“ปวดหลัง” โรคฮิตของคนทุกวัย หากปล่อยไว้นานอาจลุกลามไปสู่ โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม

โรคภัยไข้เจ็บถือเป็นของฟรีที่ไม่มีใครอยากได้ บางโรคมาเร็วไปเร็ว บางโรคเรื้อรังอยู่นาน ซึ่งแม้ไม่รุนแรงแต่อาจรบกวนชีวิตประจำวัน และหากปล่อยไว้นานอาจลุกลามใหญ่โตได้ในที่สุด เช่นโรค ปวดหลัง โรคที่ฟังดูธรรมดาแต่ก็เป็นกันมาก เกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย นพ.ภัทร โฆสานันท์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ เฉพาะทางด้านโรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ว่า “โรคปวดหลังเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากการอักเสบของกล้ามเนื้อ หรือจากกระดูกข้อต่อของสันหลังเสื่อม ถ้าสาเหตุเกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบ สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการรับประทานยา และทำกายภาพบำบัด สักพักอาการจะดีขึ้นจนหายเป็นปกติ แต่ถ้าสาเหตุมาจากกระดูกสันหลังเสื่อม ก็อาจจะต้องรักษาด้วยการผ่าตัด” อย่างที่กล่าวไว้เบื้องต้นแล้วว่า โรคปวดหลังนี้ เป็นได้กับคนทุกเพศทุกวัย ถ้าเกิดกับคนวัยหนุ่มสาว ส่วนใหญ่สาเหตุจะมาจากการอักเสบของกล้ามเนื้อเป็นหลัก เช่น นั่งนานเกินไป นั่งผิดท่า ไม่เปลี่ยนอิริยาบถ นั่งท่าเดิมซ้ำๆ นานๆ ยกของหนักเกินไป หักโหมเล่นกีฬาจนกล้ามเนื้ออักเสบ แต่หากปล่อยไว้จนเรื้อรัง ก็สามรถลุกลามไปสู่โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม หมอนรองกระดูกสันหลังแตกหรือปลิ้นได้ หากไม่รักษาจะทำให้ชา สูญเสียความรู้สึก อ่อนแรง จนยกแขนขา ไม่ขึ้น กระดกเท้าไม่ได้ “เช่น คนวัยหนุ่มสาว เล่นกีฬาผาดโผนแรงๆ เข้าฟิตเนส ออกกำลังกายผิดวิธี ยกเวทโดยไม่มีเทรนเนอร์คอยแนะนำ ก็อาจเป็นโรคนี้ได้ หรือผู้ที่ยกของหนักเกินกำลังบ่อยๆ คนนั่งทำงานนานๆ 2-3 ชั่วโมงโดยไม่ลุกเปลี่ยนท่า หรือรถติดนั่งขับนานๆ เกิน 2 ชั่วโมง […]

ทำความรู้จัก ‘โรค ITB’ โรคฮิตของคนชอบ ‘วิ่ง’

ทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอมีดีมีร้าย ไม่เว้นแม้กระทั่งการออกกำลังกาย หากทำไม่ถูกต้องก็อาจจะสร้างความเจ็บปวด บาดเจ็บ ให้กับร่างกายได้อย่างไม่คิดได้เหมือนกัน โดยเฉพาะการบาดเจ็บที่เกิดจากการวิ่ง หรือ ‘โรค ITB‘ โรคฮิตของคนชอบวิ่งออกกำลังกาย  ก่อนอื่นมารู้จัก โรค ITBS (ILIO TIBIAL BAND SYNDROME) เป็นโรคที่เกี่ยวกับเส้นเอ็นที่เกาะอยู่ที่กระเบนเหน็บ เรื่อยไปยังต้นขา ไปสู่เข่า เลยไปจนถึงหน้าแข้ง ซึ่งเส้นเอ็นนี้ช่วยในการเคลื่อนไหวของขา ในการวิ่งหรือปั่นจักรยานเวลาที่ร่างกายใช้ขา เข่า ข้อ มากเกินไป จะเกิดการเสียดสี จนเกิดอาการบาเจ็บขึ้นได้ในที่สุด รวมไปถึงการใช้ร่างกายหรือเท้าอย่างผิดวิธี การใช้เท้าในการวิ่งไม่ถูกต้อง เช่น ในการวิ่งที่เท้าบิดเข้าในเกินไปจนเกิดการอักเสบ นพ.ชัชพล ธนารักษ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การกีฬา และโรคข้อไหล่ โรงพยาบาลเวชธานี ให้ความรู้ในเรื่องนี้ว่า ในการวิ่งมีวิธีการป้องกันได้ในเบื้องต้นก็คือ ก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง ควรวอร์มร่างกายก่อนออกกำลังกายอย่างน้อย 15-30 นาที เพื่อให้ร่างกายตื่นตัวเตรียมพร้อม และการวอร์มร่างกายจะทำให้ร่างกายเริ่มอบอุ่นขึ้นทำให้เลือดไหลเวียนสะดวกไปทั่วร่างกาย “คงจะเคยเห็นที่หลายคนก่อนออกกำลังกายเขาจะวิ่งเหยาะๆ สักครู่ก่อน พร้อมๆ กับการยืดกล้ามเนื้อเพื่อให้ร่างกายเกิดความอบอุ่นและเพื่อให้เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อต่างมีความยืดหยุ่น เลือดลมไหลเวียนดีขื้น ช่วยลดอาการบาดเจ็บเสียดสีรุนแรงที่อาจะเกิดขึ้นได้” นอกจากนั้นจะเป็นเรื่องของลักษณะการใช้เท้าที่ถูกต้อง นั่นก็คือ ขณะวิ่งควรวางเท้าให้เหมาะสมก็คือไม่วางเท้าให้ชิดกันมากเกินไปหรือเท้าหันเข้าหากัน แต่การวางเท้าที่ดีต้องชี้ตรงไปข้างหน้าและบิดออกไปด้านข้างเล็กน้อย […]

