เปิดประวัติโหดฆาตกรฆ่าปาดคอตา-ยายร้านชำ ญาติสาปส่งให้ขังคุก เพิ่งฆ่าพี่-กระทืบแม่ (คลิป)

จากกรณีนายสมบูรณ์ ทักษิโณ อายุ 63 ปี และ น.ส.บุญหลาย จอมวัน อายุ 60 ปี สามีภรรยาเจ้าของร้านขายของชำ ใน ต.หนองแสง อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ถูกคนร้ายฆาตกรรมโดยใช้มีดแทงบริเวณลำคอ ส่วน น.ส.บุญหลายสภาพศพถูกสายไฟรัดคอด้วย

วันที่ 16 ส.ค.62 เมื่อเวลาประมาณ 01.40 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ประจันตคาม ได้ออกติดตามในพื้นที่ที่คาดว่านายสมพงษ์ ผู้ต้องสงสัยจะหลบซ่อนตัว จนกระทั่งทราบว่าหลบซ่อนตัวอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี จึงประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าจับกุม พบว่าผู้ต้องสงสัยพักอยู่กับภรรยาและลูกสาว จึงเคาะประตูห้องเรียกถามว่า “ได้สั่งเหล้าหรือไม่” เมื่อนายสมพงษ์เปิดประตู จึงเข้าจับกุมตัว จากการตรวจค้นในห้องพักพบอาวุธปืนลูกโม่ไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน จึงควบคุมตัวนายสมพงษ์พร้อมของกลางมาสอบสวนที่ สภ.ศรีมหาโพธิ

ตำรวจสอบสวนผู้ต้องหา

จากการสอบสวนในเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุเพียงคนเดียว โดยได้เดินไปเคาะประตูเพื่อทำทีจะขอซื้อเหล้า เมื่อนายสมบูรณ์เปิดประตูออกมา ผู้ต้องหาจึงเข้าล็อกตัวนายสมบูรณ์ เพื่อจะชิงเงินในกระเป๋าที่บริเวณเอวของนายสมบูรณ์ แต่ปรากฏว่านายสมบูรณ์ขัดขืน จึงใช้มีดปลายแหลมที่พกติดตัวมาเชือดที่คอและแทงคอนายสมบูรณ์จนเสียชีวิต ในช่วงก่อเหตุนางสาวบุญหลายเห็นเหตุการณ์ และได้เข้ามาต่อสู้กับผู้ต้องหา จึงถูกผู้ต้องหาใช้มีดที่พบในห้องที่เกิดเหตุแทงนางสาวบุญหลาย ก่อนที่จะใช้สายไฟพัดลมรัดคอจนเสียชีวิต จึงได้นำเงินในกระเป๋าของนายสมบูรณ์มีเงินประมาณ 1 หมื่นบาทเศษ ออกมาจากห้อง พาภรรยาและลูกขึ้นรถหลบหนีไปซ่อนตัวที่โรงแรมดังกล่าว และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในที่สุด

ภาพจำลองเหตุการณ์

ต่อมาตำรวจและกำลังชุด นปพ. รวมประมาณ 60 คน นำตัวนายสมพงษ์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่เกิดเหตุ โดยมีประชาชนที่สนใจมาดูการทำแผนกันจำนวนมาก

บรรยากาศทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

โดยระหว่างกำลังนำผู้ต้องหาจะขึ้นรถเดินทางกลับ มีญาติและประชาชนที่มาดูการทำแผนกรูเข้าตะโกนด่าและสาปแช่งพร้อมกับจะเข้ารุมประชาทัณฑ์ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มกันอย่างแน่นหนา จึงไม่ถึงตัวผู้ต้องหา และสามารถนำตัวผู้ต้องหากลับ สภ.ประจันตคาม เพื่อไปสอบสวนต่อ

บรรยากาศทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

โดยนายทนงศักดิ์ ทักษิโณ อายุ 23 ปี ลูกชายผู้ตาย เปิดเผยว่า หลังตำรวจสามารถจับคนร้ายได้แล้วก็รู้สึกโล่งอก ยอมรับว่าพ่อแม่มักจะเป็นคนพกเงินติดตัวไว้ในกระเป๋าคาดเอวค่อนข้างมาก เนื่องจากต้องมีค่าใช้จ่ายในการซื้อของเข้าร้านตลอด เวลาจะหยิบใช้จ่ายอะไรจะได้สะดวก โดยพ่อแม่ของตนก็รู้จักกับผู้ก่อเหตุได้ไม่นาน เนื่องจากผู้ก่อเหตุเพิ่งย้ายมาอยู่ที่ห้องเช่าเพียงไม่กี่เดือน เป็นคนมาจากต่างถิ่น และไม่มีงานทำ พ่อและแม่ของตนก็สงสาร และพยายามที่จะช่วยเหลือหางานให้ทำ หาข้าวให้กิน แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำขนาดนี้ได้

นายทนงศักดิ์ ทักษิโณ ลูกชายผู้ตาย

นายทนงศักดิ์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า แค้นผู้ก่อเหตุมาก แม่ตนไม่มีทางสู้ได้แน่นอน เพราะแม่ตนไม่ได้เป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง เชื่อว่าผู้ก่อเหตุอาจจะไม่ได้ลงมือคนเดียว แต่ถ้าทำคนเดียวจริง ตนมองว่าผู้ก่อเหตุจะเก่งเกินไป จะฆ่าคน 2 คนในเวลาเดียวได้ ยืนยันว่าไม่อภัยผู้ก่อเหตุ แล้วจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด อยากให้ถูกประหารและทรมานกับสิ่งที่ได้ทำลงไป

หลังจากเสร็จงานศพพ่อแม่ ตนก็จะทำตามความฝันที่ตนได้เคยคุยกับพ่อไว้ว่า หลังจากที่ตนปลดประจำการทหาร ตนจะไปสอบนายสิบต่อ ซึ่งพ่อตนก็ดีใจมาก ตนอยากให้เขาได้เห็นลูกชายคนนี้ใส่ชุดเต็มยศเป็นนักเรียนทหาร แต่มันก็สายไปแล้ว ทั้งนี้ ตนอยากบอกพ่อกับแม่ว่ารักท่านมาก

นายหวัน ศีวัง ตาของผู้ก่อเหตุ

ด้านนายหวัน ศีวัง อายุ 73 ปี ตาของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ตนดีใจด้วยซ้ำที่ตำรวจจับหลานได้ เพราะทุกครั้งที่ผู้ก่อเหตุกลับมาที่บ้าน มักจะชอบมาโวยวายและทำร้ายแม่และคนในครอบครัว หลานชายคนนี้มีพฤติกรรมที่ดุร้ายมาก ๆ ไว้ใจไม่ได้ ถ้าเขาอยู่ ญาติ ๆ ก็ไม่ปลอดภัยเช่นกัน เพราะผู้ต้องหาเคยฆ่าพี่ชายแท้ ๆ ของเขาเอง โดยเมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้ว ผู้ต้องหากลับมาที่บ้าน เพื่อจะให้แม่ไปสู่ขอสาว แต่แม่เขาไม่ไป เนื่องจากไม่มีเงินมากพอที่จะไปสู่ขอ เขาไม่ยอมและได้ประชดโวยวายทุบขวดแก้วจนแตก ก่อนจะใช้เศษแก้วแทงคอตนเอง ก่อนจะหายไปไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จนกระทั่งตนมาทราบจากข่าวว่าไปก่อเหตุดังกล่าว

หลานชายคนนี้มักจะมีพฤติกรรมเรื่องยาเสพติดตลอด และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ครอบครัวไม่คิดที่จะไปประกันตัวออกมาเด็ดขาด ให้ตำรวจเอาตัวไปให้พ้นออกจากวงจรญาติ ๆ เพราะถ้ากลับมาอยู่ในหมู่บ้าน ญาติ ๆ เป็นอันตรายแน่นอน ตนต้องขอขอบคุณตำรวจที่สามารถจับตัวได้ ทำให้ทุกคนมีความปลอดภัยมากขึ้น หากตำรวจไม่สามารถจับกุมมาได้ และเขาหลบหนีมาอยู่ที่บ้าน ตนก็ไม่ยอมเช่น ตนจะยิงอีกด้วยซ้ำไป

 

 

keyboard_arrow_up