เปิดใจ ‘อดีตผู้กู้ กยศ.’ ยังชำระหนี้ไม่ครบ เหตุค่าใช้จ่ายเยอะ ยันไม่คิดหนี-ทยอยจ่าย

จากกรณีผู้บริหารโรงเรียนแห่งหนึ่งในกำแพงเพชร ถูกศาลตัดสินยึดทรัพย์เนื่องจากเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้นักเรียนชั้น ม.4 และ ม. 5 จำนวน 60 คน ตั้งแต่ปี 2541 แต่นักเรียนกลับไม่ชดใช้หนี้ดังกล่าวทำให้ครูผู้ค้ำประกันต้องรับผิดชอบทั้งหมดนั้น

ความคืบหน้า ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับหญิงสาวรายหนึ่ง ที่เคยกู้เงิน กยศ. เผยสาเหตุจ่ายเงินไม่ครบเนื่องจากมีภาระค่าบัตรเครดิต และค่าใช้จ่ายอื่นๆ แต่ยืนยันไม่คิดหนีหนี้ และจะทยอยใช้หนี้จนหมด โดย น.ส.แก้ม (นามสมมติ) อายุ 26 ปี หนึ่งในผู้กู้ฯ ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการชำระหนี้ที่ยังชำระไม่ครบตามจำนวนเงินที่กำหนดในแต่ละปี เผยว่า ตนกู้ กยศ. ตั้งแต่สมัยเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 โดยได้รับเป็นค่าเทอมทั้งหมด ซึ่งจะเข้าไปในระบบของมหาวิทยาลัยโดยตรง และค่าใช้จ่ายรายเดือน เดือนละ 2,000 บาท ซึ่งเงินในส่วนนั้น ตนนำไปจ่ายเป็นค่าหอพัก ทำให้ไม่ต้องอาศัยเงินจากที่บ้านในส่วนนี้

หลังจากที่ตนศึกษาจบทำให้เป็นหนี้ กยศ. ประมาณ 238,000 บาท โดยทาง กยศ. จะมีจดหมายเรียกให้ชำระหนี้ทุกปี ซึ่งตนได้ชำระไป 2 ปีแล้ว โดยจะนำเงินโบนัสที่จะได้รับช่วงสิ้นปีมาชำระเงินในส่วนนี้ ซึ่งในปีแรกทาง กยศ. แจ้งให้ชำระจำนวน 6,000 กว่าบาท ตนก็ชำระครบ ต่อมาปีที่ 2 ทาง กยศ.ก็แจ้งให้ตนชำระเงิน 6,000 กว่าบาทเช่นกัน แต่ตนประสบปัญหาเรื่องบัตรเครดิตจึงต้องนำเงินโบนัสไปปิดยอดบัตรเครดิต ทำให้เหลือชำระเงิน กยศ. ไปเพียงครึ่งเดียว ซึ่งทาง กยศ. ได้ทบยอดมาในปีนี้ โดยตนจะต้องชำระเงินประมาณ 14,000 รวมดอกเบี้ยในช่วงปลายปี ซึ่งตนคาดว่าชำระหมดคงไม่ไหว แต่จะชำระเงินจำนวนมากหน่อยเพื่อให้ยอดหนี้น้อยลง

เมื่อถามว่าประสบปัญหาอะไร จึงทำให้ชำระเงินไม่ครบตามจำนวน น.ส.แก้ม เล่าว่า ตนได้รับเงินเดือนในอัตราระดับปริญญาตรี โดยต้องจ่ายค่าหอพัก ค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรเครดิตที่มักใช้ในการซื้อของจิปาถะ และบางส่วนก็ส่งที่บ้าน แต่ค่าใช้จ่ายบางส่วนก็ใช้สำหรับการไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือกินข้าวกับเพื่อน ซึ่งตนก็เที่ยวค่อนข้างบ่อย ทำให้บางครั้งเหลือเงินไม่พอที่จะชำระหนี้ได้ตามจำนวน

เมื่อถามถึงกรณีครูวิภาที่เกือบถูกยึดเพราะค้ำประกันให้ลูกศิษย์ น.ส.แก้ม กล่าวว่า ตนมองว่าไม่ควรยึดทรัพย์ครูวิภา แต่ควรไปติดตามที่พ่อ และแม่ของลูกศิษย์ที่ไม่ได้ชำระหนี้มากกว่า เนื่องจาก กยศ. น่าจะทราบอยู่แล้วว่าที่ครูเซ็นต์ค้ำประกันก็เพราะว่าเป็นครูย่อมอยากช่วยเหลือลูกศิษย์ ส่วนประเด็นลูกศิษย์ที่ไม่ชำระหนี้นั้น ส่วนตัวมองว่า อยากให้มาชำระหนี้ เพราะติดขัดอย่างไรก็สามารถมาพูดคุยเจรจากับทาง กยศ. ได้ ซึ่งตนก็ทราบว่าทาง กยศ. ให้ผ่อนเป็นรายเดือนได้ ถ้าหากติดขัดอย่างไรมาชำระบางส่วนก่อนก็ยังดี

สำหรับประเด็นหนี้ กยศ. ที่ยังมีค้างอยู่นั้น น.ส.แก้ม กล่าวว่า ตนไม่คิดที่จะหนี และตั้งใจที่จะชำระให้ครบตามจำนวนด้วยตนเอง โดยไม่อยากรบกวนพ่อแม่ ซึ่งขณะนี้ก็พยายามที่จะใช้จ่ายให้น้อยลงเพื่อชำระหนี้ดังกล่าว.

keyboard_arrow_up