เดือด! “ต่าย สายธาร” ฉะ “จอห์น รัชตะ” หยุดพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม

อย่างกับสตอรี่คลับฟรายเดย์ “ต่าย สายธาร” อดีตนางเอกวัยใสยุค 90’s ช้ำไปแฉไปหลังจับได้ว่าแฟนหนุ่มนักร้องประกวดเวทีดัง “จอห์น รัชตะ” แท้จริงไม่โสดอย่างที่พรีเซนต์ เพราะฝ่ายชายได้จดทะเบียนสมรสกับภรรยามากว่า 10 ปีและมีลูกด้วยกันถึง 2 คน โดย “ต่าย” ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงว่าไม่ทราบถึงเรื่องดังกล่าวมาก่อน เพราะฝ่ายชายปกปิดได้อย่างแนบเนียน คาดทางฝั่งภรรยาของเขาให้ความร่วมมือด้วย นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ต่ายแฉว่านอกจากตนที่โดนหลอกแล้ว ยังมีผู้หญิงคนอื่นที่โดน 2 คนผัวเมียนี้ร่วมมือกันหลอกเอาเงินอีกด้วย ทั้งนี้ ต่าย เปิดใจกับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ถึงเหตุที่ต้องออกมาแฉผ่านสื่อ เพราะตนไม่อยากให้ใครต้องมาโดนหลอกซ้ำรอยอีก และเพื่อเป็นการปรามพฤติกรรม 18 มงกุฎ สำหรับเรื่องที่ผ่านมา ตนจะอโหสิให้ก็ต่อเมื่อเขาสำนึกผิดและกลับตัวกลับใจก่อน

18 มงกุฎโผล่ตุ๋นชาวบ้านเปื่อย หลอกเงินขอซื้อโลงจัดงานศพพ่อ (คลิป)

บนโลกออนไลน์ ได้มีการแชร์เรื่องราวของมิจฉาชีพในจ.ชลบุรี โดยอ้างว่าพ่อเสียชีวิต ไม่มีเงินจ่ายค่าโลงศพ ก่อนตระเวณของเงินบริจาคจากชาวบ้านในพื้นที่ได้เงินไป 4,900 บาท ผู้สื่อข่าวลงตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 85  ตลาดหนองเขิน หมู่ที่ 4 ต.หนองชาก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นร้านขายยา พบมีภาพกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพผู้หญิงใส่เสื้อลาย อายุประมาณ 40-45 ปี เดินเข้ามา ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ก่อนหยิบเงินออกไป จากการสอบถามนางสุวิมล ประยูรเชียร อายุ 65 ปี เจ้าของร้านขายยา เล่าว่า หญิงคนดังกล่าว เดินเข้ามาที่ร้านระบุว่า พ่อเปี๊ยกตายแล้ว มาขอเงินไปทำบุญงานศพ ขาดเงินซื้อโลงศพจำนวน 3,900 บาท  ตนจึงได้ไปหยิบเงินให้ แต่กลับมีการขอเพิ่มอีก 1,000 บาท เป็นค่ารถเอาศพกลับมาที่วัด  จึงได้หยิบเงินไปให้อีก พอคนร้ายออกไปก็ออกมาพูดคุยกับเพื่อนบ้าน ที่ได้ช่วยทำบุญอีก 1,500 บาท ต่อมาไปสอบถามว่าที่วัดมีงานศพของคนชื่อเปี๊ยกจริงหรือไม่ แต่ปรากฎว่าที่วัดกำลังจัดงานศพแต่ไม่ใช่งานศพของนายเปี๊ยก จึงรู้ว่าเป็นแก็งมิจฉาชีพ เลยแจ้งให้ตำรวจมาตรวจสอบและตามจับกุม พร้อมฝากไปถึงคนร้ายอย่าไปทำอย่างนี้กับคนอื่นให้ได้รับความเดือดร้อนเลย […]

