สำรวจโพรงใหม่ 2 จุดบนดอยผาหมี คาดเชื่อมต่อถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

หลังจากเมื่อวาน (28 มิ.ย. 61) ที่ผ่านมา ชาวบ้านพร้อมทีมข่าวอมรินทร์ ได้ลงพื้นที่สำรวจหมู่บ้านผาหมี อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นจุดติดต่อกับดอยนางนอน และอยู่ห่างจากปากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนมา ประมาณ 3 กิโลเมตร พบโพรงใหม่ 2 จุด ลักษณะโพรงลึกลงไปใต้ดิน คนในพื้นที่ยืนยันเมื่อเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำกลับไม่เคยเต็มโพรง ซึ่งวันนี้ (29 มิ.ย. 61) ทีมข่าวพร้อมชาวบ้านก็จะลงพื้นที่สำรวจอีกครั้ง เพราะคาดว่าโพรงใหม่อาจเชื่อมต่อถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

ทีมข่าวลงพื้นที่มายังหมู่บ้านผาหมี ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นจุดที่ติดต่อกับดอยนางนอน และอยู่ห่างจากปากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนมา ประมาณ 3 กิโลเมตร โดยนายนิวัฒน์ ธำภัศนีย์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านผาหมี หมู่ 6 พาทีมข่าวเข้าเดินสำรวจในจุดที่คาดการณ์ว่ามีโพรง และน่าจะสามารถเชื่อมต่อกับใต้ถ้ำหลวง ที่เด็กทั้ง 13 คนพลัดหลงอยู่

นายนิวัฒน์ และชาวบ้าน พาทีมข่าวไปดูโพรงจุดแรก ที่คาดการณ์ว่าเป็นโพรงเข้าออกของอากาศ โดยจุดนี้อยู่ในพื้นที่ด้านหลังของไร่ส้มและไร่ข้าวโพดของชาวบ้าน ซึ่งเมื่อไปถึงพบว่า โพรงดังกล่าวถูกปกคลุมด้วยต้นหญ้า ดิน และหินจำนนวนหนึ่ง ซึ่งชาวบ้านจะต้องใช้มีดในการตัดต้นหญ้าที่ปกคลุมออก และนำหินที่ปิดโพรงออก ซึ่งยิ่งนำหินออกมาก็ยิ่งพบว่ามีโพรงลึกลงไปใต้ดิน ทั้งนี้ ชาวบ้านได้นำบุหรี่ไปจุดไว้เพื่อขอให้เจ้าที่ช่วยเปิดทาง ซึ่งเมื่อวางบุหรี่ไป 1 มวน กลับพบว่าบุหรี่ล้มทันทีตามแนวทิศทางลม

นายนิวัฒน์ บอกว่า โพรงนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและเวลาเข้าสู่หน้าฝน ฝนที่ตกลงมาก็จะไหลเข้าสู่โพรงดังกล่าว ซึ่งโพรงจุดนี้เป็นโพรงที่อยู่ในไร่สวนส้มและติดกับพื้นที่ภูเขาลูกเดียวกันกับถ้ำหลวง ซึ่งก่อนหน้านี้ แม้คนงานของไร่สวนส้มจะทราบว่ามีโพรง แต่ก็ไม่เคยเข้าไปสำรวจ ซึ่งคนสวนจะเรียกโพรงจุดนี้ว่าเป็นถ้ำลม เนื่องจากมีลมเข้าออกจากโพรงดังกล่าว และชาวสวนไม่กล้าที่จะปลูกพืชใกล้จุดนี้นัก จึงปล่อยทิ้งไว้


ทั้งนี้ยืนยันว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านไม่เคยลงไปสำรวจในจุดนี้มาก่อน แต่พอมาเจอวันนี้กลับคิดว่าน่าจะเชื่อมไปยังถ้ำหลวงที่เด็กไปติดอยู่ได้ ซึ่งคาดว่าหากยืนจากหน้าปากถ้ำหลวง จุดนี้จะเป็นฝั่งซ้ายของถ้ำ และห่างจากปากถ้ำมาไม่ไกลนัก ตนจึงคาดการณ์ว่าถ้ำลมตรงนี้อาจเป็นช่องอากาศที่ทำให้เด็ก 13 คนที่ติดอยู่ สามารถหายใจได้ นอกจากนี้ ยังมีโพรงอีกจุดหนึ่ง ที่ห่างจากโพรงแรกไปประมาณ 800 เมตร ซึ่งเป็นโพรงที่ชาวบ้านบอกทีมข่าวว่าหากฝนตกลงมาน้ำจะไหลเข้าไปในโพรงทันที

นายนิวัฒน์ ธำภัศนีย์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านผาหมี

ต่อมาทีมข่าวเดินเท้ามาพร้อมกับชาวบ้านจากโพรงจุดแรก มาประมาณ 800 เมตร พบโพรงจุดที่ 2 ในลักษณะที่อยู่ใต้พื้นดินลงไป ซึ่งทางเข้าโพรงขนาดใหญ่ และมีทางลาดลงไปในร่องค่อนข้างลึก ด้านหน้าถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์และพืชไม้เลื้อย ซึ่งหากไม่สังเกต จะไม่เห็นว่ามีโพรงใต้ดินนี้อยู่ จากนั้นชาวบ้านได้พยายามลงไปสำรวจในโพรงใต้ดิน พบว่าพื้นที่ค่อนข้างแคบ ซึ่งเมื่อเทียบกับลำตัวคน หากคนตัวเล็กก็สามารถลงไปได้ โดยขนาดโพรงมีความกว้างประมาณ 50 เซนติเมตร ซึ่งเมื่อชาวบ้านลงสำรวจได้เพียงเล็กน้อยก็กลับขึ้นมา เพราะด้านในค่อนข้างมืดและแออัด


ด้านเจ้าของสวน บอกว่า จุดนี้ค่อนข้างน่าสงสัยเพราะเวลามีน้ำป่าไหล ก็จะไหลลงไปในโพรงนี้ ซึ่งชาวบ้านก็สงสัยว่าทำไมน้ำไหลไม่เคยเต็มโพรง แต่เนื่องจากไม่เคยมีใครเข้าไปสำรวจ จึงไม่แน่ชัดว่าโพรงนี้จะมีทางน้ำหรือทางเดินต่อไปหรือไม่ ทั้งนี้ รูขนาดกว้างจุดนี้ นายนิวัฒน์ คาดการณ์ว่าน่าจะเป็นโพรงที่เชื่อมไปยังบริเวณถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนได้ ซึ่งจุดนี้อาจเป็นจุดที่อยู่สูงหรือเหนือกว่าบริเวณปากถ้ำ เมื่อฝนตกลงมา น้ำฝนอาจไหลลงสู่บริเวณถ้ำทำให้ไปขังไว้ด้านใน และนอกจากจะมีน้ำฝนแล้ว จุดนี้อาจเป็นช่องทางลมทำให้มีออกซิเจนเข้าไปได้

จนถึงตอนนี้ ตนเองก็เชื่อว่าเด็กๆ ยังมีชีวิตและยังสู้อยู่ ซึ่งก็อยากแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ เพราะอยากให้ความช่วยเหลือในการค้นหาเด็กทั้ง 13 คน

keyboard_arrow_up