พ่อแทบขาดใจ! ลูกชายหายตัวไป 2 สัปดาห์ พบอีกทีเป็นศพถูกฝังกลางป่ายูคาฯ ตร.เร่งสอบสวน

ความคืบหน้าคดีการหายตัวไปของหนุ่มชาวจังหวัดชัยภูมิ ขณะเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ล่าสุด พบเป็นศพอยู่หลังวัดบ้านโสกตลับ ต.โคกสูง จ.ชัยภูมิ โดยเจ้าหน้าที่ช่วยกันขุดดินบริเวณแปลงปลูกป่ายูคาลิปตัส ท้ายวัดบ้านโสกตลับ ตำบลโคกสูง อำเภอเมืองชัยภูมิ หลังได้รับแจ้งว่า มีรอยดินขุดใหม่ และยังพบชิ้นส่วนกระดูกคล้ายมนุษย์ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า อาจจะเป็นร่างของ นายนิรันดร์ สร้อยสูงเนิน ที่สูญหายระหว่างเดินทางกลับภูมิลำเนาที่จังหวัดชัยภูมิ เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2560 เนื่องจากจุดที่พบชิ้นส่วนกระดูก อยู่ห่างจากจุดที่พบสัญญาณจีพีเอสครั้งสุดท้ายของ นายนิรันดร์ ประมาณ 4 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ใช้เวลาขุดดินเพียง 3 นาทีก็พบโครงกระดูกคล้ายมนุษย์ และยังพบหลักฐานที่บ่งบอกว่าโครงกระดูกที่พบน่าจะเป็นของ นายนิรันดร์ เนื่องจากพบทั้งรูปถ่าย วุฒิบัตร คอมพิวเตอร์ และเสื้อผ้า ซึ่งทั้งหมดวางทับร่างก่อนจะถูกเผารวมกัน ทันทีที่ครอบครัวของนายนิรันดร์ เดินทางไปดูที่เกิดเหตุ และยืนยันว่าเป็นศพของนายนิรันดร์ ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า ขณะที่การสืบสวนของตำรวจ พบหลักฐาน ว่า เมื่อคืนวันที่ 8 เมษายน นายนิรันดร์ เข้าไปพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งกับเพื่อนชายคนหนึ่ง และจากการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้าพบว่ามีสาวประเภทสองเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพื่อหาคนก่อเหตุมาดำเนินคดี.

Amarin News Day : ลูกสาววอนแม่มอบตัว หลังฆ่ายายเสียชีวิต

  ลูกสาวของผู้ก่อเหตุได้เดินทางเข้าพบตำรวจเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม และขอร้องให้แม่เข้ามอบตัวกับตำรวจ น.ส.สไบพร อายุ 22 ปี ​เข้าพบ ร.ต.อ.เสถียรพงษ์ อ่อนศรีทอง รองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบ้านโพธิ์ และชุดสืบสวนเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม หลังจากแม่ของเธอ นางโสพิศ อายุ 39 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงนางโอ้ เสริมสุข อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นแม่แท้ๆ ของนางโสพิศ จนเสียชีวิต เมื่อคืนที่ผ่านมา ภายในห้องเช่า ในพื้นที่ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา โดย น.ส.สไบพร อยู่ในภาวะร้องไห้ พูดขอร้องให้แม่ออกมามอบตัว หลังจากก่อเหตุฆ่ายาย เพราะเกรงว่าแม่จะเกิดความเครียดแล้วจะฆ่าตัวตายตามยายไป อย่างไรก็ดี ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมออกหมายจับนางโสพิศในข้อหาฆ่าผู้อื่น หากยังไม่เดินทางมามอบตัว.

