ญาติโค้ช โต้พา 12 เด็กฝึกบอลในถ้ำ ขมาเจ้าที่ตั้งเครื่องเซ่นพรึ่บ – หน่วยซีล ชี้ มีหวังรอด (คลิป)

ความคืบหน้ากรณีนักเรียนทีมฟุตบอล “หมูป่า” อายุตั้งแต่ 11-16 ปี พร้อมผู้ฝึกสอน หรือ โค้ช อายุ 25 ปีจาก ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวม 13 คน พลัดหลงอยู่ภายในถ้ำหลวง เขตวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ตั้งแต่เย็นวันที่ 23 มิ.ย. 61 ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานเข้าไปติดตามช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่พบกลุ่มเยาวชนดังกล่าว

ทีมฟุตบอล “หมูป่า” และโค้ช

วันที่ 25 มิ.ย. 61 เจ้าหน้าที่ทหารเรือหรือหน่วยซีล หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) กองทัพเรือ จากกำลังพลจากกรมรบพิเศษที่ 1 ทหารเรือ นำอุปกรณ์เข้าไปช่วยเหลือสนับสนุนและเริ่มทำการค้นภายถ้ำหลวง ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา โดยจากการสำรวจพบร่องรอยของผู้สูญหายในห้องโถงถ้ำชั้นสองแต่ไม่พบตัวผู้สูญหายทั้งหมดซึ่งได้กระจายกำลังกันออกค้นหาแล้วคาดว่าอาจจะเข้าไปในพื้นที่ชั้นในที่ลึกกว่า เพื่อหาช่องทางออกจากถ้ำ

พลเรือตรีอาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ

โดยพลเรือตรีอาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ เปิดเผยว่า ภารกิจได้แบ่งทีมค้นหาออกเป็น 4 ชุด ชุดละ 4 นาย ทำงานเป็นทีมเวิร์ก พร้อมอุปกรณ์ค้นหาและเครื่องทำลายสิ่งกีดขวางใต้น้ำ ซึ่งภายในถ้ำมีความซับซ้อน ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ เนื่องจากในพื้นที่มีฝนตกหนัก ทำให้ปริมาณน้ำท่วมปิดบริเวณปากถ้ำ และมีเม็ดกรวดเม็ดทรายทับถมจำนวนมาก ทำให้นักประดาน้ำชุดอื่นเข้าไปช่วยได้ยาก ล่าสุด ทีมหน่วยซีลสามารถเข้าไปในระยะกิโลเมตรที่ 3  ซึ่งเป็นจุดที่แคบที่สุด มีน้ำท่วมในระดับความลึกประมาณ 5 เมตรได้แล้ว และได้มีการทะลุทะลวงผ่านช่องทางดังกล่าวไปได้สำเร็จ จนพบรอยเท้าจำนวนมาก แต่พบอุปสรรคคือ มืดสนิท แต่โชคดีที่ยังมีอากาศหายใจ จึงเชื่อได้ว่าทุกคนยังปลอดภัยแน่นอน

ภาพแสดงเส้นทางค้นหา 13 ชีวิต ที่สูญหายในถ้ำหลวง

ซึ่งภายหลังผ่านจุดน้ำท่วมปากถ้ำเข้ามาได้แล้ว ทีมหน่วยซีล ต้องไปต่อให้ถึงสุดถ้ำ ซึ่งมีระยะทางถึง 7 กิโลเมตร โดยจะมีการทำงานให้รวดเร็วต่อเนื่องตลอด 24 ชม. ในส่วนชุดปฏิบัติงาน ได้มีการคัดเลือกมาเป็นอย่างดี มีความชำนาญในทุก ๆ ด้าน มีสภาพร่างกายที่แข็งแกรง ทนต่อทุกสภาพ และเคยร่วมภารกิจที่สำคัญทางทหาร รวมถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกรูปแบบมาแล้วหลายครั้ง จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในการทำงาน และเชื่อมั่นว่าจะต้องมีการค้นหาจนพบ และไม่มีการล้มเลิกภารกิจ จนกว่าจะพบผู้ประสบภัยทั้งหมด ซึ่งส่วนตัวมีความมั่นใจเกินร้อยว่า ทีมที่ส่งไปจะประสบความสำเร็จแน่นอน

ญาติของผู้สูญหายนำของมาเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ

ด้านบรรดาญาติของผู้สูญหาย ได้พากันทำเทียนทองเทียนเงิน เพื่อเป็นเทียนมงคล และนำข้าวปลาอาหารแห้งเข้าไปสักการะเจ้าป่าเจ้าเขา บริเวณปากทางเข้าถ้ำหลวง จุดที่นักเตะทั้งหมดหายไป เพื่อขอสิ่งศักดิ์โดยเฉพาะเจ้าแม่ดอยนางนอน ตามความเชื่อที่ว่าเด็กอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำอะไรเป็นการล่วงเกินไป ถือเป็นการขอขมาให้มีการปล่อยเด็กทั้งหมด ให้มีชีวิตรอดปลอดภัยกลับมา

