เพจดังเผย นิสิต ม.เกษตร โอดไม่ปลอดภัย หลังมีเด็กถูกคุมคามช่วงดึก

วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้มีการเปิดเผยเรื่องราวอาชญากรรมที่เกิดขึ้นกับเหล่าบรรดานิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน หลังมีการโพสต์แชร์เหตุการณ์ระทึกเพื่อเตือนภัย หลังถูกวัยรุ่นในพื้นที่ขี่รถจักรยานยนต์ตามเพื่อหวังกระชากกระเป๋าในเวลากลางคืน โดยเฉพาะในช่วงสอบที่นิสิต นักศึกษาจะกลับหอดึก ทั้งนี้ หลังเพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวออกไป ก็มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก บางส่วนร่วมแชร์ประสบการณ์ที่เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้มากับตัวด้วย พร้อมระบุว่า ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจแล้ว แต่เรื่องกลับไม่คืบหน้า

เพจดังออกโรงเตือน ชี้แม่ดัดขาทารกมั่วซั่ว เสี่ยงทำเด็กอ่อนขาหัก

จากกรณีที่มีเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้มีการโพสต์ข้อความสอบถามไปยังเพจเฟซบุ๊ก Little Monstor เนื่องจากเกิดความกังวล กลัวว่าลูกอายุ 1 เดือน จะขาโก่งตอนโต หลังมองว่า ลูกตัวเองมีความผิดปกติที่ขา ล่าสุด (7 พฤษภาคม 2562) เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้มีการกล่าวถึงกรณีดังกล่าว โดยยืนยันว่าผู้เป็นแม่ไม่ควรดัดขาลูกทารก เนื่องจากเสี่ยงทำให้เด็กขาหักได้ พร้อมยืนยันว่าขาของเด็กตามในรูป คือขาปกติ ไม่ได้ผิดรูปแต่อย่างใด พร้อมทั้งระบุข้อความด้วยว่า… มาเรื่อยๆนะกับโพสแบบนี้ ก็ฝากถึงพ่อแม่เด็กในรูป ไม่ต้องไปดัดขาเด็กนะครับ แบบนั้นคือ ปรกติมากๆ ไม่ใช่ขาโก่ง คือเด็กวัยนี้ขาเขารูปร่างเป็นแบบนั้นแหละ แต่พอโตขึ้นก็จะเข้าที่เข้าทางแบบในภาพประกอบที่สองเอง ไม่ต้องทำอะไรเลย ทั้งหมดในภาพนั้นคือขาเด็กแบบปรกติทั้งหมด แล้วก็ การไปดัดขาเด็ก เพราะเข้าใจไปเองว่าเด็กขาโก่ง ทำให้เด็กขาหักได้นะจ๊ะ หักดังเป๊าะเลยนะจ๊ะ ดังนั้นไม่ต้องทำไร แต่ถ้าโตขึ้นเด็กมีปัญหาขาโก่ง หมอก็รักษาให้น้องเขาได้ แต่ไม่ได้รักษาด้วยการไปดัดมั่วๆซั่วๆจนหักดังเป๊าะแน่ๆ

จ่าพิชิตยันสนับสนุนเที่ยวเมืองรอง แต่ไม่เห็นด้วยจ่าย 1,500 ให้สิบล้านคน

จากกรณีที่ กระทรวงการคลัง เตรียมออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยหนึ่งในมาตรการคือ อัดฉีดวงเงินประมาณ 15,000 ล้าน ส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวม ซึ่งจะแจกเงินให้ประชาชนคนละ 1,500 บาท นำไปใช้จ่าย ซื้อสินค้าและจ่ายค่าบริการ การท่องเที่ยวเมืองรอง ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อีเพย์เมนต์ (อ่านเพิ่มเติม : “ประยุทธ์” อุบเงียบ มาตรการแจกเงิน 1,500 เที่ยวเมืองรอง / เมืองรองคืออะไร!? เปิดรายชื่อ 55 เมืองรอง ที่รัฐบาลมีแผนเปย์ 1,500 บาท ชวนคนไปเที่ยว) ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นพ.วิทวัส ศิริประชัย หรือ จ่าพิชิต ขจัดพาลชน จากแฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้โพสต์ถึงเรื่องดังกล่าวว่าตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ (อ่านเพิ่มเติม : เพจดังประกาศ “ขอบาย” เที่ยวเมืองรอง แนะใช้ 1.5 หมื่นล้าน ทำประโยชน์ด้านอื่น) อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า…ใครบอกว่าไม่สนับสนุนการเที่ยวเมืองรอง […]