Amarin News Day : ‘เจ้าอาวาสฉาว’ แจงรูปเมาแอ๋เป็นภาพเก่าก่อนบวช

จากกรณีพระอธิการเอกยุทธ ปญฺญาวชิโร เจ้าอาวาสวัดสันดอยน้อย เลขาธิการเจ้าคณะตำบลบ้านกิ่ว ซึ่งกำลังตกเป็นข่าวอื้อฉาว มีภาพหนีเที่ยวอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ และดื่มสุราจนเมามายนั้น ล่าสุดพระครูสิริชัยพิพัฒน์ เจ้าคณะอำเภอแม่ทะ และเจ้าอาวาสวัดศรีอ้วน ได้ออกมาพูดถึงความผิดว่ามี 2 ข้อคือ 1. แต่งกายเลียนแบบคฤหัสถ์(สวมเสื้อยึด สวมหมวก) และ 2. ดื่มน้ำเมาจนไม่มีสติซึ่งเรียกว่าปาจิตตีย์ทำให้เกิดโลกวัชชะชาวโลกติเตียนทางเจ้าคณะจังหวัดลำปางได้ส่งหนังสือแจ้งมาแล้วว่าให้พ้นจากตำแหน่งพระสังฆาธิการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนั้นหมายถึงพ้นจากการเป็นเจ้าอาวาสวัดสันดอยน้อยและเลขาธิการเจ้าคณะตำบลบ้านกิ่วแล้วและเมื่อเจ้าตัวมาปรากฎก็จะต้องให้ไปเข้าปริวาสกรรมเพื่อนำตนให้พ้นจากอาบัติตามเงื่อนไขทางพระวินัยและเงื่อนไขของสงฆ์ ขณะที่ พระอธิการเอกยุทธ กล่าวว่า ข่าวที่ปรากฎนั้นเกินจริง เพราะเป็นภาพเก่าก่อนจะอุปสมบท ขณะนั้นได้ลาสิขาจากเณรไป 7 – 8 วันระหว่างนั้นก็ได้ไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงส่วนที่บอกว่าตนหนีนั้นแท้จริงแล้วคือหลังมีข่าวพระผู้ใหญ่แนะนำว่าไม่ให้พบกับนักข่าวเพราะข่าวกำลังดังจึงมาพักอยู่ที่บ้านญาติแทน ด้าน พระมหาวัชรวีร์ วชิรเมธี เลขานุการเจ้าคณะอำเภอแม่ทะ กล่าวว่า เคยตอบไปตามรายงานแล้วว่า ภาพนั้นเกิดขึ้นหลายปีมาแล้ว เมื่อก่อนพระอธิการเอกยุทธจะไม่อ้วนขนาดนี้ และเท่าที่ทราบคือภาพที่ปรากฎเกิดขึ้นเมื่อต้นปีนี้จริง ดังนั้นขอแนะนำให้ทำตามที่เจ้าคณะอำเภอแนะนำ ซึ่งพระอธิการเอกยุทธก็ยอมรับ แต่ขอเวลาสองสามวันในการสะสางเอกสารและงานของวัดให้เสร็จและไปเข้าปริวาสกรรมแต่ยังไม่ระบุว่าจะไปกี่วัน.

แบรนด์เสื้อผ้าดัง หยุดขาย ‘กระโปรงลายกบ’ หวั่นถูกโยงเหยียดชาวยิว

หลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงแบรนด์เสื้อผ้าดังอย่าง “ซาร่า” หลังชาวเน็ตสังเกตเห็นกระโปรงตัวหนึ่งที่พิมพ์ลายกบ ซึ่งไปคล้ายกับตัวการ์ตูนที่เคยถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มเหยียดเชื้อชาติ โดยชาวเน็ตมองว่าคล้ายกับตัวการ์ตูน “พี๊พ เดอะ ฟรอก” กบตัวเขียวตาโปนที่ก่อนหน้านี้เคยถูกใช้เป็นภาพล้อเลียนในสื่อสังคมออนไลน์และยังถูกนำไปใช้เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มเหยียดชาวยิวถึงขั้นที่องค์กรต่อต้านการดูหมิ่นชาวยิวเรียกว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความเกลียดชัง หลังมีกระแสโจมตีจากชาวเน็ต โฆษกของซาร่าออกมาชี้แจงว่ากระโปรงตัวนี้เป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชั่นพิเศษที่จับมือกับศิลปินมาร่วมออกแบบ ลวดลายที่ปรากฏเป็นผลงานของศิลปินชาวสเปน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวการ์ตูนที่เป็นกระแสแต่อย่างใด แต่สุดท้าย ทางบริษัทก็ตัดสินใจระงับการขายเพื่อไม่ให้เรื่องบานปลาย.

ปปส.จับเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติระดับโลก ยึดทรัพย์รวม 70 ล้านบาท

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด แถลงแผนปฏิบัติการชัยยะ สยบไพรี 60/3 จับกุมเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ ยึดทรัพย์รวม 70 ล้านบาท พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยนายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พลตำรวจโทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดและผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการชัยยะ สยบไพรี 60/3 จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติเพิ่มเติม 4 คน คือ นายเซียง หมี่ ซื่อหรือเก็กกอ สัญชาติไต้หวัน นายตัน ฮัน เซียงหรือนายอาตัน สัญชาติมาเลเซีย นางสาววิภารัตน์ การดี สัญชาติไทย และนางวลัยพรรณ เพ็ชรพงษ์ หรือเจ้ฟ่ง สัญชาติไทย หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงถึงกลุ่มค้ายาเสพติดชาวมาเลเซียที่ถูกจับพร้อมของกลางไอซ์ 282 กิโลกรัมในพื้นที่สะเดาจังหวัดสงขลาก่อนหน้า หลังปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ 9 จังหวัด 54 จุดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคใต้ พบหลักฐานเชื่อมโยงกลุ่มค้ายาเสพติดรายสำคัญชาวไทย มาเลเซียและไต้หวัน จึงดำเนินการจับกุมพร้อมยึดทรัพย์สินรวมกว่า 70 ล้านบาท ประกอบด้วย ทรัพย์สินที่อายัดก่อนหน้านี้จากการจับกุมชายชาวมาเลเซีย […]