น.ส.น้ำหอม บุญเปี่ยม มารดาของ ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม

น.ส.น้ำหอม บุญเปี่ยม มารดาของ ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม ซึ่งสูญหายไปกับเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยกล่าวว่า ปกติบุตรชายไม่เคยเป็นคนเกเร หรือเถลไถล ไปไหนมาไหนจะบอกตลอด โดยเป็นคนที่ชอบเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก ๆ จนเข้ามาร่วมทีมฟุตบอลของโรงเรียน ซึ่งไม่ทราบว่ามาเที่ยวที่ถ้ำแห่งนี้บ่อยไหม แต่คิดว่าไม่น่าจะบ่อยเพราะทุกครั้ง ไปไหนก็จะบอกทุกครั้ง โดยครั้งนี้ก็บอกว่าไปซ้อมบอล จนมาทราบอีกทีว่าหายตัวไป ตอนแรกคิดว่าไปบ้านเพื่อนนักฟุตบอลด้วยกัน โดยการฝึกซ้อมฟุตบอลก็ซ้อมที่โรงเรียนบ้าง หมู่บ้านบ้าง ตนไม่เห็นและไม่ทราบว่าเคยไปฝึกซ้อมในถ้ำแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งก็อยากให้สิ่งศักดิ์ดลบันดาลให้พบลูกโดยไว และภาวนาให้มีชีวิตอยู่

เจ้าหน้าที่หน่วยซีล ชุดแรก

เจ้าหน้าที่หน่วยซีล ซึ่งเป็นหนึ่งผู้ที่ดำน้ำเข้าไปค้นหาผู้สูญหาย หลังจากลงพื้นที่ค้นหาภายในถ้ำหลวงราว 10 ชั่วโมง ให้ข้อมูลว่า สภาพภายในถ้ำค่อนข้างอันตราย มีโขดหินตลอดเส้นทาง ทำให้การเข้าพื้นที่ค่อนข้างลำบาก เพราะหินมีความลื่นสูง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยซีลสามารถเข้าถึงพื้นที่ที่สันนิษฐานไว้ว่าจะเป็นโพรงและพื้นที่แห้ง ปรากฏเมื่อหน่วยซีลเดินทางไปถึง พื้นที่ดังกล่าวระดับน้ำก็สูงขึ้นตลอดเวลา ประมาณ 2 ชั่วโมง ระดับน้ำสูงขึ้น 3 เซนติเมตร ทำให้พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้เป็นพื้นที่แห้งอย่างที่คิด ระยะทางห่างจากจุดสามแยกในถ้ำ ไปบริเวณจุดดังกล่าวประมาณ 1 กิโลเมตร

ขณะนี้ก็มีความมั่นใจค่อนข้างมาก ว่าเด็กกลุ่มนี้เดินเข้ามาทางนี้ เรื่องจากพบร่องรอยของการเดิน รอยเท้า รอยนิ้วมือ ทำให้เจ้าหน้าที่ยังคงมีความหวังอยู่ตลอด ซึ่งหลังจากชุดการทำงานของหน่วยซีลหนึ่งออกจากพื้นที่ จะมีเจ้าหน้าที่ชุดที่2 ลงพื้นที่ต่อทันที

นายอนุกูล สอนเอก นักภูมิศาสตร์

ขณะที่ นายอนุกูล สอนเอก นักภูมิศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กอธิบายข้อมูลของถ้ำดังกล่าว พร้อมภาพประกอบ โดยมีข้อความระบุว่า “เป็นถ้ำที่มีทางเข้าออกทางเดียว ระบบระบายอากาศไม่ดี ถ้าจะใช้วิธีการสูบน้ำออกควรตั้งเครื่องสูบน้ำไว้ด้านนอก ไม่งั้นปริมาณ Co2 ภายในถ้ำจะสูงขึ้นทำให้การช่วยเหลือทำได้ยากและมีความเสี่ยงมากขึ้นนะครับ ตำแหน่งที่คาดว่าเด็ก ๆ น่าจะอยู่ (ตำแหน่งวงกลมสีแดง) ลึกที่สุดบริเวณปลายสุดของ Show cave น่าจะประมาณไม่เกิน 1 กม.จากปากถ้ำ ถ้าเลยนี้ไป Section ด้านในที่เป็นเส้นทางเข้า Monk’s series เส้นทางแคบและซับซ้อนหาเจอยากมาก คิดว่าคนทั่วไปไม่น่าหาเส้นทางเข้าไปด้านในได้ครับ