เพจดังประกาศ “ขอบาย” เที่ยวเมืองรอง แนะใช้ 1.5 หมื่นล้าน ทำประโยชน์ด้านอื่น

จากกรณีที่ กระทรวงการคลัง เตรียมออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยหนึ่งในมาตรการคือ อัดฉีดวงเงินประมาณ 15,000 ล้าน ส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวม ซึ่งจะแจกเงินให้ประชาชนคนละ 1,500 บาท นำไปใช้จ่าย ซื้อสินค้าและจ่ายค่าบริการ การท่องเที่ยวเมืองรอง ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อีเพย์เมนต์ (อ่านเพิ่มเติม : “ประยุทธ์” อุบเงียบ มาตรการแจกเงิน 1,500 เที่ยวเมืองรอง / เมืองรองคืออะไร!? เปิดรายชื่อ 55 เมืองรอง ที่รัฐบาลมีแผนเปย์ 1,500 บาท ชวนคนไปเที่ยว) ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.วิทวัส ศิริประชัย หรือ จ่าพิชิต ขจัดพาลชน จากแฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้โพสต์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า… “ขอบายนะครับ ต่อให้นโยบายนี่ผ่านก็ไม่สมัครเป็นสิบล้านคนแรกที่ได้รับเงินนะ เพราะส่วนตัวรู้สึกว่า หมื่นห้าพันล้านนี้ ถ้าเอาไปลงทุนในแง่อื่นจะเป็นประโยชน์มากกว่านี้ ยกตัวอย่างเช่น ลงทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้ รพ. ที่ขาดแคลน พี่ตูนจะได้ไม่ต้องวิ่งให้เหนื่อยมาก แต่ใครอยากไปรับก็ตามสะดวก” ….ขอบายนะครับ ต่อให้นโยบายนี่ผ่านก็ไม่สมัครเป็นสิบล้านคนแรกที่ได้รับเงินนะ […]

เพจดังแฉสาวขายยาปลุกเซ็กส์ อ้างมี อย. กินแล้วมีอารมณ์-อยากแก้ผ้า

กลายเป็นออีกหนึ่งประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้เผยภาพแม่ค้ารายหนึ่งโพสต์ภาพขายยาปลุกเซ็กส์ในราคา 300 บาท พร้อมระบุวิธีใช้ และบรรยายสรรพคุณว่า มีอารมณ์อยากมีเพศสัมพันธ์ น้ำเยิ้มตลอดเวลา และอยากแก้ผ้า พร้อมทั้งอ้างว่ามี อย. อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นพบว่าเลข อย. ที่กล่าวอ้างนั้นเป็นแค่ใบเสร็จจากกรมศุลกากร อีกทั้งสรรพคุณดังกล่าวอาจเข้าข่ายการโฆษณาเกินจริง แต่กลับมีการแชร์ออกไปกว่า 2,500 ครั้ง ซึ่งอาจทำให้มีคนหลงเชื่อได้

อยู่ได้อย่างไร!? เพจดังเผยสภาพบ้านพัก ‘หมอฐิติ’ เหยื่อโดนขโมยแว่นผ่าตัด

สืบเนื่องจากกรณีที่ นพ.ฐิติ จันทร์เมฆา ศัลยแพทย์หัวใจหลอดเลือดและทรวงอก ประจำศูนย์หัวใจสิริกิติ์ และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ได้โพสต์ขอความผ่านเฟซบุ๊กชื่อ Thiti Chanmayka โดยบอกเล่าเรื่องราวการถูกขโมยแว่นตาสำหรับผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือดไป ทำให้ตัวเองเดือดร้อนมาก จึงขอให้ผู้พบเห็นหรือรับซื้อนำมาคืน เพราะจำเป็นต้องใช้ในการรักษาผู้ป่วย (อ่านเพิ่มเติม : คุณหมอโดนขโมย ‘แว่นผ่าตัดหัวใจ’ วอนขอคืน ต้องใช้ช่วยชีวิตผู้ป่วย) ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561 เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้เผยสภาพบ้านพักของ นพ. ฐิติ จันทร์เมฆา ศัลยแพทย์หัวใจหลอดเลือดและทรวงอก ประจำศูนย์หัวใจสิริกิติ์และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คุณหมอที่ถูกคนร้านขึ้นบ้านขโมยแว่นตาสำหรับผ่าตัดหัวใจ ซึ่งภายในสุดโทรม ฝ้าเพดานเปิดจนเห็นโครง ข้าวของเกลื่อนกระจาย ห้องน้ำเก่า ทั้งนี้ ภาพดังกล่าวเป็นสภาพตอนแรกเข้าไปอยู่ของ นพ. ฐิติ ก่อนที่เจ้าตัวจะดำเนินการปรับปรุงตบแต่งใหม่ด้วยเงินของตัวเอง จึงสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้จนปัจจุบัน ติดตามอมรินทร์ ทีวี ได้ที่ ทีวีดิจิทัล หรือ กล่องดิจิทัลทีวี ช่อง 34 Website : http://www.amarintv.com Facebook : https://www.facebook.com/AMARINTVHD Twitter […]