“โรคอ้วน” น้ำหนักเกินมากเกินไป อันตรายกว่าที่คิด นำมาซึ่งโรคแพคเกจต่างๆ

แม้ปัจจุบันเทรนด์ออกกำลังกายจะมาแรง หลายคนหันมาเข้ายิม เล่นฟิสเนตมากขึ้น แต่ก็ใช่ว่า ปัญหาสุขภาพอย่าง “โรคอ้วน” จะหายไป และยังคงเป็นปัญหาที่แก้ยากสำหรับสังคมยุคนี้ เพราะมีงานวิจัยรองรับแล้วว่ายิ่งน้ำหนักเกินยิ่งอันตราย เพราะความอ้วน เป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ ตามมา ทั้งไขมันสูง คอเรสเตอรอล เบาหวาน ความดัน หัวใจ ปัญหาข้อเข่า ที่รับน้ำหนักมาเกินไปนั่นเอง ถ้าน้ำหนักเกินมาตรฐาน ไปเพียงเล็กน้อยหรือประมาณ 3-5 กิโลกรัม ยังไม่ยากเกินไปที่จะพยายามลดน้ำหนักด้วยตนเอง แต่หากน้ำหนักเกินมาตรฐานโดยเอาความสูงและน้ำหนักมาหารกัน จนได้ค่า BMI เกิน 23-29 ถือว่าเป็นโรคอ้วน แต่ถ้าหากเกินกว่า 30 ถือว่าท่านกำลังอยู่ในภาวะโรคอ้วนที่มีระดับความรุนแรง และจะนำมาซึ่งโรคแพคเกจต่างๆ ตามมา    ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการอ้วนเรื้อรังสะสมมานานปี ยากที่จะสามารถลดน้ำหนักได้ด้วยตัวเอง หากคุณอ้วนสะสมมาหลายปีในระดับ 24 กิโลกรัมขึ้นไปนั้น การลดน้ำหนักจึงเป็นเรื่องยากและอาจจะล้มเลิกเพราะท้อถอยหมดกำลังใจไปเสียก่อน นพ.บุญเลิศ อิมราพร อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเวชธานี มีข้อมูลในเรื่องนี้มาฝากกัน คุณหมอกล่าวว่า อย่าเพิ่งหมดกำลังใจถ้าคุณน้ำหนักมากเกินไป จริง ๆ ในทางการแพทย์มีตัวช่วยในเรื่องนี้ได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล วิธีดังกล่าวก็คือ การใส่ลูกบอลลูนเข้าไปในกระเพาะอาหาร เพื่อให้บอลลูนไปแชร์พื้นที่ในกระเพาะอาหาร ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง และช่วยให้อิ่มเร็วขึ้น จากที่เคยทานข้าว 2 จานก็จะเหลือครึ่งจาน ซึ่งเป็นการรักษาที่ทันสมัยในต่างประเทศทั้งยุโรปและอเมริกา ใช้กันแพร่หลายมา 10 กว่าปีแล้ว สำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ โรงพยาบาลเวชธานีทำการรักษาด้วยการใส่บอลลูนเพื่อลดน้ำหนักมาประมาณ 5 ปี […]

