“มะเดี่ยว” ปัดเกาะกระแส หลังปล่อยตัวอย่างหนังเรื่องถ้ำ แจงทำไว้นานแล้ว (คลิป)

หลังจากที่มีหลายคนออกมาบอกว่า เรื่องของ 13 ชีวิตที่ติดในถ้ำหลวง น่าจะถูกเอามาทำเป็นหนัง ปรากฏว่า ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล บอกว่าบังเอิญได้ทำเรื่องเกี่ยวกับถ้ำ ที่มีเนื้อหาเหมือนกับข่าวที่เกิดขึ้นตอนนี้พอดี

ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล หรือ มะเดี่ยว ผู้กำกับภาพยนตร์

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีก็เลยรีบไปพูดคุยกับเจ้าตัวทันที โดยผู้กับกับคนดังเผยว่า หนังที่ทำมีแพลนจะออกปลายปีนี้ ซึ่งจะปล่อยข่าวในต้นเดือนกรกฎาคม แต่มีเด็ก ๆ ติดถ้ำก่อน แต่พอเจอน้องแล้วก็เลยปล่อยทีเซอร์ให้ได้ชมกัน เรียกได้ว่าเป็นความบังเอิญจริง ๆ เพราะทำไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว

ตัวอย่างภาพยนตร์ the cave ถ้ำอสูร

สำหรับหนังเรื่อง the cave หรือ ถ้ำอสูร ที่ มะเดี่ยว ทำนั้น เนื้อหาจะเกี่ยวกับถ้ำ ๆ หนึ่งที่มีเสียงเรียกให้เข้าไป แล้วก็ไม่ปล่อยออกมาอีกเลย โดยช่วงหนึ่งในหนัง จะเป็นช็อตที่เห็นรองเท้าวางกองไว้หน้าถ้ำเต็มไปหมด ซึ่งเหมือนกับข่าวเด็ก 13 คน ตอนที่เห็นในข่าว เจ้าตัวยอมรับว่า ขนลุกมาก รวมถึงนักแสดงยังมีเด็ก ๆ อีกด้วย

ในส่วนของสถานที่ที่ไปถ่ายทำหนังเรื่องนี้ เป็นที่ถ้ำหลวงเหมือนกัน แต่คนละที่กับที่เป็นข่าว ซึ่งถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ก็เคยไปดู แต่น่ากลัว จึงไม่กล้าถ่ายที่นั่น อีกอย่างเพราะตนเป็นเด็กเหนือ ก็ได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับถ้ำนี้มาพอสมควร ว่าในนั้นมีวิญญาณ มีผี

ตัวอย่างภาพยนตร์ the cave ถ้ำอสูร

โดยหนังเรื่องนี้ยังถ่ายทำไม่เสร็จ เหลืออีก 30% แพลนที่จะปล่อยปีนี้ จึงต้องเลื่อนไปเป็นปีหน้า ถามว่าเสียดายกระแสที่ช่วงนี้กำลังมาไหม ไม่เลย เพราะจริง ๆ หนังมีอะไรมากกว่าถ้ำ และตนเชื่อว่ากระแสของน้อง ๆ ที่ติดถ้ำยังมีไปอีกนาน แต่ตนก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้หนังไปอิงกระแสนี้

ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล หรือ มะเดี่ยว ผู้กำกับภาพยนตร์

ส่วนที่สังคมอยากให้ทำเรื่องเด็ก 13 คนเป็นหนัง ก็บอกเลยว่าต้องใช้งบประมาณเป็นร้อย ๆ ล้าน เพราะรายละเอียดเยอะมาก การถ่ายทำในถ้ำก็ยากมาก อีกอย่าง ไม่สมควรเป็นหนังฟอร์มเล็ก เพราะคนทั่วโลกรู้ แต่ก็เชื่อว่าคงมีผู้กำกับไทยที่กล้าทำหนังเรื่องนี้ แม้จะยากมากก็ตาม แต่นายทุนที่จะกล้าลงทุนก็ยังคงยาก ซึ่งหากต่างชาติเอาเรื่องนี้ไปทำ แล้วทำได้ดีแล้วถึง ก็เป็นเรื่องที่ดี

ทั้งนี้ มะเดี่ยว ทิ้งท้ายว่าถ้า ทำหนังเพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ของมนุษย์ ที่มีต่อกัน ได้สะท้อนให้เห็นแก่น ให้คนไทยได้จำว่า ครั้งหนึ่งเราเคยได้ร่วมแรงร่วมใจกันขนาดนี้ อันนี้มันประเมินค่าไม่ได้ และคนอยากจะเห็น แต่ถ้าทำเพราะมันเป็นกระแส แล้วหวังผลกำไร โอกาสเจ๊งมีอยู่รำไร เพราะฉะนั้น ใครทำก็ไม่เสียดาย แต่ขอให้จับประเด็นให้ถูก

keyboard_arrow_up