เพจดังดึงสติ ชี้ ‘ใบอังกาบหนู’ ไม่มีงานวิจัยรักษามะเร็ง หวั่นซ้ำรอยใบทุเรียนเทศ

ภายหลังมีกระแสข่าว อ้างถึงสรรพคุณของ ใบอังกาบหนู ว่า สามารถรักษาโรคมะเร็งได้นั้น ความคืบหน้าที่วัดโบสถ์ ต.เมืองบางขลัง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ต้นอังกาบหนูที่เคยขึ้นเป็นพุ่มกว่า 10 ต้น ตอนนี้เหลือแต่ลำต้นและราก เพราะญาติและผู้ป่วยต่างหวังให้เกิดปาฏิหาริย์ ซึ่งด้านพระครูพิพัฒน์สุตากร เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ (เมืองโบราณบางขลัง) บอกว่า เคยแจกกิ่งต้นอังกาบหนูให้ชาวบ้านไปปลูกกันตามบ้านเพื่อใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรคทั่วไป ชาวบ้านจึงช่วยกันตัดมาถวายเพื่อให้เจ้าอาวาสได้แจกผู้ที่เดินทางมาถึงวัดจะได้ไม่กลับไปมือเปล่า และเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลอีกด้วย (อ่านเพิ่มเติม : ผู้ป่วยมะเร็งโผล่คอนเฟิร์ม ‘ใบอังกาบหนู’ รักษาได้-ญาติแห่เก็บแน่นวัด (คลิป)) ล่าสุดเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้โพสต์ข้อความเตือนกระแสการใช้ใบอังกาบหนูในการรักษาโรคมะเร็ง โดยเปิดเผยว่าไม่มีเคยมีงานวิจัยการใช้ใบของพืชดังกล่าวในการใช้งานกับสัตว์หรือคนมาก่อน ทั้งยังยกกรณีข่าวลือเรื่องใบทุเรียนเทศ ซึ่งผู้ดื่มไปหลายรายได้รับผลข้างเคียง ทั้งตับพัง ไตพัง หรือเป็นโรคพาร์กินสัน จึงเป็นห่วงกระแสการดื่มน้ำใบอังกาบซึ่งยังไม่มีผลวิจัยรองรับใดๆ จะทำให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย ถ้าจำกันได้สามสี่ปีก่อนหน้านี้ เคยมีสื่อแม่งเอาประเด็นใบทุเรียนเทศไปนำเสนอ บอกว่าใบนี้เจ๋งน้า รักษามะเร็งได้น้า บลาๆ เจ๋งกว่าเคมีบำบัดอีกน้า แต่แม่งไม่บอกคนอ่านว่า ไม่มีงานวิจัยการรักษามะเร็งในคน ในสัตว์ก็ยังไม่มีเล้ยยยตอนนั้นน่ะ เขาแค่ทดลองกันในระดับหลอดทดลอง ซึ่ง เอาจริงๆในระดับหลอดทดลอง มึงหยอดสารเคมีที่เป็นพิษลงไปเซลล์มะเร็งแม่งก็ตาย แต่ไม่ได้แปลว่าสารพิษตัวที่ว่ามันจะเอามารักษามะเร็งได้นะเว้ย ขั้นตอนงานวิจัยแม่งหลายชั้นมาก กว่าจะรู้ว่ายาตัวๆนึงสามารถรักษามะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยกับคนรึเปล่า พอแม่งนำเสนอไปแบบนั้น […]

