อาจารย์หนุ่มตะขาบกัดอัณฑะ หวั่นสูญพันธุ์ – ศิษย์ยันเห็นจะจะ โผล่ออกกางเกง ไม่กุเรื่อง (คลิป)

จากกรณีอาจารย์มหาวิทยาลัย นัดนักศึกษามาสอนหนังสือพิเศษก่อนสอบ ที่ห้างดังย่านเกษตนวมินทร์ ขณะที่ติวหนังสือเสร็จ กำลังจะเดินทางกลับ ปรากฏว่ารู้สึกมีอะไรแปลก ๆ อยู่ในกางเกง ถึงกับตกใจเมื่อพบว่าเป็นตะขาบ ความยาว 6 นิ้ว เกือบเท่าไม้บรรทัด (อ่าน : ตะขาบกัดอัณฑะกลางห้าง ไม่ใช่เรื่องเล็ก! อาจารย์ ม.ดัง เปิดภาพสุดทรมาน จี้ห้างรับผิดชอบ)

ภาพจากกล้องวงจรปิดของห้างฯ ขณะนายพีรพัชร์วิ่งเข้าห้องน้ำ

นายพีรพัชร์ เฑียรเดช อาจารย์มหาวิทยาลัยย่านบางนา สวมเสื้อ กางเกง และรองเท้า ในวันเกิดเหตุ ให้ผู้สื่อข่าวดู โดยเป็นเสื้อแขนยาวลายสก็อต กางเกงยีนส์ขาทรงกระบอกเล็ก และรองเท้าแตะ พร้อมชี้ให้ทีมข่าวดูบริเวณปลายขากางเกงที่คาดว่าเป็นจุดที่ตะขาบไต่ขึ้นไปจากด้านใน และขาของตะขาบไม่ได้สัมผัสกับผิวหนัง ทำให้ไม่รู้สึกว่ามีตะขาบเข้าไปในเสื้อผ้า

นายพีรพัชร์ เฑียรเดช อาจารย์มหาวิทยาลัยย่านบางนา ผู้บาดเจ็บ

นายพีรพัชร์ เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ ตนใช้เวลาอยู่ในห้างประมาณ 4 ชั่วโมง โดยไม่ได้ออกจากห้าง ตนเริ่มเข้าไปซื้อของภายในห้างเวลาประมาณ 15.00 น. และเริ่มนั่งที่เก้าอี้โซนหน้าร้านกาแฟ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. – 19.30 น. โดยระหว่างนั่งติวหนังสือ ตนก็มีการขยับตัว และเปลี่ยนอิริยาบถตลอดเวลา

ตะขาบที่กัดนายพีรพัชร์
แผลของนายพีรพัชร์ ที่ถูกตะขาบกัด

ขณะเกิดเหตุ ตนได้สอนหนังสือเสร็จ และลุกขึ้นจากเก้าอี้บริเวณหน้าร้านไปนั่งเก้าอี้ใกล้ ๆ กับที่แฟนตนนั่งอยู่ ซึ่งบริเวณนั้นมีซุ้มต้นไม้ปลอม และกระถางเรียงเป็นแนวยาว ประมาณ 1 เมตร ซึ่งขณะที่ตนนั่งลงไม่ถึง 10 นาที ก็ลากับนักศึกษา แล้วตนก็ยืนขึ้นจากเก้าอี้เพียงไม่เกิน 1 นาที แล้วมีความรู้สึกเหมือนดอกหญ้าติดกางเกง ตนจึงพยายามล้วง เพื่อควานหา แต่ก็หาไม่เจอ และตนรู้สึกเจ็บมากขึ้น จนตนต้องวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ เพื่อถอดกางเกงออกทั้งหมด พบว่าตะขาบหลุดออกมา

ภาพจำลองเหตุการณ์ นายพีรพัชร์ถูกตะขาบไต่

ซึ่งตนคิดว่าพวกสัตว์เลื้อยคลาน น่าจะเข้ามาในเสื้อผ้าของตน ตอนที่ตนกำลังลุกขึ้นยืนจากโต๊ะที่นั่งอยู่กับแฟน ซึ่งขณะลุกขึ้น เสื้อผ้าอาจจะเสียดสีกับร่างกาย ทำให้แยกแยะไม่ออกว่ามีตะขาบไต่อยู่ในเสื้อผ้า ซึ่งจะให้ตนพูดอีกกี่พันครั้ง ตนก็ยืนยันว่า ตนไม่รู้สึกตัวจริง ๆ ว่ามีตะขาบคลานเข้าไป