นำ 8 ผู้ต้องหา ‘เครือข่ายโชกุน’ ฝากขังผลัดแรก คัดค้านประกันตัว

นำตัว 8 ผู้ต้องหา เครือญาติ ซินแสโชกุน ฝากขังผัดแรก แจ้งข้อหา ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ.กู้ยืมเงิน เพิ่มอีก 2 ข้อหา รวม 4 ข้อหา รวมถึงซินแสโชกุนด้วย พร้อมคัดค้านประกันตัว พรุ่งนี้เตรียมประชุมความคืบหน้าคดีอีกครั้ง เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา ตำรวจกองปราบปราม นำตัว 8ผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงประชาชน และอั้งยี่ซ่องโจร ของเครือข่าย นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน ที่ถูกคุมตัวอยู่ในกองปราบปรามไปขออำนาจศาลอาญา รัชดา ฝากขังผัดแรก 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน – 1 พฤษภาคม พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการกองปราบปราม บอกว่า เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาทั้ง 8 คน อีกคนละ 2 ข้อหา ในฐานความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ.กู้ยืมเงินร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยพนักงานสอบสวนจะคัดค้านประกันตัว เพราะก่อนหน้านี้มีการข่าวว่าจะหลบหนี รวมทั้งมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ยังคงเข้ามาแจ้งความเพิ่มเติม ส่วนนางสาวพสิษฐ์เจ้าหน้าที่จะเข้าไปสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน ส่วนพรุ่งนี้จะมีการประชุมความคืบหน้าของคดีโดยมี พล.ต.ต.ชวลิต […]

เฟซบุ๊กเปิดตัวระบบ ความเป็นจริงเสริม (AR) สำหรับผู้พัฒนา

เฟซบุ๊กกลายเป็นยักษ์ใหญ่รายล่าสุดที่กระโดดเข้ามาในตลาด “อักเมนเต็ด เรียลลิตี้ (Augmented Reality)” อย่างเต็มตัว ด้วยการเปิดตัวระบบรองรับผู้พัฒนา ก่อนจะปล่อยของเล่นใหม่ๆ มาให้ผู้ใช้ในอนาคต มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ค ซีอีโอของเฟซบุ๊กเปิดตัวระบบรองรับ “อักเมนเต็ด เรียลลิตี้” หรือ ความเป็นจริงเสริม สำหรับผู้พัฒนา ในงาน “เอฟเอท (F8)” งานชุมนุมประจำปีสำหรับผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ของเฟซบุ๊ก ระบบดังกล่าวจะใช้ผ่าน “แคเมอร่า เอฟเฟคส์ (Camera Effects)” พูดง่าย ๆ ก็คือเปิดกล้องสมาร์ทโฟนขึ้นมาก็เล่นได้เลย ตอนนี้ก็เลยเป็นโจทย์ที่ผู้พัฒนาต้องไปตีให้แตกว่าจะทำอะไรขึ้นมาขาย ซึ่งเฟซบุ๊กก็ได้เสนอแนวคิดมาให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย เริ่มจากฟิลเตอร์ง่ายๆ ที่ “ไนกี้” ทำขึ้นมาพอนักวิ่งเปิดกล้องเซลฟี่ก็จะมีผ้าคาดหัวแถมยังเรียกแผนที่วิ่งและข้อมูลการวิ่งมาลอยซ้อนอยู่บนภาพได้ด้วย หรือซับซ้อนขึ้นมาหน่อยก็อย่างเช่นพ่อลูก 3 คนนี้ที่นั่งรอหมออยู่ระหว่างนั้นพวกเขาก็ใช้กล้องส่องไปที่โต๊ะแล้วก็เปลี่ยนทั้งโต๊ะนั้นให้เป็นเกมหุ่นรบที่ซ้อนทับอยู่กับภาพความเป็นจริงเพื่อฆ่าเวลา หรือจะเป็นการครีเอทผลงานศิลปะที่เห็นอยู่นี้เป็นผนังของสำนักงานเฟซบุ๊กเองซึ่งพนักงานก็ช่วยกันขีดเขียนมันขึ้นมาโดยที่ผนังจริงไม่มีสึกหรอแม้แต่น้อย นอกจากนี้ ก็ยังเอาไปประยุกต์ต่อได้อีก หากเราไปร้านอาหารแล้วลองส่องกล้องดูรอบๆ ร้าน อาจจะได้เห็นคำแนะนำที่เพื่อนทิ้งไว้ให้ว่าจานไหนเด็ด จะเขียนโต๊ะเล่นสนุก ๆ ก็ได้ แม้แต่จะทิ้งข้อความเอาไว้บนตู้เย็นให้คนที่บ้านก็ทำได้เช่นกัน

keyboard_arrow_up