ชาวเน็ตรุมจวก ร.ร. ดังเมืองนนท์ จี้ตอบกรณี นร. Cyber bully คุกคามเพื่อนร่วมชั้น

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊กชื่อดังอย่าง Drama-addict และเพจสายดาร์ก Red Skull Airline ได้เปิดเผยเรื่องราวของ ‘นักเรียนหญิง’ จากโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ที่มีพฤติกรรมคุกคามเพื่อนร่วมชั้นตั้งแต่ป.6 จนถึง ม.1 ด้วยวิธี Cyber bully สร้างความเกลียดชังผ่านโลกออนไลน์ และยังไม่ยอมหยุดแม้ว่าเพื่อนที่ตกเป็นเหยื่อจะย้ายโรงเรียนออกไปแล้ว จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีชาวเน็ตตามสืบเรื่องราวของเด็กที่ก่อเหตุดังกล่าว จนกระทั่งพบว่าศึกษาอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี จนมีการรวมตัวกันไปเรียกร้องในเพจเฟซบุ๊กของทางสถานศึกษาดังกล่าวให้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อรักษาชื่อเสียงของสถาบันไว้

เพจดังเปิดโหวตโซเชียล…ถึงเวลาหรือยังที่จะมี ‘การจัดระเบียบสื่อ – กฏหมายว่าด้วยจริยธรรมวิชาชีพสื่อ’

ณ เวลานี้ เชื่อว่าคงไม่มีประเด็นไหนจะอยู่ในความสนใจมากไปกว่าการนำตัวทีมนักฟุตบอลเยาวชนออกมาจากถ้ำหลวงอีกแล้ว ซึ่งก็เช่นเดียวกับทีมผู้สื่อข่าวจากหลายสำนัก ที่เฝ้าติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อรอคอยทำหน้าที่รายงานความเคลื่อนไหวต่างๆ จนล่าสุดได้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการทำหน้าที่สื่อมวลชน ซึ่งมีบางช่วงบางตอนเป็นการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ฝ่าฝืนข้อตกลงของผู้ว่าฯ เชียงราย และนำเสนอข้อมูลที่ผิดพลาดไปจากข้อเท็จจริง จนหลายฝ่ายมองว่าควรมีการควบคุมการนำเสนอข่าวสารของสื่อบ้าง ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้ทำการเปิดโหวตทำแบบสำรวจความเห็นจากผู้คนในโลกออนไลน์เกี่ยวกับการจัดระเบียบ โดยมีข้อความระบุว่า…จากเหตุการณ์เกี่ยวกับพฤติกรรมสื่อในการนำเสนอข่าวเด็กๆในถ้ำหลวง คุณคิดว่าถึงเวลที่จะมีการจัดระเบียบสื่อ หรือมีกฏหมายว่าด้วยจริยธรรมวิชาชีพสื่อแล้วหรือยัง ทั้งนี้แบบสำรวจดังกล่าวได้มีผู้ร่วมโหวตแล้วกว่า 2.2 หมื่นคน และผู้คนกว่าร้อยละ 96 เห็นด้วยที่สื่อควรถูกควบคุม เพื่อให้เกิดความรับชอบต่อการทำงานในฐานะสือ ในขณะที่อีกร้อยละ 4 เห็นว่าสื่อควรได้รับอิสระภาพเต็มที่ในการทำงาน…แล้วคุณล่ะ มีความเห็นในเรื่องนี้ว่าอย่างไร!?

เพจดังวอนโซเชียล อย่าใช้ความตายเป็นเครื่องมือโจมตี ‘ทีมหมูป่า’ เชื่อไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้

สืบเนื่องจากเหตุการณ์สุดเศร้าสลด เมื่อมีรายงานข่าวยืนยันว่าอดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ เสียชีวิตภายในถ้ำหลวง ระหว่างลำเลียงขวดอากาศจากโถง 3 โดยผู้เสียชีวิต ชื่อ จ่าเอกสมาน กุนัน นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ ซึ่งเป็น นทต.จู่โจม รุ่น 30 อายุ 38 ปี จนท.ตระเวนระงับเหตุฝ่าย รปภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บ.ท่าอากาศยานไทย (อ่านเพิ่มเติมที่ : สุดเศร้า! จ่าเอกอดีตซีล เสียชีวิตในถ้ำหลวง ขณะดำน้ำลำเลียงขวดอากาศช่วย 13 ทีมหมูป่า / ย้อนดูภาพ ‘ซีล’ ลำเลียงถังออกซิเจนเข้าถ้ำหลวง ก่อนสูญเสียผู้กล้า) จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของคนบางกลุ่มในโลกออนไลน์ ที่นำเหตุการณ์ดังกล่าวมาเชื่อมโยงว่ามีสาเหตุมาจากการเด็กๆ ทีมเยาวชนที่เข้าไปติดอยู่ในถ้ำหลวง จนทำให้หลายฝ่ายต้องเร่งมือช่วยเหลือ ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้แสดงความเห็นถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า…เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ใครอยากให้เกิดขึ้น เด็กๆเขาก็เป็นผู้ประสบภัย ไม่มีใครคาดคิดได้ว่าฝนมันจะมาไวขนาดนี้จนเขาติดในถ้ำ เมื่อเกิดเหตุจะหน่วยซีลหรืออดีตหน่วยซีลเขาก็มาช่วยเหลือ โดยเขารู้อยู่แล้วว่ามีความเสี่ยงในปฎิบัติการนี้สูงมาก ผบ หน่วยซีลเองก็บอกว่าแม้จะสูญเสียจ่าเอกแกไป แต่เขาก็จะไม่ย่อท้อ จะทำหน้าที่ช่วยเหลือเด็กๆต่อไป เพื่อนๆ ทหารเขาก็เข้าใจ เพราะชีวิตทหารโดยเฉพาะหน่วยซีล เขาแบกรับความเสี่ยงนี้ […]

