หนังคนละม้วน! ‘ปู ไปรยา’ ยืนยันไม่ได้ทำผิดสัญญา ยินดีคืนนาฬิกา-ค่าจ้างตามที่ ‘โอเมก้า’ ขอ

กลายเป็นประเด็นร้อนหลังจากแบรนด์นาฬิกาสุดหรู Omega มีการร่อนจดหมายถึงสื่อมวลชนแจ้งปลดสาว “ปู ไปรยา” ออกจากการเป็น Friends of Omega โดยให้เหตุผลว่าเพราะสาว “ปู” ทำผิดสัญญา จนงานดราม่าบังเกิดชาวเน็ตขุดหาภาพของสาว “ปู” ขณะสวมนาฬิกาแบรนด์อื่น อันเป็นสาเหตุของการละเมิดสัญญาในครั้งนี้จ้าล่ะหวั่น และมีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นาๆ 

 

ล่าสุด เมื่อคืนที่ผ่านมา (7มิ.ย.)สาว “ปู ไปรยา” ออกมาชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้นแบบละเอียดยิบว่า

“ก่อนอื่นปูต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนและแฟนคลับทุกท่านมากๆ เลยนะคะ นับแต่มีเหตุการณ์การส่งหนังสือถึงสื่อต่างๆตามที่ปรากฏในข่าว จนถึงวันนี้ ทางทีมงานของปูก็ได้กำลังใจจากทุกท่านมาโดยตลอด ซึ่งทำให้ปูตระหนักและตัดสินใจที่จะออกมาพูดถึงที่มาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและออกมาแสดงจุดยืนในฐานะที่เป็นบุคคลที่ถูกกล่าวถึงและถูกกระทบสิทธิโดยตรงนะคะ”

1. ปูขอเริ่มอธิบายจากเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 ทาง บริษัท เดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้มอบหมายให้คุณวุฒินันท์ หรือคุณโอม มาเสนอให้ปูดำรงตำแหน่งเป็นหนึ่งใน Friends of Omega โดยจะให้สิทธิในการเป็นเจ้าของนาฬิกา Omega เพื่อให้ปูสวมใส่และประชาสัมพันธ์สินค้าผ่านสื่อออนไลน์
พร้อมกันนี้ทางบริษัทฯ ได้เสนอเงื่อนไขว่าปูจะต้องร่วมกิจกรรมของทางแบรนด์และทางบริษัทที่จะจัดขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งเมื่อปูพิจารณาถึงเงื่อนไขที่เสนอมาแล้ว ไม่ได้มีลักษณะผูกพันตัวปูให้เป็น presenter หรือ brand ambassador โดยตรง แต่จะออกเป็นไปในลักษณะที่เป็น Influencer เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของสินค้าให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของสินค้าในตลาดไทย ปูจึงตอบตกลงตามเงื่อนไขที่เสนอมา (ตามรูป) และก็ได้ปฏิบัติตามสัญญาที่ได้ตกลงกันอย่างเคร่งครัด

2. หลังจากนั้น ปูก็ได้เข้าร่วมอีเวนท์ The Lost in Space ที่ลอนดอนตามเงื่อนไขในสัญญา พร้อมใส่นาฬิกาของโอเมก้าและโพสใน IG ของปูตามที่ได้ตกลงกัน ทุกฝ่ายก็ยินดี ไม่มีปัญหาอะไร

3. ต่อมาเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2560 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากที่ปูได้ร่วมงานที่ลอนดอนและทำการประชาสัมพันธ์สินค้าให้กับโอเมก้าแล้ว ทางโอเมก้ากลับขอให้ปูเซ็นสัญญาที่ทางโอเมก้าจัดทำขึ้นมาใหม่ โดยให้เหตุผลว่าทางทีมบริหารต่างประเทศของโอเมก้าต้องการให้เปลี่ยนสัญญา