ภาพแสดงจุดที่คาดว่า 13 ชีวิตพักอยู่ (วงกลมสีแดงซ้าย)

อีกอย่างในช่วงเวลานี้ ถ้าเด็ก ๆ ถอดรองเท้าและวางเป้ไว้ แสดงว่าพื้นถ้ำมีน้ำท่วมออกมาถึงด้านนอกแล้วแต่ยังไม่ลึกมาก นั่นหมายถึง Section ด้านในจะมีน้ำท่วมแล้ว มีโคลนมากเขาคงไม่เข้าไปลึกมากครับ อาจจะมีปัญหาเรื่องแสงสว่าง ไฟฉายดับ หรือไฟฉายมีน้อยเลยหาทางออกจากถ้ำไม่ได้และระดับน้ำขึ้นซะก่อน ส่วนอันตรายที่สุดสำหรับทีมดำน้ำที่จะดำเข้าไปเป็น Section แรกที่ผมวงสีน้ำเงินเอาไว้ เนื่องจากเส้นทางเข้าแคบต้องมุดเข้าไปและน้ำจะอัดผ่านช่องนี้ออกมา อันตรายสำหรับทีมที่ดำน้ำขาออกแต่ถ้าผ่านจุดนี้ไปได้แล้วเส้นทางด้านในจะกว้างขึ้นสามารถเดินได้ครับ ข้อมูลเผื่อทีมช่วยเหลือจะนำไปใช้ในการวางแผนได้นะครับ

สำหรับวิธีการช่วยเหลือ ต้องทำให้พื้นที่น้ำที่ท่วมเพดานถ้ำลดลงก่อน ด้วยลักษณะของถ้ำนางนอนหลวงลำธารที่เกิดขึ้นในถ้ำไม่ได้เกิดจากการไหลมาจากด้านนอก แต่เกิดจากฝนตกบนต้นน้ำและไหลซึมตามรอยแตกเข้ามา เวลาน้ำในถ้ำเริ่มขึ้นจะลงค่อนข้างยาก วิธีดีที่สุดจะต้องสูบน้ำออกให้มากกว่าปริมาณน้ำเข้า เราต้องคำนวณปริมาณน้ำที่ไหลในลำธารในถ้ำว่ามีปริมาณกี่ ลบ.ม.ต่อวินาที และระดมเครื่องสูบน้ำให้ปริมาณ น้ำสูบออกมากกว่าปริมาณน้ำธรรมชาติ พื้นที่ส่วนเพดานถ้ำที่จมอยู่ถึงจะลด แต่ต้องไม่มีปริมาณฝนตกบนภูเขามาเพิ่มปริมาณน้ำในถ้ำอีก ดังนั้นต้องรีบสูบน้ำออกในระดับที่ปลอดภัยต่อผู้ช่วยเหลือ อย่าสูบน้ำออกโดยไม่มีหลักการครับ เวลาแต่ละนาทีที่ผ่านไปมันกลายเป็นเวลาที่สูญเปล่า ตอนนี้ประมาณ 36 ชม. หลังคนเข้าไปติดค้างอยู่ด้านใน เขายังรอดชีวิตและรอการช่วยเหลืออยู่ครับ”

นางธรรม กันทะวงค์ ญาติของ นายเอกพล

ด้าน นางธรรม กันทะวงค์ ญาติของ นายเอกพล จันทะวงษ์ ผู้ฝึกสอนทีมนักฟุตบอล หลั่งน้ำตาถึงหลาน เนื่องจากเป็นห่วง สงสาร และต้องการให้พบโดยเร็ว เผยว่าตนมาเฝ้ารอแบบนี้ทุกวันตั้งแต่เช้า กลับบ้านไปก็นอนไม่หลับ อยากจะกลับมาเฝ้าดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ ตอนนี้ยังเชื่อว่าหลานและทุกคนยังปลอดภัย อีกทั้งยังขอบคุณทุกกำลังใจ และเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ ทำให้กลุ่มญาติยังคงมีความหวัง นางธรรมยังบอกด้วยว่า โค้ชเอกพลเป็นคนดีมาก รักและดูแลเด็ก โค้ชคงไม่คิดว่าจะเข้าไปได้ลึกขนาดนั้น

นายเอกพล จันทะวงษ์ ผู้ฝึกสอนทีมนักฟุตบอลที่สูญหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 30 ธ.ค. 59 เฟซบุ๊กนายเอกพล จันทะวงษ์ โพสต์ภาพพาเด็กนักเรียนทีมฟุตบอลไปที่ถ้ำดังกล่าวมาแล้ว โดยระบุข้อความด้วยว่า “ฝึกพิเศษก่อนแข่งครับ ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน”

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Anukoon Sorn-ek, เอกพล จันทะวงษ์

keyboard_arrow_up