2 ผัวเมียร้องสื่อ ถูกผู้การกำมะลอหลอกเชิดพระเครื่องหนี เสียหายกว่า 5 แสนบาท

วันที่ 28 ส.ค. 61 นายพูลสวัสดิ์  ดุจดา อายุ 24 ปี และ น.ส.พัชรี คุณสมบัติ อายุ 30 ปี สองสามีภรรยา มีอาชีพเป็นนายหน้าหาห้องพักให้กับนักเดินทางที่ต้องการหาที่พักในตัวเมืองอุบลราชธานี เข้าร้องเรียนกับสื่อว่าถูกชายรุ่นใหญ่อ้างตัวเป็นนายตำรวจระดับผู้บังคับการประจำหน่วยปราบปรามยาเสพติด หลอกให้ติดต่อเช่าพระจากคนรู้จัก ก่อนเชิดพระเครื่องหนีไป มูลค่ากว่า 5 แสนบาท นายพูลสวัสดิ์ เปิดเผยว่า เมื่อปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ได้รับการติดต่อจากชายสูงอายุอ้างตัวเป็นผู้บังคับการตำรวจประจำหน่วยปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ชื่อผู้การพี จะลงมาทำงานติดตามพฤติกรรมกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องเป็นพระชั้นผู้ใหญ่และข้าราชการระดับสูงของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงต้องการที่พักใช้ทำงานเป็นเวลานานประมาณ 3 เดือน ตนจึงเสนอที่พักกลางเมือง ราคาเช่าเดือนละ 12,000 บาท ชายคนดังกล่าว ก็ตกลงเช่า โดยโอนเงินจำนวน 36,000 บาทมาให้ในวันรุ่งขึ้น ก่อนจะส่งข้าวของใช้เป็นเครื่องครัวให้ตนนำไปเก็บไว้ในห้องพัก กระทั่งวันที่ 8 ส.ค. ผู้การพีได้เดินทางเข้าพักที่คอนโดพร้อมกับหญิงสาวที่อ้างว่าเป็นคุณนาย ระหว่างพักอาศัยอยู่ที่คอนโดผู้การพีก็พยายามพูดจาหว่านล้อมให้ความหวังกับตนว่าหากทำงานนี้ สำเร็จจะแบ่งเงินสินบนรางวัลนำจับยาเสพติดให้กับตนเม็ดละ 3 บาท โดยขณะนี้ มียาบ้ารอการลำเลียงเข้ามาในประเทศไทยจำนวนหลายล้านเม็ด พร้อมให้เป็นสายข่าว […]

รวบแก๊งต้มตุ๋น เปิดเพจขายสาริกาลิ้นทองออนไลน์ อ้างนำเข้าจากพม่า แต่ที่แท้ของท่าพระจันทร์

ตำรวจกองบังคับการปราบปราม จับ 3 มิจฉาชีพ หลอกนำเข้าเครื่องรางของขลังจากต่างประเทศ มาเปิดขายออนไลน์ และเปิดเป็นร้านขายที่ จ.ภูเก็ต โดยมีการจ้างดาราที่มีชื่อเสียงมาโฆษณาสินค้า และนำรูปของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาแอบอ้าง จนทำให้มีผู้หลงเชื่อ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 22 ล้านบาท โดยเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 60 พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. แถลงข่าวในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังสามารถจับกุม ผู้ต้องหา ที่ร่วมกันเปิดเพจเฟซบุ๊ก หลอกขายเครื่องรางของขลังออนไลน์ มาได้ 3 ราย คือ น.ส.สุมาลี เลิศวิลัย หรือ เปิ้ล นายประจวบ สุนาพจน์ สามีของ น.ส.สุมาลี และนางพานิตย์ มะลิทอง พร้อมของกลางวัตถุมงคลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อาทิ เทวรูปพระพิฆเนศ, หนูมุสิกะ, สาริกาลิ้นทอง และจี้หยกหัวใจเศรษฐีจำนวนมาก พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวว่า […]

ไหนสปา..ไหนร้านอาหาร!? สาวลำปางเสียรู้ ถูกคู่รักทอม-ดี้หลอกลงทุนสูญ 5 ล้าน พบเหยื่อร่วมชะตากรรมอีกเพียบ

นางภัคภร ด่านตระกูล อายุ 45 ปี ชาวอำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง นำเอกสาร หลักฐานต่างๆ เข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี พร้อมเปิดเผยว่า ตนเองเคยเปิดร้านเสริมสวย อยู่ที่จังหวัดเพชรบุรี และได้รู้จัก น.ส.ภัทรวดี การกสิขวิธี (ทอม) อายุ 37 ปี และน.ส.วัชรี กิ่งตุ้ม อายุ 39 ปี เพราะในช่วงแรกทั้งคู่ได้มาเป็นลูกค้าที่ร้าน จากนั้นมาตีสนิทและเซ้งร้านเสริมสวยของตน ต่อมาทั้งคู่ได้มาชวนตนทำธุรกิจสปาซึ่งจะใช้เงินลงทุนประมาณ เกือบ 20ล้านบาท โดยบอกว่าจะมีนายทุนจากประเทศออสเตรีย ให้เงินมาลงทุน 10 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะช่วยกันร่วมลงทุน พร้อมหลอกให้ไปเปิดบัญชีที่ธนาคารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เมื่อเปิดบัญชีมาแล้วผู้ต้องหาก็ขอเก็บสมุดบัญชีและ ATM ไว้ จนเมื่อต้นปี 60 ได้พาไปดูร้านสปาซึ่งอ้างว่ากำลังก่อสร้าง ตั้งอยู่ภายในโรงแรมชื่อดัง ในอำเภอชะอำ จ.เพชรบุรี จนตนหลงเชื่อทยอยโอนเงินเข้าบัญชี เป็นเงิน 2 ล้าน 8 แสนบาท นอกจากนี้ยังชวนไปลงทุนทำร้านอาหารที่ประเทศออสเตรียโดยอ้างว่ารู้จักเจ้าหน้าที่ที่ทำงานสถานทูต และให้นำลูกไปเรียนที่โน่นด้วย ตนก็หลงเชื่อ และโดนหลอกให้จ่ายเงิน […]

รู้ไม่ทันคน! เจ้าของร้านสินค้าเบ็ดเตล็ด ถูกเพื่อนบ้านตุ๋นนาน 2 ปี สูญเงินไปกว่า 3 ล้าน