แพทย์ผิวหนัง แนะเคล็ดลับการดูแลผิว จากสภาพอากาศร้อนจัด

สภาพอากาศที่ร้อนจัดในปัจจุบัน ไม่เพียงก่อปัญหาเรื่อง ร่างกายขาดน้ำเท่านั้น แต่ความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นยังก่อให้เกิดปัญหาผิวอีกด้วย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง แพทย์หญิงนิโลบล เจริญวุฒิ แนะนำวิธีการดูแลตัวเองจากสภาพอากาศร้อนจัด ความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งภายในและภายนอก ทำให้เกิดอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดได้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งยังส่งผลให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลียไม่สดชื่น และสามารถก่อให้เกิด โรคลมแดด หรือ Heatstroke โดยเฉพาะคนที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานาน หากอุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 40 องศาเซลเซียส จะมีผลกระทบต่อการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาท และอวัยวะต่างๆ ทำงานล้มเหลวจนทำให้เสียชีวิตได้ สำหรับคนที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง ต้องมีการเตรียมร่างกายให้พร้อม โดยพยายามดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อปกป้องร่างกายไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำ หรือ Dehydrated นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ พร้อมทั้งฟิตร่างกายให้แข็งแรงอยู่ในสภาวะพร้อมอยู่เสมอกับการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องเผชิญแสงแดดและความร้อนอยู่ทั้งวัน นอกจากเรื่องสุขภาพแล้ว ยังมีผลต่อปัญหาผิวด้วย ซึ่งไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่อง ผิวหมองคล้ำ กระ ฝ้า และจุดด่างดำเท่านั้น แต่ความร้อนยังทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้อย่างรวดเร็ว สังเกตได้จากปริมาณเหงื่อที่ร่างกายสูญเสียไป หลายๆ คนจึงมักจะหลบร้อนไปอยู่ในห้องปรับอากาศ แต่กลับพบว่าผิวยิ่งแห้งหนักกว่าเดิม เนื่องจากการทำงานของเครื่องปรับอากาศจะดึงความชื้นในอากาศออกไป อากาศในห้องจึงแห้งขึ้น ส่งผลให้ผิวเกิดสภาวะ “ผิวขาดน้ำ” (Dehydrated skin) ล่าสุดแบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) จัดกิจกรรมแนะนำวิธีดูแลผิวจากสภาพอากาศร้อนจัดในปัจจุบัน โดยเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง แพทย์หญิงนิโลบล เจริญวุฒิ มาให้ความรู้พร้อมวิธีการดูแลผิวจากสภาพอากาศร้อนจัด […]

ขับรถกลับบ้านสงกรานต์นี้ไม่ง่วง! 8 ท่าบริหารใบหน้าและตา

ช่วงเดินทางกลับบ้านสงกรานต์นี้ ผู้ขับรถยนต์สามารถลดอาการเมื่อยล้า และบรรเทาความง่วงได้แม้อยู่ในรถ ขณะที่รถหยุดนิ่งหรือในช่วงรถติด ด้วยการบริหารร่างกายง่ายๆ โดย นายแพทย์อุดม อัศวุตมางกุร ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ แนะท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อคอ, ท่ายืดไหล่ และ 8 ท่าบริหารใบหน้าและตา ดังนี้ ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อคอ, ท่ายืดไหล่ 1. ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อคอ ให้เอียงคอลงมาข้างขวา เข้าหาหัวไหล่ ให้ฝั่งตรงข้ามรู้สึกตึงทำค้างไว้ประมาณ 15 วินาที สลับปฏิบัติด้านตรงข้าม 2. ท่ายืดไหล่ ทำได้โดย นั่งยืดตัวแล้วบีบไหล่ยกขึ้นไปหาใบหู ค้างไว้ นับ 1-3 แล้วเอาลง จากนั้นทำซ้ำ 5 ครั้ง จะช่วยคลายเมื่อยได้ 8 ท่าบริหารใบหน้าและตา  ท่าที่ 1 หลับตา เพื่อพักสายตาประมาณ 10-30 วินาที ท่าที่ 2 หันหน้าไปทางขวาค้างไว้ 5 วินาที กลอกตาขึ้นลง 5 วินาที หันไปทางด้านซ้ายทำเหมือนเดิม ทำซ้ำ 5 ครั้ง ท่าที่ 3 แลบลิ้น ออกมาให้ยาวที่สุดค้างไว้ […]

6 สิ่งต้องทำ! ก่อนขับรถทางไกล กลับบ้านในช่วงสงกรานต์

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ หลายคนนิยมเดินทาง กลับบ้านในช่วงสงกรานต์ หรือบางคน เดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด ซึ่งการเดินทางส่วนใหญ่ ผู้ขับรถทางไกลจะนิยมเดินทางในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง นายแพทย์อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย แนะก่อนขับรถทางไกลทุกครั้งสิ่งที่ผู้ขับควรทำคือ 1. พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6-8ชั่วโมง 2. เตรียมผ้าเย็นเวลาง่วง 3. สวมแว่นตากันแดดขณะขับรถ 4. สิ่งสำคัญควรตรวจสภาพของรถยนต์ให้พร้อมใช้งาน 5. ปรับการนั่งขับรถให้ถูกต้อง โดยเลื่อนเบาะที่นั่งให้อยู่ในระดับเหมาะสมกับตนเอง หลังพิงพนักพอดี ไม่นั่งห่างหรือชิดพวงมาลัยมากเกินไปเพราะจะทำให้หลังโค้ง พิงพนักไม่ได้ หรือพิงได้แต่เวลาขับต้องเหยียดแขนและเข่ามากขึ้นเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการปวดหลัง ซึ่งหากปวดหลังเป็นเวลานานและไม่มีการดูแลอย่างถูกวิธี อาจทำให้เสี่ยงปวดหลังถาวรได้ 6. ควรคาดเข็มนัดนิรภัยทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยขณะขับรถทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร อ่านต่อ : ขับรถกลับบ้านสงกรานต์นี้ไม่ง่วง! 8 ท่าบริหารใบหน้าและตา

สู้ศึก #พรรคนี้ใช้ร่างกายเปลือง รู้จัก ‘ทอรีน’ ประโยชน์ดีๆ ที่ไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ต้องการ!

ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ที่เร่งรีบและเต็มไปด้วยแอคทิวิตี้ ไม่ว่าจะ ทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ, ทำงานที่ต้องใช้แรงเยอะ หรือ ออกกำลังกายหักโหม รวมไปถึงพวก นอนน้อยแต่นอนนะ ร่างกายจึงถูกใช้เปลืองกว่าปกติ ดังนั้นตัวช่วยที่ยืนหนึ่งสำหรับคนที่ใช้ร่างกายเปลืองก็คือ ‘ทอรีน’ ทว่า ‘ทอรีน’ คืออะไร หลายคนอาจจะยังไม่รู้ “ทอรีน” คือกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง พบทั่วไปในร่างกาย และพบมากในเซลล์ประสาท กล้ามเนื้อหัวใจ สมอง แม้ว่า “ทอรีน” ร่างกายจะสามารถสร้างได้เอง แต่ยิ่งอายุเยอะขึ้น ร่างกายจะสร้างทอรีนน้อยลง นั่นจึงเป็นสาเหตุว่า ยิ่งอายุมากยิ่งเหนื่อยง่าย ยิ่งอายุเพิ่มขึ้น จึงควรกินทอรีนเป็นอาหารเสริม มีงานวิจัยที่บอกว่า ทอรีนเป็นเป็นสารอาหารที่ทำให้คนญี่ปุ่นมีอายุยืนยาวอีกด้วย ประโยชน์ดีๆ ที่มีต่อร่างกาย 1. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันโรคอ้วน, ป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคหลอดเลือดแดงแข็ง 2. ควบคุมระดับอินซูลิน/กลูโคส ป้องกันโรคเบาหวาน 3. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (anti-oxidant) กำจัดสารพิษออกจากร่างกาย และช่วยรักษาโรคทางตับ 4. ช่วยให้จอประสาทตา (retina) แข็งแรง ช่วยในการมองเห็น และป้องกันไม่ให้จอประสาทตาเสื่อมจากแสงสว่างหรือสารเคมี 5. ควบคุมสมดุลแคลเซียม […]

กินแล้วดีช่วงหน้าร้อน! 7 ผักผลไม้ ป้องกันภาวะขาดน้ำ

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำกินผักผลไม้ ที่มีส่วนประกอบของน้ำสูง เช่น แตงกวา คะน้า มะเขือเทศ แตงโม มะละกอ ฝรั่ง และสะระแหน่ ป้องกันภาวะขาดน้ำ แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ช่วงหน้าร้อนอาจทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย เกิดภาวะขาดน้ำได้ การป้องกันจึงควรดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อย 8 – 10 แก้วต่อวัน และกินผัก ผลไม้ ที่มีส่วนประกอบของน้ำเต็มไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งผักและผลไม้หลายชนิดเป็นที่คุ้นเคยหรือกินกันเป็นประจำอยู่แล้ว อุดมไปด้วยน้ำสูงถึงร้อยละ 90 ช่วยลดความร้อนและทำให้ร่างกายสดชื่น ช่วยทดแทนน้ำในร่างกายที่สูญเสียไปเนื่องจากอากาศร้อนได้เป็นอย่างดี มีสารต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ช่วยลดการอักเสบจากการเผาไหม้ของแสงแดดในหน้าร้อน ช่วยปกป้องผิวและสายตาจากการถูกทำลายจากแสงแดด ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ได้แก่ 1. แตงกวา 2. คะน้า 3. มะเขือเทศ 4. แตงโม 5.มะละกอ 6. ฝรั่ง และ 7. สะระแหน่ เป็นสมุนไพรเย็น […]

3 เซเลบริตี้ร่วมเวิร์คช็อปเปิดตัว ‘ไมโล สูตรไม่มีน้ำตาลทราย’ นวัตกรรมครั้งแรกของไทย

ผลิตภัณฑ์ไมโล จัดงานเวิร์คช็อปเปิดตัว “ไมโล สูตรไม่มีน้ำตาลทราย” ใหม่ นวัตกรรมเครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ที่ไม่มีน้ำตาลทรายครั้งแรกของไทย ที่ให้รสชาติ “อร่อย ได้คุณประโยชน์และพลังงาน แม้ไม่มีน้ำตาลทราย” หวานธรรมชาติจากนมและมอลต์ ตอบโจทย์คุณแม่ยุคใหม่ที่มองหาเครื่องดื่มทางเลือกเพื่อสุขภาพให้กับลูก ซึ่งนับเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ที่มุ่งขานรับนโยบายสุขภาพของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ผู้บริโภครับประทานน้ำตาลอย่างเหมาะสมและเข้าใจ โดยกิจกรรมจัดขึ้นที่ห้องสโรชา โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ โดยในงานยังได้รับเกียรติจากคู่แม่ลูกเซเลบริตี้ ได้แก่ หนิง ศรัยฉัตร จีระแพทย์ และน้องเบลล่า ณัฏฐ์ธนิน คุณาธนาฒย์ และน้องตัง พอลลีน ล่ำซำ และน้องโรจน์ มาร่วมฟังความรู้ดีๆ เรื่องของการบริโภคน้ำตาลอย่างเหมาะสมโดยผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ได้แก่ ผศ.ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล อาจารย์ประจำภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมพญ. เบญจพร ตันตสูติ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ ที่มาสอนคุณแม่เกี่ยวกับเทคนิคการเลี้ยงลูกให้ไม่ติดกับรสชาติหวาน พร้อมร่วมเวิร์คช็อปทำอาหารว่างแบบง่ายๆ อย่างเมนู “แซนด์วิชกระเป๋า” ที่เหมาะสำหรับเด็กๆ และทุกคนในครอบครัว ให้คุณค่าทางโภชนาการต่อสุขภาพ แถมยังเป็นการสร้างเสริมนิสัยการกินผัก และที่สำคัญยังสามารถพกไปโรงเรียนหรือในเวลาออกไปเที่ยวนอกบ้านอีกด้วย สำหรับวิธีการทำเมนู “แซนด์วิชกระเป๋า” เริ่มจากส่วนผสม (สำหรับ 2 […]

