ชีวิตตอนนี้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว! ‘ชาคริต’ เผยคุณแม่แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ ตื่นเต้นใกล้ได้เห็นหน้าลูกชาย

ตื่นเต้นสุดๆ สำหรับหนุ่ม “ชาคริต” ที่เตรียมจะเป็นคุณพ่อป้ายแดงในอีกไม่กี่เดือน ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าน้อยใจคุณแม่ที่เห่อหลานมากกว่าตน โดยส่วนตัวเชื่อว่าเพราะลูกชาย คุณแม่เลยหายป่วย ส่วนประเด็นที่ตนไม่ได้ลบรูป “วุ้นเส้น” อดีตภรรยาออกจากไอจี วอนขอทุกคนหยุดดราม่า เพราะเราจบกันด้วยดี

ล่าสุดหนุ่มชาคริต นักแสดงนำและผู้ร่วมทุนสร้างภาพยนตร์เรื่อง “คิดถึงทุกปี” ยอมรับตื่นเต้นสุดๆ ที่ใกล้จะได้เห็นหน้าลูกแล้ว

“20 สัปดาห์แล้ว ตอนนี้ก็เริ่มดิ้น เริ่มมีกระดิ๊ก ก็คือตามลำดับที่เขาบอก พอเริ่มช่วง 4 เดือนครึ่ง เดือนที่ 5 ก็จะเริ่มมีอาการถีบ อาการแดนซ์ เริ่มมาละ (ยิ้ม) แล้วก็มาตอนประมาณตี 2 ด้วย อย่างที่เขาบอก ว่าช่วงเวลาคุณแม่ตื่นน้องจะหลับ พอคุณพยายามจะหลับ น้องจะตื่น เขาก็บอกก็ดูเอาไว้ นี่คือเวลาเธอ ว่าเวลานี้นะ คือก็นัดไว้กับพ่อนะ อย่ามายุ่งกับแม่อะไรอย่างงี้ (หัวเราะ)”

แล้วได้จับสัมผัสไหม ตอนน้องดิ้น?
“จับ จับ จับตลอด ก็จับทุกวัน เพราะคุยกับเขา รู้สึกเวลาเรากลับมาบ้าน เราอาจจะอุปโหลกไปเอง แต่มันก็เป็นความชื่นใจอย่างหนึ่งว่า เราก็ฟังจากคุณเขาอีกทีว่า พอได้ยินเสียงเรา เขาจะดิ้นเป็นพิเศษ เพราะเราจะคุยกับเขาตลอด เออก็บอกเป็นลูกพ่อนะลูก ปกป้องพ่อด้วย (หัวเราะ) อย่าให้แม่เขามาทำอะไรคุณพ่อ”

อัลตร้าซาวด์ออกมาจมูกโด่งมาก?
“ผมว่ามันน่าจะเป็นจังหวะของการหันหรือเงามากกว่า เหมือนเขามีแต่โครงนะ ก็คือถ้าดูดีๆจะเป็นกะโหลกกับพวกเนื้อเยื้อที่เพิ่งมาชั้นแรก แต่เขาบอกโครงกระดูกใหญ่ เป็นเด็กที่มีโครงกระดูกใหญ่มาก แล้วก็อันนั้นน่าจะเป็นจังหวะเงามากกว่า แต่ว่าถ้าเกิดมาก็คงเป็นแค่สัน ซึ่งเดี๋ยวมันจะต้องขยายอีก มันต้องมีการพัฒนา ตอนนั้นเพิ่ง 19 วีค ตอนนี้น่าจะมีเนื้อหุ่มมาอีกนิดหนึ่ง ผมว่าต้อง 28 อาทิตย์ ถึงจะเห็นหน้าตา”