เพจดังจวกหมอปลาย ‘ไร้สาระ’ ชี้ตามหาเด็กเจอขึ้นอยู่กับ จนท. ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์

จากกรณีที่ หมอปลาย – ณวรชา พินิจโภคากร ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอปลาย ณวรชา โดยมีเนื้อหาแนะนำให้ผู้ปกครองของเด็ก ที่มีชื่อขึ้นต้นด้วย ด,บ ลักษณะผอมหน้ายาวผมสั้นคล้ายทรง skin head ไปจุดธูป 9 ดอกที่ศาล ขอให้สิ่งลี้ลับให้อโหสิ และให้กลับออกมาแบบตัวเป็นๆอาการครบ 32 จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง (อ่านเพิ่มเติม – โซเชียลจวกยับ ‘หมอปลาย’ หลังแนะผู้ปกครองเด็กชื่อขึ้นต้น ‘ด,บ’ จุดธูป 9 ดอก ขอสิ่งลี้ลับให้อโหสิ) ล่าสุด เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้โพสต์ข้อความกล่าวถึงการใช้ความเชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับในการตามหาเด็กทั้ง 13 คน ของหมอปลายโดยระบุว่า… โอ้ยรำคาญ มีคนเอาไอ้โพสนี้ไปสแปมใส่ในโพสที่เขากำลังอัพเดทข่าวที่ จนท กำลังช่วยกันตามหาเด็กๆรัวๆเลยเว้ย เอางี้นะครับ เด็กหลงในถ้ำ เพราะเขาเข้าไปในถ้ำ แล้วเกิดน้ำท่วมในถ้ำจากฝนตก จนปิดทางออกของน้องเขา เลยหนีน้ำท่วมเข้าไปลึกเรื่อยๆ ไม่ใช่เรื่องลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์บ้าบออะไรทั้งนั้น ถ้ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหน คิดจะทำร้ายเด็กเพราะแค่ลบหลู่ไรนี่ อย่าว่าแต่กราบไหว้เลยครับ กรูจะเยี่ยวรดด้วย แล้วก็การที่จะตามหาเด็กจนเจอ ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ช่วยกันอย่างสุดชีวิต […]

ไม่ช่วยอย่าซ้ำ!! เพจดังวอน ‘อย่าจุดธูป’ ใกล้ถ้ำหลวง ชี้เป็นอันตรายต่อเด็กที่ติดอยู่ภายใน

สืบเนื่องจากกรณีนักเรียนทีมฟุตบอล “หมูป่า” อายุตั้งแต่ 11-16 ปี พร้อมผู้ฝึกสอนอายุ 25 ปีจาก ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวม 13 คน ผลัดหลงอยู่ภายในถ้ำหลวง เขตวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หมู่บ้านจ้องวัด หมู่ 9 ต.โป่งผา อ.แม่สาย ตั้งแต่เย็นวันที่ 23 มิ.ย. 61 ที่ผ่านมาทำให้หลายหน่วยงานโดยเฉพาะหน่วยกู้ภัยส่งทีมเข้าไปติดตามช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่พบกลุ่มเยาวชนดังกล่าว โดยได้มีการตั้งกองอำนวยการบริเวณปากถ้ำเพื่อแบ่งทีมเข้าค้นหา อย่างต่อเนื่องนั้นรวมทั้งขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่มีศักยภาพให้ร่วมสนับสนุนการค้นหา ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณืการทำงานต่างๆ ของผู้คนในโลกออนไลน์ ที่ติดตามเหตุการณืดังกล่าวอย่างใกล้ชิด (อ่านเพิ่มเติม : ค้นหา 13 นักบอลสูญหายในถ้ำหลวงอย่างต่อเนื่อง-หน่วยซีลเข้าช่วย เชื่อยังปลอดภัย (คลิป) / วิเคราะห์ก่อนวิจารณ์! เผยภาพถ้ำแบบตัดขวาง กับสาเหตุที่การช่วยเหลือ ’13 นักบอล’ ไม่ง่ายอย่างที่ ‘ชาวเน็ต’ วิพากษ์) ล่าสุด เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้โพสต์ข้อความเตือนกรณีที่มีญาติ และบุคคลภายนอกเดินทางเข้าไปจุดธูปเทียนขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยหาผู้สูญหายเจอ โดยระบุว่า…เป็นการเตือนที่แปลกแต่ก็สมกับเป็นเมืองไทยดี […]

