ชาวคริสต์ในศรีลังกากลับเข้าโบสถ์ครั้งแรก หลังเหตุโจมตีวันอีสเตอร์

โบสถ์คริสต์หลายแห่งในที่ศรีลังกา ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกโจมตีจากกลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรง จนมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 250 รายเมื่อ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา กลับมาเปิดรับประชาชนเข้ามาประกอบศาสนกิจประจำวันอาทิตย์เป็นครั้งแรก ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รายงานข่าวระบุว่า ทางการศรีลังกาได้ส่งกำลังทหาร รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ มารักษาความปลอดภัย ตามโบสถ์คริสต์หลายแห่งในกรุงโคลอมโบ เพื่อป้องกันการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นซ้ำรอย เมื่อช่วงเทศกาลอีสเตอร์ที่ผ่านมา โดยนอกจากกำลังทหาร-ตำรวจจะทำการลาดตระเวนรอบพื้นที่ของโบสถ์แต่ละแห่งแล้ว ยังมีการตั้งจุดตรวจเช็คกระเป๋ารวมถึงสัมภาระต่าง ๆ เพื่อป้องกัน มิให้มีการพกอาวุธและระเบิดเข้ามาในพื้นที่ ด้านสื่อท้องถิ่นในศรีลังกา รายงานว่า ศาสนิกชนชาวคริสต์ในกรุงโคลอมโบต่างแสดงความมั่นใจต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดของทางการ และยืนยันว่า การเผื่อแผ่ความรัก และการให้อภัย จะเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่จะเอาชนะการก่อการร้ายได้ในที่สุด ทั้งนี้ กลุ่มนักรบรัฐอิสลาม (ไอเอส) ได้ออกคำแถลงผ่านสำนักข่าวอามัค ที่เป็นกระบอกเสียงของตน โดยอ้างว่า นักรบของกลุ่มตนอยู่เบื้องหลังการโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่งและโรงแรมหรูอีก 4 แห่งในศรีลังกาเมื่อ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้โบสถ์คริสต์จำนวนมากพากันประกาศงดการจัดกิจกรรมทางศาสนา ขณะที่โรงเรียนของชาวคริสต์นิกายคาทอลิกหลายแห่งก็ประกาศปิดการเรียนการสอน เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

‘ไอเอส’ อ้างอยู่เบื้องหลัง เหตุระเบิดโจมตีชาวคริสต์ในศรีลังกา

สำนักข่าวอามัค ที่เป็นกระบอกเสียงของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) เผยแพร่คำแถลงที่ระบุว่า กลุ่มไอเอสอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่มีชาวคริสต์ในศรีลังกาเป็นเป้าหมาย โดยระบุ นักรบของกลุ่มตนได้พลีชีพจากการโจมตีพวกนอกศาสนาในครั้งนี้ โดยความเคลื่อนไหวของไอเอสครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่เกิดเหตุระเบิดโจมตีรวมแล้วกว่า 10 จุดตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมาในศรีลังกา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 321 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 500 คน ขณะที่ชาวศรีลังกา ร่วมกันประกอบพิธีฝังศพหมู่ในวันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา รายงานข่าวระบุว่า บรรยากาศของการจัดพิธีฝังศพหมู่เป็นไปอย่างโศกเศร้า โดยที่บรรดาสมาชิกในครอบครัวของผู้เสียชีวิตต่างยังคงร่ำไห้ต่อความสูญเสีย จากเหตุโจมตีระลอกนี้ ที่ถือเป็นเหตุการณ์นองเลือดที่สุดของศรีลังกา นับตั้งแต่ที่สงครามกลางเมืองกับกลุ่มกบฏพยัคฆ์ทมิฬอีแลม สิ้นสุดลงไปเมื่อ 10 ปีก่อน ด้านรัฐบาลศรีลังกา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และให้อำนาจแก่ทหาร-ตำรวจ ในการกวาดล้างจับกุมกลุ่มติดอาวุธที่อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีทั้ง 9 จุด รวมถึงมีการสั่งบล็อกเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์เพื่อป้องกันข่าวลือต่าง ๆ ที่อาจถูกแชร์ต่อและทำให้เกิดความตื่นตระหนกในหมู่ประชาชน ล่าสุดมีการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 40 คนที่คาดว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีที่เกิดขึ้นตลอด 2 วันที่ผ่านมา ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงของศรีลังกา ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ พวกเขาได้รับคำเตือนจากสำนักงานสืบสวนกลางสหรัฐฯ(เอฟบีไอ) รวมถึงหน่วยข่าวกรองของหลายประเทศ ที่เตือนล่วงหน้าหลายสัปดาห์ ถึงความเป็นไปได้ในการก่อเหตุโจมตีทั้ง 9 […]