ได้ชื่อน้องหรือยัง?
“ชื่อ “โพธิ์” ส่วนชื่อจริงยังทะเลาะกันอยู่ (หัวเราะ) ยังคิดกันอยู่หรือว่าจะเป็นอันนี้ดี ลองเอาชื่อมาผสม หรือเราจะไปถามพระ เพราะชื่อจริงยังมีเวลาอยู่ ส่วนชื่อเล่นภรรยาเขาก็ให้เกียรติผมเป็นคนตั้ง เพราะผมคิดเอาไว้นานแล้วว่าถ้ามีลูกผมอยากจะตั้งชื่อนี้”

อาการป่วยของคุณแม่เป็นยังไงบ้าง ?
“แข็งแรงขึ้นมาก กินข้าวเอง เขาไม่พูดกับเรา เขาไม่สื่อสารเป็นคำพูดกับเรา แต่เขาโชว์ให้เราเห็น การเดิน ลุกขึ้นมากิน กินข้าวเองไม่กินอาหารปั่นแล้ว กลับมาเคี้ยวอาหารใหม่ แบบว่ากล้ามเนื้อดีขึ้นไม่น่าเชื่อ เวลาไปหาคุณแม่ที่บ้าน โผจะกอดลูกสะใภ้ จะกอดหลาน จะมาจับท้อง หน้าที่ของแอนคือไปยืนอยู่ข้างๆ แม่ก็จะเอามือเข้าไปลูบท้อง บางครั้งก็เป็น 10 นาที เลยทีเดียว (หัวเราะ) มีความสุขมาก จนเดี๋ยวนี้แม่เหมือนลืมลูกไปแล้ว เราก็ถามไม่มากอดกันบ้างเหรอ เขาหันเอามือมาตบๆ แล้วก็จะเล่นกับหลานต่อ (หัวเราะ)”

แสดงว่าคุณแม่เห่อหลานมาก ?
“น้องโพธิ์เขาเป็นเด็กมหัศจรรย์เลยครับ เขามาพร้อมกับสิ่งดีๆ หลายอย่าง เขาได้รับความรักจากทุกคน และเขาก็ทำให้ชีวิตของหลายๆ คนเกิดปาฏิหาริย์ ทั้งเพื่อน ทั้งคนรอบข้าง รวมถึงคุณแม่ผม ขนาดเขายังอยู่ในท้องเขายังสร้างความสุขให้กับคนรอบข้างได้ขนาดนี้ ผมดีใจมากครับ เขาคือเด็กที่วิเศษจริงๆ”

ตัวเราเองแปลกใจไหมที่ตั้งแต่มีเขาเข้ามา อาการป่วยของคุณแม่เราก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ?
“คิดครับ ผมคิดมาตลอด เพราะคุณแม่ดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมบอกว่ากำลังจะมีหลานให้ นับตั้งนั้นมาแม่ก็เหมือนกับว่าวิถีชีวิตเขาเปลี่ยน เขามีกำลังใจมากขึ้น เขามีเป้าหมายในการอยู่เพื่อที่จะได้อยู่กับหลาน ซึ่งการที่คุณแม่กลับมาแข็งแรงได้ขนาดนี้สำหรับผม ผมถือว่ามันมหัศจรรย์เหลือเกิน”

เราเห็นอะไรในตัวคุณแม่บ้างที่รู้สึกว่าอาการท่านดีขึ้น ?
“แม่แข็งแรงขึ้น ควบคุมอารมณ์เก่งขึ้น เขามีความพยายามที่จะอยากอยู่ต่อไป และพัฒนาการของแม่ตอนนี้คือ
แม่สามารถลุกขึ้นเดิน ปั่นจักรยานอยู่กับที่ได้ แม่พัฒนาการดีขึ้นมาก ซึ่งมันเป็นสิ่งที่สุดยอดมากสำหรับลูกคนหนึ่ง
เราคงไม่ขออะไรมากไปกว่านี้แล้ว (ยิ้ม) ชีวิตของผมตอนนี้คือช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว

เริ่มซื้อของเตรียมไว้บ้างหรือยัง ?
“ยังครับ มีคนเบรกไว้เยอะเหมือนกันเพราะเขาไม่อยากให้ซื้อของเกินจำเป็น ดังนั้นเราขอดูกันตามระยะดีกว่า แล้วถ้าจะต้องเตรียมจริงๆ ก็ค่อยซื้อ ณ เวลานั้นเอา ยังมีเวลาอีก 4-5 เดือนเลยครับ”