เพจดังเปิดโหวตประเด็น ‘โทษประหารชีวิต’ พบชาวเน็ต 96 เปอร์เซ็นต์ต้องการให้นำมาใช้

สืบเนื่องจากกรณีการเผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับหนึ่งของกรมราชทัณฑ์ โดยมีเนื้อหาระบุถึงการลงโทษ ‘ประหารชีวิต’ นักโทษในคดีฆ่าผู้อื่นอย่างทารุณโหดร้ายเพื่อชิงทรัพย์ เมื่อวันที่ 17 ก.ค.55 เหตุเกิดที่จังหวัดตรัง โดยได้มีการทำร้ายและบังคับให้เอาทรัพย์สิน รวมทั้งใช้มีดแทงผู้ตาย รวม 24 แผล เป็นเหตุให้เหยื่อถึงแก่ความตาย ซึ่งได้ดำเนินการเมื่อเวลา 15.00–18.00 น. โดยกรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการบังคับโทษตามคำพิพากษาของศาล (อ่านเพิ่มเติมที่ : ราชทัณฑ์ประหารนักโทษคนแรกในรอบ 9 ปี – เกิดผลชี้ ‘ปฎิญญาสากล’ ถูกยกเลิกอัตโนมัติ!!) ล่าสุดเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้ทำการเปิดโหวตรวบรวมความเห็นจากผู้คนในโลกออนไลน์เกี่ยวกับการลงโทษด้วยการประหารชีวิตในไทย ว่าคนส่วนใหญ่เห็นด้วยหรือที่เราควรมีโทษประหารชีวิตนักโทษที่มีทำผิดร้ายแรง ซึ่งพบว่ามีคนจำนวนนับหมื่นให้ความสนใจกับการเปิดโหวตประเด็นดังกล่าวอย่างมาก และกว่า 96 เปอร์เซ็นต์เห็นสมควรว่า ควรมีการนำโทษประหารมาใช้

เพจดังเปิดข้อความ ‘เด็กสวนกุหลาบใหญ่’ ยันไม่มี ‘รับน้องจูบดิน’ ตามที่ นร. โรงเรียนดังอ้าง

สืบเนื่องจากกรณีเพจเฟซบุ๊ก ANTI SOTUS ได้โพสต์ภาพของนักเรียนรุ่นน้องชั้นมัธยม ของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ที่ถูกรุ่นพี่สั่งให้คุกเข่า และก้มหน้าจูบพื้นดิน (อ่านเพิ่มเติม : เพจแอนตี้โซตัส แฉภาพรุ่นพี่โรงเรียนดัง จ. ชลบุรี สั่งรุ่นน้องมัธยม ‘จูบดิน’ / เพจแอนตี้โซตัส แฉภาพรุ่นพี่โรงเรียนดัง จ. ชลบุรี สั่งรุ่นน้องมัธยม ‘จูบดิน’) ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้โพสต์ข้อความซึ่งอ้างเป็นข้อมูลจาก ‘เด็กสวนกุหลาบใหญ่’ ซึ่งกล่าวถึงประเด็นดราม่าการรับน้องจูบดิน หลังจากมีเด็กจากโรงเรียนชื่อดังในจังหวัดชลบุรีอ้างว่า เป็นกิจกรรมดังกล่าวเป็นประเพณีของโรงเรียนในเครือทั้งหมด โดยข้อความดังกล่าวได้ยืนยันว่า ‘ไม่มีกิจกรรมจูบดิน’ และข้อให้แอดมินเพจดังช่วยชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวด้วย