โบกมือลาออฟฟิศซินโดรม! HYPE STUDIO เวิร์คเอาท์คลับใจกลางเมืองรูปแบบใหม่

HYPE STUDIO สตูดิโอทางเลือกใหม่ใจกลางอโศก ถูกครีเอทขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเออร์เบินนิสต์ ทั้งบรรดาหนุ่ม-สาวชาวออฟฟิศ และคนรุ่นใหม่ที่ติดโซเชียล จ้องจอคอมพิวเตอร์ นั่งทำงานท่าเดิมเป็นเวลานาน จนเกิดอาการเมื่อยล้าสะสมตามส่วนต่างๆ ซึ่งเป็นผลเสียต่อร่างกายอย่างมากในระยะยาว ด้วยการผสมผสานองค์ความรู้ระหว่าง “SPORT SCIENCE” และ “INTERACTIVE ENTERTAINMENT” จนเกิดเป็นการออกกำลังกายรูปแบบใหม่ ที่ใช้การเคลื่อนไหวร่างกายเป็นพื้นฐาน มิกซ์ให้เข้ากับเพลงและบีทจากโปรแกรม LESMILLS ลิขสิทธิ์จากนิวซีแลนด์ พร้อมการันตีความสนุก ตื่นเต้น เพลิดเพลิน จัดหนัก จัดเต็มกับเอ็กเซอร์ไซส์คลาสคุณภาพมากมาย กลุ่มแรก “HYPE SIGNATURE” คลาสที่ถูกคิดค้นมาด้วย HYPE COACHES จัดเต็ม 2 รูปแบบไม่ซ้ำใคร เพื่อมุ่งเน้นในการเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการออกกำลังและการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน ได้แก่ HYPE PERFORMANCE คลาสที่โฟกัสไปที่ Strength/Cardio/Power กระตุ้นการเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานและขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์ หยิบยกเอามาตรฐานการพัฒนาศักยภาพการออกกำลังในแบบของนักกีฬามาเพิ่มทักษะ รวมถึงปรับปรุงข้อบกพร่องของการเคลื่อนไหวร่างกายของแต่ละบุคคลให้ดียิ่งขึ้น โดยใช้การออกกำลังกายแบบ circuit training และสนุกไปกับการออกกำลังกายแบบ buddy workout ผลลัพธ์ที่ได้ คือ การเบิรน์ และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและร่างกายที่ดีขึ้น โดยคลาสนี้ได้รับการร่วมมือกับ […]

เลิกเป็นโล้นซ่า! 5 วิธีแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน เวิร์คทั้งผู้ชายและผู้หญิง

คนหัวล้านไม่ได้ขี้ใจน้อย แต่ที่ผมมีน้อยเหลือเกินนั้นมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น “มลภาวะ” ฝุ่นละอองในอากาศที่มีสารมลพิษเล็กมากจนสามารถเข้าไปทำลายแกนกลางของเส้นผมได้ หรือการที่เส้นผมและหนังศีรษะไม่ได้รับการดูแล ปัจจัยด้าน “อาหารการกิน” รวมไปถึง “สุขภาพ” และ “กรรมพันธุ์” อยากจบปัญหาเพื่อนล้อเป็นโล้นซ่า มาอัพเดท วิธีแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ศรีษะล้าน ที่ใช้ได้ผลทั้งในผู้ชายและผู้หญิงกันเถอะ!   1 ขั้นตอนการทำความสะอาด ปราการด่านแรกที่จะช่วยปกป้องเส้นผมของคุณไม่ให้ร่วงซ้ำซาก คือ การทำความสะอาด เริ่มตั้งแต่ ไม่ควรสระผมด้วยน้ำอุ่นมากๆ เพราะอาจทำให้หนังศีรษะแห้งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมร่วง และควรเลือกใช้แชมพูที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ เป็นออร์แกนิค 100 % ยิ่งดีกว่า เพราะสารเคมีจะได้ไม่ตกค้างบนหนังศีรษะ หรือเลือกใช้ แชมพูสำหรับผมร่วง โดยเฉพาะ   2 ขั้นตอนการบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ หลายคนสระผมแล้วขี้เกียจนวดครีมบำรุง ซึ่งนั้นเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ หนังศีรษะแห้ง เส้นผมไม่แข็งแรง หลุดร่วงได้ง่าย ดังนั้นหมั่นนวดบำรุงเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบนหนังศีรษะ หรือ หมักผมด้วยน้ำมันจากธรรมชาติ ที่มีคุณสมบัติช่วยเรื่องหนังศีรษะแห้ง และเร่งการเจริญเติบโตของเส้นผม เช่น น้ำมันมะพร้าว, น้ำมันเมล็ดอัลมอนด์, น้ำมันมะกอก และน้ำมันอะโวคาโด   […]

‘น้ำตาล’ เป็นผู้ร้ายต่อสุขภาพ…จริงหรือ?

