ช้า รักษาช้า จึงต้องเสียลูกชายคนโตไป แต่จากเหตุการณ์ครั้งนั้นจึงเฝ้าระวังคนในครอบครัวและดูแลเป็นพิเศษ และไม่อยากให้เหตุการณ์ซ้ำรอย

อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้เป็นพ่อ ยังมีความคาดหวังและรอคอยปาฏิหาริย์ อยากให้ลูกกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม และผลของการตรวจพิสูจน์ความเข้ากันของสเต็มเซลล์ หวังว่าจะมีคนภายในบ้านมีสเต็มเซลล์เข้ากันได้

keyboard_arrow_up