อย่าคิดว่าไม่เป็นไร!! เพจดังเตือน ‘รับน้องจูบดิน’ เสี่ยงติดโรคเมลิออยด์

สืบเนื่องจากกรณีเพจเฟซบุ๊ก ANTI SOTUS ได้โพสต์ภาพของนักเรียนรุ่นน้องชั้นมัธยม ของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ที่ถูกรุ่นพี่สั่งให้คุกเข่า และก้มหน้าจูบพื้นดิน (อ่านเพิ่มเติม : เพจแอนตี้โซตัส แฉภาพรุ่นพี่โรงเรียนดัง จ. ชลบุรี สั่งรุ่นน้องมัธยม ‘จูบดิน’ / เพจแอนตี้โซตัส แฉภาพรุ่นพี่โรงเรียนดัง จ. ชลบุรี สั่งรุ่นน้องมัธยม ‘จูบดิน’) ล่าสุดเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้โพสต์ข้อความเตือนเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะทำให้ติดโรคเมลิออยด์ โดยมีรายละเอียดดังนี้… อันนี้มันกำลังดราม่ากันที่เพจ ANTI SOTUS ที่เขาเอาภาพกิจกรรมห่าเหวอะไรซักอย่างของโรงเรียนชื่อดังแห่งนึงมาแฉ แน่นอนว่าย่อมมีเด็กๆของโรงเรียนนี้เข้ามาเถียงแอดมินว่า เขาเป็นกิจกรรมสันทนาการ ทำแป้บเดียว มึงจะมาดราม่าอะไร บลาๆ ก็ว่ากันไป แต่ประเด็นที่ต้องเตือนอย่างยิ่งคือ ไอ้คนออกแบบกิจกรรม มึงกรุณามาแหกขี้ตาอ่านเรื่องโรค เมลิออยด์ กันหน่อยไอ้สัส โรค เมลิออยด์ เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนึงที่อยู่ในดิน ซึ่งคนไทยส่วนมากไม่ค่อยรู้จัก แต่เรามีคนไทยติดเชื้อตัวนี้ ปีละหลายพันคน และอัตราการตายสูงมาก เกือบๆครึ่งต่อครึ่ง ไอ้เชื้อตัวนี้ปรกติจะอาศัยอยู่ในดิน และคนจะติดเชื้อมันเมื่อสัมผัสดินและน้ำนานๆ มักระบาดหนักในช่วงหน้าฝน ส่วนมากก็ประมาณ คนที่ย่ำดินโคลนทำการเกษตร หรือลงพวกบ่อปลา พวกนี้จะมีโอกาสติดเชื้อตัวนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีแผลตามร่างกายเชื้อก็เข้าไปได้ […]

จ่าพิชิต-บล็อกเกอร์ดัง แทกทีมแฉอันตรายจากยาลดอ้วน-ยาบล็อกไขมัน

รายการอยู่เป็นลืมป่วย โดยพิธีกรความรู้แน่น คุณหมอผิง พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล และ น้องแบม-ปิติภัทร คูตระกูล จะมาแจ้งเตือนถึงอันตรายจากการกินยาลดความอ้วน-ยาบล็อกไขมัน โดยเชิญผู้มีประสบการณ์ตรงอย่าง คุณแพร- ณัฏฐ์รมณ ทิพย์สุราษฎร์ บิวตี้บล็อกเกอร์ที่เคยเฉียดตายเพราะ “ยาลดความอ้วน” คุณแพร เล่าว่า “ด้วยความที่แอบพ่อแม่ก็จะทานแบบไม่ปะติดปะต่อ ทานบ้างไม่ทานบ้างในระยะเวลา 1 เดือน มันก็ไม่เห็นผลก็เลยเลิกทานไป มาเริ่มทานจริงจังอีกทีก็คือช่วงมหาลัยฯ เห็นเพื่อนจากที่เคยตัวใหญ่กว่าเรา เห็นอีกทีคือสวยแล้ว หุ่นเป๊ะ เราก็ไปซื้อมารับประทานบ้าง ผลที่ได้คือจากน้ำหนัก 54 กก. ลงพรวดภายในไม่ถึงเดือนเหลือ 48 กก. ไวมากยิ่งกว่าอกหัก เอฟเฟคแรกที่เจอเลยก็คือ คอแห้ง ปากแห้ง ใจสั่น แต่อยู่มาวันหนึ่งคือมีอาการใจเต้นเร็วไม่เป็นจังหวะ หายใจไม่ออก ตอนนั้นคิดเลยว่า ไม่ตายก็บ้า เพราะมันมีประมาณ 100 ความคิดอยู่ในความคิดแค่ครั้งเดียว มันเป็นความคิดแง่ลบที่กำลังตีกันอยู่ในหัวเรา แต่โชคดีที่เรายังมีสติ ค้นหาว่าอาการที่เราเป็นเกิดจากอะไร พอทราบว่าเป็นผลมาจากการกินยาลดความอ้วน เราก็ตัดสินใจเลิกเลย” จากนั้น นพ.วิทวัส ศิริประชัย หรือชาวเน็ตรู้จักกันดีในฐานะ “จ่าพิชิต […]

