เพื่อนบ้านโต้ฮุบเงินล้าน สาว 17 ถูกพ่อขืนใจ ปัดไล่ขายตัว ห่วง “อา” ดูดทรัพย์ (คลิป)

จากกรณี จากกรณีอาของเด็กสาว 17 ปี ที่ถูกพ่อข่มขืนนาน 5 ปี ได้เปิดบัญชีขอรับบริจาคเงินช่วยเหลือเด็กสาว จนกระทั่งเป็นกระแสวิจารณ์อย่างหนัก เมื่ออาของเด็กสาวนำเงินบริจาคไปซื้อรถยนต์คันใหม่ โดยเด็กสาว 17 ปี ยืนยันว่าตัวเองเป็นคนอยากได้รถคันนี้เอง (อ่าน : อายอมถอย คืน 7 แสนเด็ก 17 ถูกพ่อข่มขืน 5 ปี รถยังไม่ให้ รอถึง 20 – ย่าสุดห่วงหมดตัว ถ้าฟุ้งเฟ้อ)

นางสาวนงค์เยาว์ สีนวลแล คนที่ร่วมเปิดบัญชีบริจาค ระบุว่า สาเหตุที่ตนเองได้เข้าไปร่วมเปิดบัญชีเป็นเพราะตอนนั้นตนเองรู้จักกับนางสาวติ๊ก เพื่อนบ้าน พอทราบว่าเป็นคดีพ่อข่มขืนลูก ตนรู้สึกสงสาร ซึ่งตอนที่เงินเข้าและอากับหลานไปเบิกเงิน ตนเองไม่ทราบเรื่องว่าทั้งสองคนไปเบิกเงินตอนไหน แต่มารู้ภายหลังว่าเบิกเงินไปจนหมด เพื่อนำไปซื้อรถกระบะ ยอมรับว่ารู้สึกไม่พอใจ เพราะเงินนี้เป็นเงินบริจาค ซึ่งตนรู้สึกว่าการไปซื้อรถกระบะนั้นไม่มีประโยชน์ เพราะเด็กจะอยากได้รถไปทำไม ในเมื่อน้องขับรถไม่เป็น ใบขับขี่ก็ไม่มี และอายุยังน้อย เหตุใดจึงไม่นำเงินไปซื้อบ้าน หรือเก็บไว้เรียนหนังสือ ตนรู้สึกว่าเป็นการนำเงินไปใช้ไม่ถูกวัตถุประสงค์

นางสาวนงค์เยาว์ สีนวลแล คนที่ร่วมเปิดบัญชีบริจาค

ซึ่งก่อนที่อากุหลาบจะไปซื้อรถกระบะ ตนเองก็ไม่ทราบมาก่อน แล้วตนก็ไม่มีสิทธิที่จะไปเบิกเงินด้วย เพราะบัญชีต้องเบิกจ่าย 2 ใน 3 หากจะบอกว่าน้องเอไม่ไว้วางใจตน อย่างไรตนก็ไม่มีสิทธิ์ในบัญชีนั้น อากับหลานจะไปเบิกเงินเมื่อไหร่ ตนก็ไม่มีทางรู้ เพราะตนเป็นคนอื่น ถ้าเขาไม่ไว้ใจตนก็ไม่ต้องให้ตนพาไปเบิกเงินก็ได้ และแม้ว่าตอนนี้น้องเจี๊ยบจะเปิดบัญชีเองแล้ว แต่ตนก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี เพราะถึงอย่างไร อาจะพาหลานไปเบิกเงินวันไหนก็ได้

รถกระบะที่ซื้อ

นางสาวนงค์เยาว์ ยังกล่าวว่า การที่ตนเข้ามาดูแลบัญชีร่วมด้วย ไม่ใช่ว่าตนอยากได้เงินของบริจาค แต่อยากให้เขามาปรึกษาเรื่องการใช้เงินว่าเหมาะสมหรือไม่ ส่วนเรื่องพูดว่าให้ไปขายตัวที่พัทยานั้น ตนเองรู้อยู่แล้วว่าน้องผ่านอะไรมา แล้วตนจะพูดแบบนั้นได้อย่างไร ตนเพียงชวนน้องไปเปิดหูเปิดตาที่พัทยาเพราะมีญาติอยู่ที่นั่นเท่านั้น

นางสาวนงค์เยาว์ ยังบอกด้วยว่า ทุกคนในหมู่บ้านต่างรู้กันอยู่แล้วว่าน้องเจี๊ยบกับพ่ออยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยามานานแล้ว ซึ่งถ้าเป็นตนโดนข่มขืน ตนคงไม่รอมาถึง 5 ปี ตนจึงคิดว่าน้องเต็มใจที่จะอยู่กับพ่อ ซึ่งหลังจากตนช่วยเหลือน้องแล้วจึงเพิ่งจะมาทราบเรื่องนี้

keyboard_arrow_up