เปิดใจ ‘อ๋อง อนาคตใหม่’ ล้มยักษ์ “หมอวรงค์” – คนแพ้โบ้ยพรรค ปชป. เดินเกมพลาด (คลิป)

วันที่ 25 มี.ค. 62 หลังจากผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า ของเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.พิษณุโลก นายปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือ อ๋อง พรรคอนาคตใหม่ ได้รับคะแนนโหวตเสียงข้างมาก 34,091 เสียง ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ของนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แชมป์เก่า 3 สมัย ที่แพ้การเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 17,923 เสียง

ผลการเลือกตั้ง ส.ส. เขต1 จ.พิษณุโลก อย่างไม่เป็นทางการ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ อายุ 38 ปี เปิดใจกับอมรินทร์ ทีวี ว่า ตนขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวพิษณุโลกที่ไว้วางใจ จนได้คะแนนเสียงอย่างท่วมท้น และดีใจมากที่เปิดโอกาสให้นักการเมืองรุ่นใหม่ จากพรรคอนาคตใหม่ เข้ามาทำงานการเมืองในแนวทางใหม่

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่

ซึ่งถือว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ และไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ตนจะเป็นตัวแทนของประชาชน ซึ่งในช่วงแรกจะเป็นงานนอกสภา ในการเข้าไปพบประชาชนเพื่อรับฟังปัญหา และต้องทำอีกหลายด้าน ทั้งวิสาหกิจชุมชน ด้านมูลนิธิ ที่จะเข้าไปสู่ประชาธิปไตย

สำหรับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา เรียนจบที่ จ.พิษณุโลกพิทยาคม และจบสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Master of Theological Studies, Trinity Theological College Singapore และเคยทำงานด้านสัตวแพทย์ด้วย

นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์

ด้าน นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดใจกับอมรินทร์ ทีวี ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ตนขอขอบคุณประชาชนที่ไว้วางใจในทุกคะแนนเสียง ซึ่งตนยอมรับความพ่ายแพ้ ซึ่งไม่ใช่ความพ่ายแพ้ของตนเองเท่านั้น แต่เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ทั่วประเทศ ตนคิดว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากตัวผู้สมัครอย่างเดียว แต่ปัญหาใหญ่ คือ ยุทธศาสตร์ของพรรค ซึ่งประเมินพลาด โดยพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเก่าแก่กว่า 70 ปี แต่เปิดเกมส์กับคนรุ่นใหม่ เป็นการเปิดเกมส์ที่ไม่ถนัด ทำให้เห็นว่าวันนี้ กรุงเทพฯ พรรคเราสูญพันธุ์ ภาคอีสานและภาคใต้ก็หายไปเยอะ

ทั้งนี้ ตนไม่รู้สึกท้อแท้ แต่ถึงเวลาที่พรรคประชาธิปัตย์ ต้องปิดประตูห้องมาคุยกัน เพราะวันนี้นักรบในพื้นที่ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของพรรค เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เราต้องเปิดใจคุยกัน ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพรรคประชาธิปัตย์ครั้งใหญ่ ทั้งวิธีคิด วิธีทำงาน เพื่อเดินหน้าไปด้วยกัน

นอกจากนี้ ตนพูดเสมอว่าพรรคประชาธิปัตย์คือบ้านของตน จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่อับปางเล็กน้อย แต่กลายเป็นซากปรักหักพัง ซึ่งต้องใช้เวลาและพลังร่วมกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคแล้วก็ตาม แต่ทุกคนจะช่วยกันสร้างขึ้นใหม่ และเน้นย้ำคือไม่ควรมีการสืบทอดอำนาจในพรรคประชาธิปัตย์

keyboard_arrow_up