4. เมื่อปูตรวจสอบเนื้อหาในสัญญา ก็พบว่ามีข้อตกลงใหม่ที่ไม่ได้ตกลงกันมาก่อน ซึ่งได้เพิ่มขึ้นในสัญญาและเป็นไปในลักษณะที่จะให้ปูเป็น Brand Ambassador ที่มีข้อผูกมัดห้ามไม่ให้ใส่นาฬิกายี่ห้ออื่นออกสื่อต่างๆ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ปูไม่อาจตกลงด้วยได้ เนื่องจากตอนนั้นปูได้เซ็นสัญญากับแบรนด์อื่นที่มีสินค้าประเภทนาฬิกาไว้อยู่ก่อนแล้ว ปูจึงไม่ได้เซ็นหรือลงนามในสัญญาที่โอเมก้าส่งมาให้ เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในสัญญาเดิมที่เราไม่สามารถทำได้ ซึ่งทางโอเมก้านั้นรับทราบข้อมูลเรื่องนี้แล้วเป็นอย่างดี

5. แต่ด้วยความที่ปูต้องทำงานอย่างมืออาชีพ และให้เกียรติโอเมก้า ปูก็ยังคงไม่ได้รับเป็น Brand Ambassador หรือเข้าเป็น Influencer ให้กับแบรนด์นาฬิกาอื่นซึ่งเป็นคู่แข่งทางการค้าของโอเมก้าจนถึงปัจจุบัน

6. ปัญหามาเกิดตอนที่ ปูโพสต์ IG เพื่อโฆษณาเสื้อผ้าของแบรนด์หนึ่ง ซึ่งมีนาฬิกาเป็น Accessory ด้วย
แต่บริบทของโฆษณานั้นเป็นการขายตัวเสื้อผ้า ไม่ได้เน้นขายนาฬิกา ซึ่งเมื่อรูปนี้เผยแพร่ไปใน IG ของปู ก็ทำให้โอเมก้าไม่พอใจและบอกว่าเราละเมิดข้อสัญญา ซึ่งทางปูได้อธิบายไปแล้วว่าเราไม่ได้ตกลงเรื่องการเปลี่ยนแปลงข้อสัญญาที่เขาขอมา

7. ซึ่งเรื่องนี้ ถ้าจะมองกัน อย่างเป็นกลาง แม้หากปูจะไปโฆษณานาฬิกาแบรนด์อื่นก็ยังสามารถทำได้เพราะเราไม่ได้ตกลงกันเรื่องการโฆษณาสินค้าที่เป็นประเภทเดียวกัน

8. เมื่อทางโอเมก้า ติดต่อมาว่าทางบริษัทฯ ต้องการให้ปูคืนนาฬิกา พร้อมกันนี้ยังได้ส่งหนังสือถึงสื่อมวลชนต่างๆ ที่ไม่สามารถรู้ถึงการตกลงระหว่างปูกับโอเมก้าได้เลย จึงทำให้ปูเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก เนื่องจากเรารักษามาตรฐานในการทำงานและคงความซื่อสัตย์ต่ออาชีพ แต่กลับได้รับความเสียหายจากการให้ข่าวดังกล่าว ปูจึงแจ้งกับทางโอเมก้าว่าปูยินดีคืนนาฬิกาและค่าจ้างที่ได้รับจากการทำงานกับโอเมก้าที่ปูได้ทำให้แล้ว และยังยืนยันว่าปูไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาใดๆ แต่ปูก็ได้ขอความเป็นธรรมจากโอเมก้า ให้ช่วยแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อให้สาธารณชนเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งคุณวุฒินันท์ก็ออกมายอมรับแล้วว่าเกิดจากความผิดพลาดของโอเมก้าเอง แต่ถึงวันนี้ปูก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่เป็นรูปธรรมจากโอเมก้าแต่อย่างใดค่ะ

9. ขั้นตอนต่อจากนี้ ก็คงจะต้องให้ทีมกฎหมายของปูประสานกับทีมกฏหมายของทางโอเมก้า เพื่อหาทางออกกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปค่ะ

ภาพ : FB@Praya Lundberg

keyboard_arrow_up