นางจำเรียง พรมหู เจ้าของร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ดในตัวเมืองระยอง เข้าพบ นายภีมเดช อมรสุคนธ์ ประธานสิทธิมนุษยชน ภาคตะวันออก เพื่อขอความช่วยเหลือ นางจำเรียง เปิดเผยว่าถูกเพื่อนบ้านหลอกลวงเงินไปกว่า 3 ล้านบาท ทั้งนี้เหตุเกิดเมื่อปลายปี 2558 บุตรชายถูกตำรวจจับในข้อหาบุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน ซึ่งตนเองเป็นห่วงบุตรชาย กลัวบุตรจะถูกจำคุก และพยายามหาทางช่วยเหลือ ต่อมานางเจี๊ยบเพื่อนบ้านทราบเรื่องจึงบอกกับตนว่า รู้จักกับข้าราชการในสำนักงานอัยการ และมีแนวทางช่วยเหลือไม่ให้บุตรชายของตนถูกจำคุก จึงทำให้ตนดีใจ จากนั้นนางเจี๊ยบ จึงออกอุบายบอกว่าต้องใช้เงินให้อัยการเพื่อช่วยเหลือล้มคดี ตนยอมให้เงินนางเจี๊ยบไปหลายครั้งเพื่อช่วยเหลือบุตรชาย รวมเป็นเงิน 7 แสนบาท ต่อมาศาลตัดสินจำคุกบุตรชาย และภายหลังจากที่ศาลตัดสินแล้ว นางเจี๊ยบ ได้มาบอกตนว่า อัยการจะดำเนินคดีกับตน ข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน ซึ่งมีความผิดและจะต้องถูกจำคุก จากนั้นนางเจี๊ยบได้ให้หญิงไม่ทราบชื่อ โทรศัพท์ มาหาตนโดยอ้างว่าเป็นเลขาอัยการ และบอกว่าตนมีความผิดทำให้อัยการเสียหาย จะต้องถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดี ทำให้ตนเกิดความกลัว และยอมให้เงินนางเจี๊ยบ เพื่อปิดบังเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่บอกให้นายภิรมย์ ซึ่งเป็นสามีทราบ จากนั้นตนก็ถูกนางเจี๊ยบ หลอกลวงอย่างต่อเนื่องมาจนถึงเดือนสิงหาคม 2560 ซึ่งตนถอนเงินที่ฝากไว้กับธนาคารจนหมดตัวมาให้กับนางเจี๊ยบ ไปกว่า3 ล้านบาท แต่นางเจี๊ยบ ยังหลอกลวงให้นำทะเบียนรถยนต์ไปขายฝากกับบริษัทไฟน์แน้นท์กว่า 1 แสนบาท […]

เหยื่อมิจฉาชีพร้องดีเอสไอ แก๊งหลอกซื้อรถยนต์ติดไฟแนนซ์ในเฟซบุ๊ก ก่อนเชิดหนีไปกว่า 30 คัน

มีเรื่องมาเตือนภัย สำหรับคนที่ซื้อรถแล้วเอาเข้าไฟแนนซ์ แต่ส่งรถไม่ไหว ไม่รู้จะทำอย่างไร แล้วดันไปเจอนายหน้าในเฟซบุ๊ก มาหลอกว่ารับซื้อรถติดไฟแนนซ์ ก็ยอมขายไป แต่สุดท้าย เมื่อคนกลุ่มนี้ ซื้อรถไปแล้ว ไม่ยอมส่งค่างวดต่อให้ สุดท้ายไฟแนนซ์ มาทวงเงิน และจะยึดรถ แต่ไม่มีรถให้ยึด จนถูกบริษัทไฟแนนซ์ จะฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหาย ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 60 คนที่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพกลุ่มนี้ รวมตัวกันมายื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ช่วยคลี่คลายคดีให้ โดหนึ่งในตัวแทนผู้เสียหาย บอกว่า คดีนี้มีผู้เสียหายรวมกว่า 30 คน ขายรถติดไฟแนนซ์ไปกว่า 30 คัน มูลค่าความเสียหาย 20 ล้านบาท พฤติการณ์ในกรณีคือ ผู้เสียหายส่วนใหญ่ ซื้อรถมาแล้วนำเข้าไฟแนนซ์ แล้วส่งรถไปไหว จากนั้น ไปเห็นโฆษณารับซื้อรถติดไฟแนนซ์ จากเฟซบุ๊ก จึงเห็นว่าหากส่งรถคืนไฟแนนซ์ก็จะไม่ได้เงินคืน แต่หากนำไปขายก็ยังจะได้เงินบางส่วน ประกอบกับนายหน้าดูน่าเชื่อถือ มีการให้คำปรึกษาแบบครบวงจร ว่าสามารถหาคนที่มีประวัติดีมาซื้อรถได้ จึงตัดสินใจนำรถไปขาย แต่หลังจาก ขายไปแล้ว คนที่ซื้อรถต่อ กลับไม่ส่งค่างวด […]

keyboard_arrow_up