บริโภค “น้ำตาล” อย่างเข้าใจ เนื่องจากเป็นส่วนประกอบสำคัญของทั้งอาหารหวาน อาหารคาวและเครื่องดื่มต่างๆ ซึ่งหากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมก็จะเป็นอีกหนึ่งแหล่งพลังงานที่ร่างกายนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยสมาพันธ์ด้านสุขภาพอย่าง องค์การอนามัยโลก (WHO) กระทรวงสาธารณสุข ฯลฯ ต่างเห็นตรงกันว่าแท้จริงแล้ว “น้ำตาล” นั้นจำเป็นต่อร่างกาย หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมก็จะไม่มีผลเสียต่อร่างกาย แต่หากรับประทานมากเกินไปจะสะสมเป็นไขมันในร่างกายได้ ดังนั้น เราจึงควรบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับแต่ละช่วงวัย โดยควรเริ่มต้นปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งทุกภาคส่วนควรส่งเสริมให้เด็กไทยบริโภคน้ำตาลอย่างเข้าใจ เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมการบริโภคให้เด็กไทย ‘อ่อนหวาน’ อย่างยั่งยืน ทำความรู้จัก ‘น้ำตาล’ ให้มากขึ้น น้ำตาลฟรุกโตสในผักผลไม้ น้ำตาลแลคโตสในนม น้ำตาลมอลโตสจากมอลต์ น้ำตาลทราย ผศ.ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล อาจารย์ประจำภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า “น้ำตาลเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งที่เป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย โดยเราสามารถแบ่งน้ำตาลได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ 1) น้ำตาลที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ได้แก่ น้ำตาลฟรุกโตสที่มีอยู่ในผักผลไม้ น้ำตาลแลคโตสที่มีอยู่ในนม และน้ำตาลมอลโตสที่มีอยู่ในมอลต์ และ 2) น้ำตาลที่เติมเพิ่ม เช่น น้ำตาลทราย ที่มีการเติมเข้าไปในอาหารและเครื่องดื่มระหว่างกระบวนการผลิตหรือเตรียมอาหาร เช่น การเติมน้ำตาลทรายลงในเครื่องดื่มต่างๆ […]

เคยเป็นไหม? ‘อาการบ้านหมุน’ มาดูกันว่า เกิดจากสาเหตุอะไร

อาการวิงเวียนศีรษะ สิ่งของรอบตัวหมุนเคว้ง รู้สึกโคลงเคลงแม้ยืนนิ่งอยู่กับที่ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า ‘อาการบ้านหมุน‘ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยนั้น เกิดจาก โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อนคืออะไร? โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (Benign Paroxysmal Positional Vertigo: BPPV) เกิดจากตะกอนหินปูนภายในอวัยวะการทรงตัวในหูชั้นใน เคลื่อนที่หลุดออกจากอวัยวะควบคุมการทรงตัว ทำให้เกิดการส่งสัญญาณไปยังระบบประสาทส่วนกลาง ที่กระตุ้นให้เกิดอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุนขึ้นมา อาการบ้านหมุน จากโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน มีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนเมื่อเปลี่ยนท่าทางศีรษะ มีอาการเวียนศีรษะทันทีทันใด เมื่อล้มตัวลงนอน พลิกตะแคงขวา หรือก้มเงยหน้า บางรายอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย อาการเวียนศีรษะมักเกิดไม่นาน ราว 1 นาที แล้วทุเลาลง อาการอาจกลับมาได้อีก เมื่อขยับศีรษะในท่าเดิมซ้ำ แต่จะไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก อาการเวียนศีรษะมักเป็นอยู่หลายวัน แล้วจะดีขึ้นในเวลาสัปดาห์ถึงเดือน บ้านหมุน เกิดกับใครได้บ้าง? อาการบ้านหมุน หรือ โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน พบได้ในคนอายุ 30-70 ปี ส่วนมากมักเกิดกับผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย อัตราส่วนประมาณ 2:1 โดยโรคสามารถได้เกิดกับหูทั้ง 2 ข้าง […]