แล้วไงใครแคร์!? เพจดังเผยภาพตลาดข้างบ้าน ‘ป้าทุบรถ’ กลับมาเปิดใหม่ ทั้งที่ศาลสั่งปิด

จากกรณีที่ศาลปกครองกลาง ได้มีคำพิพากษาให้ กทม. สั่งปิดตลาด จำนวน 5 แห่ง รอบบ้าน น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ หรือป้าทุบรถ และสั่งให้รื้อถอนออกจากพื้นที่ภายใน 60 วัน รวมทั้งให้ชดใช้เงินกับผู้เสียหายรายละ 3.6 แสนบาท พร้อมดอกเบี้ย ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ แต่ล่าสุดเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้โพสต์ภาพพื้นที่บริเวณข้างบ้านคุณป้า และพบว่าตลาดกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง พร้อมกับระบุข้อความว่า…มันกลับมาแล้วครับ ติดบ้านป้าขวานซิ่งเลย ทนายอนันตชัยออกทีวีตะกี้ว่าเด่วจะแจ้ง 157 กับ จนท ที่รับผิดชอบตรงนี้ละ แต่นี่ขนาดศาลตัดสินถึงที่สุดแล้วนะ ป้าขวานซิ่งคงยังต้องสู้กันต่อไปอีกนาน

เพจดังชี้ บอยคอต ปตท. ไม่ทำราคาน้ำมันเปลี่ยน เผยเติมปั๊มอื่นรายได้ก็ยังเข้า ปตท.

สืบเนื่องจากการปรับราคาน้ำมันในประเทศที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายในสังคม และมีการวิเคราะห์ว่าการปรับราคาในครั้งนี้จะผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนชาวกลุ่มรากหญ้า ที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ เพิ่มมากขึ้น จนนำไปสู่การรวมตันกันรณรงค์บอยคอตการเติมนำมันจากสถานีให้บริการน้ำมันของ ปตท. ตามที่ได้มีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้ (อ่านเพิ่มเติมที่ : ลุกฮือ!! โซเชียลปลุกระดม งดใช้บริการ ปตท. หลังราคาน้ำมันดีดต่อเนื่อง / ปตท. แจงยิบ! ยันปรับราคาตามตลาดโลก พร้อมเทียบราคาน้ำมัน ‘ไทย-ประเทศเพื่อนบ้าน’) ล่าสุด เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้โพสต์ข้อความกล่าวถึงกรณีการบอยคอตดังกล่าวว่า ต่อให้ทำจริง แต่ไม่ทำให้ราคาน้ำมันเปลี่ยนแปลง เพราะสิ่งที่กำหนดราคาน้ำมันในบ้านเรา ไม่ได้ถูกกำหนดจากผู้จำหน่าย แต่เป็นไปตามโครงสร้างราคาน้ำมัน ซึ่งจะประกอบด้วย ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น ภาษีต่างๆที่รัฐกำหนดให้รวมในราคาน้ำมัน เงินเข้ากองทุนต่างๆ และค่าการตลาด รวมกันเป็นราคาน้ำมันอย่างที่เห็นในปัจจุบัน นอกจากนี้ เพจดังกล่าวยังเปิดเผยอีกว่า การเติมน้ำมันจากปั๊มอื่น ก็ไม่กระทบต่อรายได้ของ ปตท. เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันในประเทศส่วนใหญ่ มี ปตท. ถือหุ้นอยู่แทบทั้งหมด อีกทั้งกำไรจากธุรกิจค้าปลีกน้ำมันของ ปตท. เทียบกับกำไรทั้งหมดของบริษัทมีสัดส่วนจากการค้าปลีกน้ำมันเพียง 1.35 % เท่านั้น ทั้งนี้ เพจดัง Drama-addict ได้แนะนำว่าการประท้วงที่เห็นรูปธรรมและได้ผลที่สุดคือ ลดการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิด […]

keyboard_arrow_up