ร้านกาแฟ ที่เกิดเหตุ

นอกจากนี้ ตนยังคิดว่าตะขาบอาจจะเข้าจากกางเกงด้านหลังของตน เนื่องจากตนชอบนั่งโน้มตัวและกางเกงอาจจะมีช่องเข้าจากด้านหลัง ซึ่งโดยปกติแล้ว ตะขาบจะชอบที่ชื้น จึงมีความเป็นไปได้ที่ตะขาบจะอาศัยอยู่ที่พุ่มไม้ปลอมที่ใช้ประดับร้าน หรืออาจจะซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ และเก้าอี้ เนื่องจากภายในห้างมีอากาศเย็น ทั้งนี้ ตนยอมรับว่า กลัวว่าถ้าตัวเองต้องตาย ก็อาจจะทำให้ลูกและเมียได้รับความลำบาก เพราะลูกยังอายุเพียง 2 ขวบ ส่วนเรื่องที่ทางห้างจะไกล่เกลี่ย ถ้าหากตกลงกันไม่ได้ ก็จะดำเนินการไปในทางกฎหมาย และตนขอให้มีการออกมาตรการมาดูแลคนที่เดินห้างเพื่อความปลอดภัยกับทุกคนด้วย

ต้นไม้ประดิษฐ์ในร้านกาแฟ

จากนั้น ทีมข่าวลงพื้นที่ห้างสรรพสินค้า ย่านเกษตรนวมินทร์ เป็นห้าง 3 ชั้น ร้านกาแฟ au bon pain ที่เกิดเหตุ ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ใกล้ประตูทางเข้าห้าง ซึ่งร้านกาแฟมีประมาณ 10 โต๊ะ มีเก้าอี้ทั้งแบบเบาะนั่ง และแบบเก้าอี้หวายสีดำ การตกแต่งร้านด้วยต้นไม้ปลอมทั่วทั้งร้านกว่า 10 จุด โดยจัดวางสลับกับโต๊ะ ซึ่งต้นไม้มี 2 รูปแบบคือ ต้นไม้แบบพุ่มเล็ก และต้นไม้แบบยืนต้น และบริเวณโคนต้นไม้ถูกกลบด้วยหินกรวดสีขาว โดยจุดที่นายพีรพัชร์นั่งและถูกตะขาบกัดนั้น เป็นบริเวณหน้าร้าน ซึ่งเป็นเก้าอี้ชนิดหวายสีดำ ติดกับเก้าอี้ เป็นพุ่มไม้ขนาดเล็กตั้งอยู่

 

นายพีรพัชร์ แสดงท่าทางขณะจับตะขาบที่อยู่ในกางเกง

นอกจากนี้ นายพีรพัชร์ เฑียรเดช ร่วมพูดคุยในรายการ “ต่างคนต่างคิด” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. โดยเปิดเผยความรู้สึกหลังจากถูกตะขาบกัดว่า ขณะนั้นรู้สึกเจ็บปวดมาก คล้ายกับถูกไฟไหม้ เพราะถูกตะขาบกัดถึง 4 จุด และยอมรับว่าสบถคำหยาบไปมากถึงขนาดนั้นหันไปขอโทษลูกศิษย์ที่อยู่ข้างหลังรถ หลังจากที่ไปถึงโรงพยาบาลแล้ว ตนรู้สึกเป็นปวดมาก กระทั่งแพทย์ฉีดยาแก้ปวดเข้าลูกอัณฑะ และตนถามแพทย์ที่ดูแลว่า ตนจะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศหรือไม่ เนื่องจากหากต้องเสื่อมสมถรรภาพทางเพศจริงก็คงเครียดกว่าเดิม อีกทั้งสภาพของอัณฑะหลังจากถูกกัดมีลักษณะฟ่อ หดเล็กลงกว่าปกติ แต่แพทย์ตอบว่าไม่เป็นอะไร หากไม่ได้แพ้พิษของตะขาบ

 

น.ส.ชัญญาภัค มณีวัฒน์ หรือจ๋า แฟนสาวผู้บาดเจ็บ

น.ส.ชัญญาภัค มณีวัฒน์ หรือจ๋า แฟนสาวผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ขณะตนที่นำตัวแฟนขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาลนั้น แฟนร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด พร้อมสบถคำหยาบคายออกมาตลอด ตนจึงต้องเร่งความเร็ว บีบแตรขอทาง เพื่อไปให้ถึงโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ซึ่งใช้เวลาไปประมาณ 15 นาที ตนสันนิษฐานว่า ตะขาบอาจไต่เข้ามาในกางเกง เกาะกับเนื้อผ้า และตะขาบที่ตัวลื่นแนบไปกับเนื้อ จึงทำให้แฟนตนไม่ทันรู้สึกตัว

ซึ่งภายหลังจากการรักษา ตนสังเกตว่า สภาพจิตใจของนายพีรพัชร์ถดถอย ไม่สู้ดีนัก จึงต้องเตือนแฟนว่า หาก “สูญพันธุ์” ก็อย่าทำอะไรกับตัวเอง เพราะกลัวว่าแฟนจะคิดสั้นหากจะต้องเป็นหมันหรือเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในอนาคต

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม

ซึ่ง นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย แสดงความคิดเห็นว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ทั้งห้าง และร้านกาแฟ จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน เนื่องจากโดยหลักแล้ว เจ้าของพื้นที่ต้องรับผิดชอบ เพราะตะขาบไม่ได้เดินเข้าร้านกาแฟเองอยู่แล้ว อีกทั้งอาจจะต้องดูด้วยว่า จะมีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวไหม เช่น หากเสื่อมสมรรถภาพทางเพศหรือไม่ อาจเรียกร้องค่าผสมเทียมเผื่อเอาไว้ได้ด้วยเช่นกัน

ส่วนเรื่องที่มีคนพูดว่าเป็นเรื่องแหกตานั้น ตนคิดว่า หากเป็นเรื่องแหกตาจริง นายพีรพัชร์ก็คงไม่ให้ตะขาบมากัดลูกอัณฑะตัวเอง ควรให้ไปกัดส่วนอื่นมากกว่า เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องขำขัน เพราะเรื่องของมาตรฐานความสะอาดและปลอดภัย ซึ่งหากกระทรวงสาธารณะสุขจะมาตรวจสอบห้างดังกล่าว ก็คงไม่แปลก

พ.ต.อ.อภัวชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผกก.สน.โคกคราม ลงพื้นที่ตรวจหาพยานหลักฐาน

ขณะที่ พ.ต.อ.อภัวชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผกก.สน.โคกคราม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ห้างสรรพสินค้าดังกล่าวเพื่อหาพยานหลักฐาน และตรวจสอบร้านกาแฟ และบริเวณโดยรอบ เพื่อหาต้นตอหรือจุดอับที่แมลงและสัตว์เลื้อยคลานอาจเข้าไปอยู่อาศัย พร้อมให้ข้อมูลว่า ตนได้เข้ามาดูแลคดีดังกล่าว และอยากให้คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ได้ไกล่เกลี่ยและตกลงค่าเสียหายกัน

นายสัณห์ธวัช อภิภัทรพาณิชย์ หรือ วิน ลูกศิษย์ของนายพีรพัชร์

ด้าน นายสัณห์ธวัช อภิภัทรพาณิชย์ หรือ วิน ลูกศิษย์ของนายพีรพัชร์ เปิดเผยว่า ตนกับอาจารย์อยู่ในร้านกาแฟเป็นเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งในระหว่างนั้น อาจารย์ขยับตัวและยืดเส้นยืดสายตลอดเวลา หลังสอนหนังสือตนเสร็จ อาจารย์ก็ลุกขึ้นไปนั่งกับแฟนที่อีกโต๊ะ ซึ่งอยู่ติดกับพุ่มไม้ หลังจากนั่งประมาณ 10 นาที อาจารย์ก็ลุกขึ้นเพื่อส่งตนกลับบ้าน แต่อาจารย์กลับมีท่าทีแปลก ๆ แล้วรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไป เมื่อตนวิ่งตามไปที่ห้องน้ำ ก็เห็นอาจารย์ถอดกางเกง และมีตะขาบหลุดออกมา ซึ่งเป็นตะขาบตัวใหญ่ ขนาดประมาณเท่าไม้บรรทัด และมีความยาวของเท้าตน จากนั้นตนจึงพยายามเหยียบตะขาบ แต่ตะขาบตัวแข็งมาก จึงไม่ตายและตนก็ไม่กล้าเหยียบซ้ำ เพราะกลัวจะถูกกัด

หลังจากนั้น ได้นำตัวอาจารย์ส่งโรงพยาบาล โดยระหว่างทางอาจารย์มีอาการปวดแสบปวดร้อน ร้องทุรนทุราย ซึ่งในตอนนั้นตนก็คิดว่าอาจารย์มีโอกาสจะเสียชีวิต เพราะตนคิดว่าถ้าเป็นคนที่แพ้พิษ ก็อาจทำให้หายใจไม่ออก อีกทั้งพบว่า เมื่อไปถึงโรงพยาบาล อาจารย์มีอาการอาเจียน รวมถึงปวดจนนอนไม่หลับ

ตนค่อนข้างมั่นใจว่าตะขาบไม่ได้เกาะอาจารย์มาจากที่อื่น เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ตะขาบจะเกาะอยู่ในกางเกงนานกว่า 2 ชั่วโมง โดยที่ไม่กัด อีกทั้งอาจารย์ก็นั่งอยู่ที่ร้านกาแฟตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม หากอาจารย์เสียชีวิต ตนคงรู้สึกผิด เพราะเป็นคนที่ขอให้อาจารย์สอนพิเศษให้ก่อนถูกตะขาบกัด และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ห้างสรรพสินค้าควรออกมารับผิดชอบ และชดใช้ค่าเสียหายอีกด้วย

 

keyboard_arrow_up