หยุด! อาการคัดจมูกเรื้อรัง ด้วยคลื่นวิทยุ

อาการคัดจมูกเรื้อรัง หรือ ‘ภาวะคัดจมูกเรื้อรัง’ กระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโดยตรง ส่งผลให้เสียสมาธิในการเรียน การทำงาน ส่วนการทำกิจกรรมต่างๆ ก็ไม่สะดวกคล่องตัวเท่าใดนัก อีกทั้งยังลามไปถึงการนอนหลับพักผ่อน ก่อให้เกิดภาวะง่วงนอนตลอดวัน อันเนื่องมาจากการหลับไม่สนิท ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะคัดจมูก คือการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูกด้านใน หรือผนังกั้นจมูก โดยผู้ป่วยมักมีอาการจาม น้ำมูกไหล ปวดศีรษะ และหายใจไม่สะดวก เป็นต้น สาเหตุที่พบบ่อย • ภาวะเยื่อบุจมูกส่วนล่างบวมโต ทำให้ปากทางของช่องจมูกแคบลง ส่งผลให้อากาศไม่สามารถผ่านช่องจมูกได้อย่างสะดวก ภาวะนี้อาจเกิดจากเยื่อบุจมูกอักเสบชนิดภูมิแพ้เรื้อรัง หรือเกิดจากการอักเสบเรื้อรังก็ได้ • การอักเสบในช่องโพรงจมูกและไซนัส ภาวะไซนัสอักเสบ จะมีมูกปนหนองไหลจากโพรงไซนัส ออกมาบริเวณเยื่อบุจมูกตลอดเวลา ส่งผลให้เยื่อบุจมูกบวมเรื้อรังได้เช่นกัน • ผนังกั้นจมูกคด ทำให้เกิดอาการคัดจมูกข้างใดข้างหนึ่งอยู่เสมอ โดยภาวะนี้อาจเกิดร่วมกับภาวะเยื่อบุจมูกบวมโตได้ • ภาวะต่อมอดีนอยด์โต มักพบในผู้ป่วยเด็กที่เป็นภูมิแพ้จมูกอักเสบ หรือไซนัสอักเสบเรื้อรัง การรักษา แพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก จะตรวจร่างกายเพื่อวินิจฉัยภาวะคัดจมูกเรื้อรัง ว่ามาจากสาเหตุใด และให้การรักษาอย่างเหมาะสมตามสาเหตุ อาทิ ควบคุมภูมิแพ้ในผู้ป่วยที่มีสาเหตุมาจากภูมิแพ้ ผ่าตัดแก้ไขสันจมูกในกรณีที่สันจมูกคดมาก หรือรักษาการติดเชื้อในกรณีมีการอักเสบติดเชื้อภายในช่องจมูก แต่หากผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการใช้ยา หรืออาการคัดจมูกเกิดจากเยื่อบุจมูกส่วนล่างโต แพทย์จะแนะนำการรักษาด้วยเทคนิคที่เรียกว่า RF […]

‘โรคกรดไหลย้อน’ อันตรายจากอาการแสบร้อนกลางอก หลังอาหารมื้อหนัก

หลายคนอาจมีอาการแสบร้อนบริเวณกลางอก หรือลิ้นปี มีอาการเรอเปรี้ยวหลังรับประทานอาหารมื้อใหญ่ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าคืออาการของ โรคกรดไหลย้อน อาการทั่วไปของโรคไม่ได้ส่งผลกระทบต่อร่างกายมากนัก เพียงก่อให้เกิดความรำคาญ ไม่สบายตัวบางชั่วขณะ แต่รู้หรือไม่ว่า หากละเลยอาการระคายเคืองเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ อาจมีผลเสียร้ายแรงตามมา ทำความรู้จัก โรคกรดไหลย้อน โรคกรดไหลย้อน หรือ GERD  เป็นภาวะที่น้ำย่อยซึ่งมีความเป็นกรด ไหลกลับขึ้นไปยังหลอดอาหาร ทำให้มีอาการแสบแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ ลามมาที่บริเวณหน้าอกหรือคอ มีกรดซึ่งเป็นน้ำรสเปรี้ยวหรือขมไหลย้อนขึ้นมาในปาก ที่เรียกว่าอาการเรอเปรี้ยว อาการเหล่านี้เป็นสาเหตุให้หลอดอาหารอักเสบ เป็นแผลรุนแรง หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงเซลล์ของเยื่อบุหลอดอาหาร และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งหลอดอาหาร ผู้ป่วยบางรายอาจมาด้วยอาการทางระบบ หู คอ จมูก ไอเรื้อรัง เสียงแหบเรื้อรัง หรือ อาการทางระบบหายใจเช่น หอบหืด หรืออาการเจ็บหน้าอกที่ไม่ได้เกิดจากโรคหัวใจ ดังนั้น จึงหมั่นสังเกตตัวเองและปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสมต่อไป การวินิจฉัยและรักษาโรคกรดไหลย้อน นอกจากการซักประวัติคนไข้แล้ว ยังมีอีหลายวิธีที่สามารถวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อนได้อย่างแม่นยำ เช่น การส่องกล้องทางเดินอาหาร การกลืนแป้ง การตรวจวัดการบีบตัวของหลอดอาหาร และการตรวจวัดความเป็นกรด-ด่างในหลอดอาหาร ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลแม่นยำที่สุดในปัจจุบัน ปฏิบัติตัวอย่างไรห่างไกลกรดไหลย้อน อาการโรคกรดไหลย้อน โดยทั่วไปถูกกระตุ้นด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่ดี ดังนั้นเราสามารถปรับพฤติกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงอาการข้างต้น และผลร้ายแรงต่าง […]

ไขข้อสงสัย ‘ยาแก้เมาค้าง’ มีจริงหรือไม่?