เตรียมห้องไว้ให้น้องแล้วหรือยัง ?
“จริงๆ บ้านที่กำลังจะสร้างมีห้องเตรียมไว้อยู่แล้วครับ แต่ว่าคอนโดที่อยู่กันตอนนี้คงไม่พอ ดังนั้นก็อาจจะต้องหาบ้านที่มีเนื้อที่หน่อยในช่วงระยะนี้”

ยังตั้งใจจะทำกองทุนสำหรับลูกอยู่ไหม ?
“ทำครับ เดี๋ยวก็ต้องเปิดบัญชีเอาเข้าทุกเดือน (ยิ้ม) ส่วนของเล่นของผมก็ตัดออกไปบ้างแล้ว ทั้งรถ ทั้งอะไรต่างๆ ก็เบาลง เจอสัจธรรมชีวิตแล้วครับ

มีชาวเน็ตตั้งคำถามเรื่องทำไมไม่ลบรูป “วุ้นเส้น” ในไอจี?
“ในไอจี? มันก็ ผมว่ามันก็ไม่ได้จำเป็น มันเป็นเรื่องของความรู้สึก หมายถึงต้องการให้เกียรติคน แล้วก็ถามว่ามีลบไหม ก็มีบางรูปที่ลบ รูปอะไรที่ยังอยู่ก็ยังอยู่ เราไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาลบ คือบางครั้งก็เป็นเรื่องของการ balance เรื่องของการที่จะดำเนินชีวิตต่อกัน เรื่องของการเริ่มต้นชีวิต ซึ่งในทางกลับกันผมว่ามันต้องเกิดขึ้นกับทุกคน เพราะฉะนั้น
อย่าทำให้เป็นประเด็นเลย เพราะว่าผมจบกันด้วยดี มีแต่ความรู้สึกดีๆ แล้วก็การเริ่มต้นใหม่ของชีวิตที่มีแต่ให้ความห่วงใยและก็อวยพรสิ่งดีๆ ให้กัน เพราะฉะนั้น อย่าทำให้เป็นกระแสเลย เพราะเรายังไม่เคยไปทำอะไรคุณเลย อย่าทำอะไรพวกเราเลย เพราะว่า อยู่เฉยๆ มันก็กลายเป็นเป้านิ่ง ผมว่าคุณทำไป อีกวันคุณตื่นมาคุณก็คงไม่สนุก คุณก็คงรู้สึกว่าคุณทำไปทำไม ไม่ได้มีประโยชน์อะไร”

“ไม่เห็นคอมเมนต์อะไรเลย ไม่มีเนอะ มีเหรอ? ในคอมเมนต์ผม? อันนี้ก็สุดแล้วแต่เนอะ แต่ว่าก็อย่างที่บอกว่า ผมก็ไม่เข้าใจว่า ทำกันทำไม แล้วก็เราไม่ได้รู้จักกัน คุณไม่ได้รู้จักผมจริงๆ ว่าผมเป็นยังไง แล้วก็ คือผมก็ไม่รู้บางที คุณก็อาจจะพูดลบทั้งฝั่งโน้นทั้งฝั่งนี้ทั้งฝั่งไหนกับทุกคน ทำไมถึง? ………. พูดแล้วมันรู้สึกดีเหรอผมอยากรู้ แล้วก็เราก็เลยรู้สึกว่าเออ เรายังไม่เคยคิดที่จะไปพูดลบเกี่ยวกับใคร หรือแม้แต่กับคุณเลยเนอะ แล้ว……..เราไม่รู้ เราก็เลยอยากถามแล้วมันรู้สึกยังไง อยากถามว่าคุณรู้สึกดีไหม เวลาที่คุณตื่น เพราะเราก็ไม่รู้จักกัน ผมก็ไม่รู้จักคุณ ……. นั่นแหละ”

keyboard_arrow_up