Huawei คอนเฟิร์ม!! Hongmeng OS พร้อมรองรับใช้งานแอปฯ Android ทุกตัว

หลังจากการเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความแตกตื่นไปทั่วโลก สำหรับกระแสข่าวที่ว่า Huawei จะไม่สามารถใช้งานระบบปฏิบัติการ Android ของทาง Google ได้ จนมีการคาดการณ์ผลกระทบที่จะตามมา และเชื่อว่าจะมีความเสียหายเป็นวงกว้างมากกว่าที่คิด แม้ว่า Huawei จะออกประกาศว่าได้สร้างระบบปฏิบัติการ Hongmeng OS เอาไว้ใช้เองนานหลายปีแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทางเว็บไซต์ huaweicentral.com ได้อ้างอิงข้อมูลจาก ริชาร์ด หยู (Chengdong (Richard) Yu) กรรมการบริหารและซีอีโอ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ที่ยืนยันแล้วว่า Hongmeng OS จะสามารถใช้งานแอปพลิเคชั่นของ Android ได้ทุกตัว และคาดว่าระบบปฏิบัติการดังกล่าวจะพร้อมให้ใช้งานกันอย่างเร็วที่สุดภายในปลายปีนี้

หากหัวเว่ยเลิกใช้ระบบปฏิบัติการ Android ผู้ใช้ในประเทศใดที่ได้รับผลกระทบ

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความฮือฮาและความวิตกกังวลไปพร้อมๆ กัน สำหรับกรณีที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณตัดสัมพันธ์ทางการค้ากับหัวเว่ย ที่แม้ว่าภายหลังจะมีการออกใบอนุญาตชั่วคราว ให้สามารถสั่งซื้อสินค้าชิ้นส่วนจากบริษัทของสหรัฐได้ ใบอนุญาตชั่วคราวมีอายุ 90 วัน และในขณะเดียวกัน ทางหัวเว่ยก็วางแผนสำรองหากเกิดกรณีที่ถูกระงับ หรือไม่ให้ใช้ระบบปฏิบัติการของทั้ง Android และ Microsoft Windows นั่นคือการสร้างระบบปฏิบัติการของตัวเองขึ้นมา (อ่านเพิ่มเติม : แม่ทัพแห่ง “HUAWEI” ติงมะกัน อย่าโยงผู้บริโภคเอี่ยวการเมือง) แม้จะยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า OS ที่หัวเว่ยพัฒนาขึ้นมานี้มีชื่อว่าอะไร และสุดท้ายจะได้นำมาใช้จริงหรือไม่ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ กลุ่มผู้ใช้งานของหัวเว่ย ที่หลังจากนี้หากยังตัดสินใจใช้ผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนของหัวเว่ยอยู่ ก็อาจจะไม่ได้ใช่ระบบปฏิบัติการที่ตัวเองคุ้นเคยอีกแล้ว เพราะตามคำประกาศของ Google เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ได้มีการระบุว่า จะไม่ให้หัวเว่ยใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของตนอีก ซึ่งนั่นจะผลก็คือทำให้สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ ๆ ของหัวเว่ยจะไม่สามารถใช้แอปพลิเคชันบางตัวของกูเกิลได้อีกต่อไป แน่นอนว่าเหตุการณ์นี้ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานทั่วโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจาก รายงานประจำปี 2018 ของหัวเว่ย ได้ระบุตัวเลขการเติบโตจากการจำหน่ายสินค้าที่มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแค่ในประเทศจีนเท่านั้น (372,162 ล้านหยวน) แต่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกของทางบริษัทก็มีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เช่นในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก […]

หมดเวลาสำหรับแอนดรอยด์! Apple ปิดดีล Shazam ที่ 400 ล้านเหรียญ

มีรายงานว่า  Apple ได้ประกาศซื้อ Shazam แอปพลิเคชั่นที่ให้บริการในรูปแบบการใช้ voice recognition จดจำเสียง และไป mapping กับข้อมูลใน database หรือที่ใครๆ มักใช้กับการค้นหาเพลงไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับดีลของ Shazam ที่ Apple ซื้อไปนั้นสูงถึง 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และหลังจากการซื้อขายในครั้งนี้ ทาง Apple จะเอา ads ที่มีอยู่ในแอปฯ ออก รวมถึงเวอร์ชั่นของ Android ด้วย ปัจจุบัน Shazam มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 1 พันล้านครั้งจากทั่วโลก และใช้มากกว่า 20 ล้านครั้งในทุกๆ วัน นอกจากตัวแอปฯ แล้ว database แล้ว ทีมนักพัฒนาทั้งหมดก็ถูกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Apple ด้วย   ที่มา: The Verge

รวม 5 เทคนิคง่ายๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาสมาร์ทโฟนระบบ Android ทำงานช้าได้

อีกหนึ่งปัญหาที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android แทบทุกคนต้องเจอ นั่นคือปัญหาการตอบสนองของระบบที่ช้าบ้าง กระตุกบ้าง ค้างบ้าง โดยเฉพาะเมื่อใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานยิ่งทำให้อาการเหล่านี้ยิ่งหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะ ถอดแอพที่ไม่จำเป็นออกบ้าง – ถ้ามีแอพฯ ที่คุณแทบไม่ได้ใช้เลยตั้งแต่โหลดมา ก็จัดการถอดแอพฯ นั้นออกจากมือถือซะ เพื่อให้มีพื้นที่ในเครื่องเพิ่มขึ้นสำหรับติดตั้งแอพอื่น และอาจส่งผลถึงความเร็วที่ดีขึ้นด้วย ลดการใช้ Widget และ Wallpaper แบบเคลื่อนไหว – ถ้าต้องการประหยัดแบตและลดภาระการทำงานของเครื่องละก็ นี่เป็นอีกวิธีง่ายๆ ที่จะทำให้สมาร์ทโฟนของคุณไม่ต้องรับภาระในการประมวลผลมากจนเกินไป อัพเดทเฟิร์มแวร์ – บางครั้งสาเหตุที่ทำงานช้าอาจเป็นเพราะตัวระบบ Android ยังเก่าอยู่ ดังนั้นควรอัพเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ซะบ้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรองรับการทำงานของแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ อีกวิธีสำหรับเซียน Android อยู่แล้ว คือ ROOT – ถ้าคุณใช้มือถือที่หมดประกันก่อนเวลาอันควร และพร้อมจะรับความเสี่ยงจากการ ROOT ก็อย่ารอช้า เพราะวิธีเสี่ยงๆ นี้สามารถช่วยให้มือถือแรงขึ้นอีกเล้กน้อย Factory Reset อาจเป็นคำตอบสุดท้าย – วิธีนี้จะทำให้สมาร์ทโฟนของคุณดูเหมือนเครื่องใหม่แกะกล่อง เพราะจะไม่เหลือข้อมูลใดๆ ในเครื่องอีกเลย แต่นี่ก็เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด และเห็นผลชัดเจนมาก โดยเฉพาะกับเจ้าของมือถือที่เข้าใจวิธีจัดการแอพฯ ต่างๆ […]

keyboard_arrow_up