แม้ว่างานเลี้ยงและการดื่มสังสรรค์จะเลิกลาไปแล้ว แต่หลายๆ คน อาจมีอาการเหล่านี้หลงเหลืออยู่ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ กระหายน้ำ ใจสั่น อ่อนเพลีย ตัวเย็น กล้ามเนื้อเกร็ง หรืออาจเป็นตะคริวร่วมด้วย โดยอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า คุณกำลังอยู่ในภาวะ “เมาค้าง” ไขข้อสงสัย ‘ยาแก้เมาค้าง’ มีจริงหรือไม่? สาเหตุของอาการเมาค้าง อาการเมาค้าง เกิดจากแอลกอฮอล์ไปลดการดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุจากทางเดินอาหาร และยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ยิ่งปัสสาวะบ่อยยิ่งทำให้ร่างกายเสียน้ำ โดยมีการขับวิตามินและแร่ธาตุสำคัญออกไปพร้อมกับปัสสาวะ จึงทำให้รู้สึกอ่อนล้า วิตามินที่มีบทบาทสำคัญต่อการเมาค้าง • วิตามิน บี1 และ บี6: ช่วยลดอาการ มึนงง เวียนศีรษะ ชาปลายมือปลายเท้า พบได้ในผัก ถัวลิสง ถั่วเหลือง นม ไข่แดง ปลา และตับ เป็นต้น • วิตามินซี: ช่วยเร่งการกำจัดแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย และทำให้สดชื่น พบได้ในน้ำส้ม หรือน้ำมะนาว • กรดโฟลิก: ช่วยนำส่งออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย […]

เคล็ดลับบำรุงสมอง อาหารที่เหมาะสมกับอายุ ช่วยความจำในวัย 50 อัพ!

ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่หันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น แต่สำหรับผู้ใหญ่วัย 50 ปีขึ้นไป คงหลีกหนีไม่พ้นกับปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นตามวัย โดยเฉพาะประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ที่อาจมีการเสื่อมถอยตามธรรมชาติ เคล็ดลับบำรุงสมอง การรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการจึงจำเป็นต่อการรักษาสุขภาพสมองเมื่ออายุมากขึ้นได้ อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการชื่อดังของเมืองไทย ให้ความรู้เกี่ยวกับการรับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการของคนวัย 50 ปีขึ้นไป ว่า “โภชนาการที่ถูกต้องมีความสำคัญ เพราะร่างกายต้องการสารอาหารที่ครบถ้วนเพื่อบำรุงร่างกายและสมอง ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารให้ครบหลัก 5 หมู่ ประกอบด้วย โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, แร่ธาตุ-เกลือแร่, วิตามิน และไขมัน ในสัดส่วนที่ถูกต้องตามวัย โดยเมื่ออายุก้าวสู่วัย 50 ปี ร่างกายจะเผาผลาญน้อยลง ดังนั้นควรลดการทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ใหญ่ อาทิ เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื่องจากย่อยยากและมีไขมันสูง แต่ควรเปลี่ยนมาทานเนื้อปลาหรือโปรตีนจากพืช เช่น ถั่ว เต้าหู้ โปรตีนเกษตรแทน ลดการทานคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งรวมถึงอาหารทอด เนื่องจากร่างกายจะเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลและเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมัน ซึ่งหากบริโภค แป้ง, น้ำตาล และไขมัน ในปริมาณมากเกินความต้องการก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดและรวมถึงโรคหลอดเลือดสมองตีบและอุดตัน ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ จึงทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง” “อาจารย์สง่า ดามาพงษ์” ได้แนะนำเพิ่มเติมว่า […]

เคยปวดข้อมือนานๆ ไหม? ลองสำรวจตนเอง อาจเป็นอาการของ ‘โรครูมาตอยด์’

อาการปวดบริเวณข้อต่างๆ เช่น ปวดข้อมือ ข้อนิ้วมือ ข้อเท้า ข้อนิ้วเท้า อาจไม่ใช่อาการปวดเมื่อยทั่วไป แต่เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของเยื่อหุ้มข้อ หรือโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคแพ้ภูมิตนเอง ที่มีลักษณะอาการอักเสบของข้ออย่างรุนแรงและเรื้อรัง อาจเกิดขึ้นได้กับทุกข้อทั่วทั้งร่างกาย หากไม่ได้รับการรักษา ในระยะยาวอาจทำให้ข้อถูกทำลาย กระดูกกร่อน ข้อผิดรูป และเกิดความพิการตามมาได้ สาเหตุการเกิด โรครูมาตอยด์ ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด มีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ได้แก่ 1. การถ่ายทอดทางพันธุกรรม 2. การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียบางชนิด 3. การสูบบุหรี่ 4. ปัจจัยทางสภาพแวดล้อมอื่นๆ อาการของโรครูมาตอยด์ • อาการของโรคพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย อัตราส่วน 8:1 พบได้ตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น จนถึงวัยสูงอายุ • ปวดข้อ และข้ออักเสบเรื้อรัง ต่อเนื่องนานเกิน 6 สัปดาห์ โดยเฉพาะบริเวณข้อนิ้วมือ และข้อมือ • กรณีอาการรุนแรง อาจข้ออักเสบได้ทุกข้อทั่วทั้งร่างกาย รวมทั้งข้อไหล่ ข้อศอก ข้อสะโพก ข้อเข่า ข้อเท้า และข้อนิ้วเท้า • […]

keyboard_arrow_up