ชาวปารีสรวมตัวปล่อยลูกโป่งขึ้นฟ้า รำลึกเหยื่อก่อการร้ายปี 58

กรุงปารีสของฝรั่งเศสจัดพิธีครบรอบ 3 ปีเหตุก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในปี 2558 ด้วยการปล่อยลูกโป่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น โดยพิธีรำลึกจัดขึ้นอย่างสงบในกรุงปารีส มีการปล่อยลูกโป่งจำนวน 130 ลูก ซึ่งเท่ากับจำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุก่อการร้ายระเบิดฆ่าตัวตาย นอกสนามสตาดเดอฟร็องส์ ระหว่างการแข่งขันฟุตบอล ก่อนเกิดเหตุกราดยิง และระเบิดฆ่าตัวตายอีกครั้งที่คาเฟ่และร้านอาหารใจกลางเมืองตามมา ถือเป็นเหตุก่อการร้ายที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 หลังเกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตจำนวน 130 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 400 คน โดยหลายคนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ผู้ก่อเหตุจำนวน 7 คน ซึ่งส่วนใหญ่ถือสัญชาติฝรั่งเศสและเบลเยียมเสียชีวิตเช่นกัน การสืบสวนทราบภายหลังว่า หลายคนเคยต่อสู้ในซีเรียและทั้งหมดเป็นสมาชิกกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส หลังเกิดเหตุ กลุ่มรัฐอิสลามออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีในกรุงปารีส โดยบอกว่าเป็นการแก้แค้นที่ฝรั่งเศสเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีกลุ่มก่อการร้ายทางอากาศในซีเรียและอิรัก ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ชาวอินโดฯ สวดไว้อาลัยเหยื่อระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์-ยกระดับความปลอดภัยทั่วประเทศ

ชาวมุสลิมในอินโดนีเซียได้มารวมตัวกันที่มัสยิดอิสติกลัลในกรุงจาการ์ตาในช่วงก่อนเริ่มการถือศีลอดเพื่อสวดมนต์ไว้อาลัยให้กับเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุก่อการร้ายที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงนี้ ทั้งเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่งในเมืองสุราบายา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 40 คน และเหตุกลุ่มคนร้าย 4 คนใช้ดาบซามูไรไล่แทงตำรวจในเมืองเปกันบารู ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ จนทำให้มีตำรวจเสียชีวิต 1 นาย และมีตำรวจบาดเจ็บอีก 2 นาย ซึ่งกลุ่มไอเอสได้ออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีทั้งสองแห่ง ในเวลานี้ตำรวจอินโดนีเซียสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยเหตุระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์ได้แล้ว 13 ราย แต่ยังไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มผู้ต้องสงสัยกับกลุ่มไอเอส โดยเหตุระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์ดังกล่าวเป็นฝีมือของครอบครัวชาวอินโดนีเซีย ที่พ่อแม่และลูก ๆ อีก 4 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 9 ถึง 18 ปีร่วมกันขับรถจักรยานยนต์ และแยกย้ายกันไปก่อเหตุตามโบสถ์คริสต์ต่างๆ ขณะที่ทางการอินโดนีเซียได้ยกระดับรักษาความปลอดภัยตามสนามบิน และตามพื้นที่สำคัญต่าง ๆ ทั่วประเทศเพื่อป้องกันเหตุโจมตี หลังเกิดเหตุก่อการร้ายต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

ครอบครัวอินโดฯ อยู่เบื้องหลังระเบิดโจมตีสนง.ตำรวจ เผยคำสั่งกลุ่มไอเอส

ตำรวจอินโดนีเซียเปิดเผยว่าเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีสำนักงานตำรวจเมืองสุราบายา ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันนี้ (14 พ.ค. 61) เป็นฝีมือของครอบครัวชาวอินโดนีเซียที่มีสมาชิก 5 คน โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุขับรถจักรยานยนต์ 2 คันเข้ามาในบริเวณด่านตรวจของสำนักงานตำรวจจากนั้นก็ได้จุดชนวนระเบิด ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุได้นำเด็กหญิงวัย 8 ขวบนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาด้วย โดยเด็กหญิงคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บและเป็นเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตจากเหตุโจมตี เหตุระเบิดนี้ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 10 คน ในจำนวนนี้เป็นตำรวจ 4 นาย และเป็นพลเรือน 6 คน ตำรวจอินโดนีเซียยังเปิดเผยด้วยว่าครอบครัวที่ก่อเหตุนี้ได้รับคำสั่งมาจากกลุ่มไอเอสในอิรักและซีเรียให้ก่อเหตุล้างแค้นให้กับสมาชิกกลุ่มติดอาวุธในอินโดนีเซียที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มไอเอสที่ถูกจับกุม โดยรูปแบบการก่อเหตุนี้ก็คล้ายกับเหตุระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่งในเมืองสุราบายา ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 17 ราย บาดเจ็บอีก 44 คน ซึ่งเหตุโจมตีดังกล่าวเป็นฝีมือของครอบครัวชาวอินโดนีเซีย 6 คน ที่ทั้งพ่อแม่และลูก ๆ อีก 4 คนลงมือจุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตาย และจากการสอบสวนก็พบว่าครอบครัวนี้เคยเดินทางไปซีเรียด้วย ขณะที่ทางการอินโดนีเซียได้เพิ่มการรักษาความปลอดภัย โดยได้มีการเพิ่มกำลังตำรวจและทหารดูความปลอดภัยทั่วประเทศ หลังเกิดเหตุระเบิดโจมตีต่อเนื่องในช่วงนี้

ระเบิดฆ่าตัวตายกลางหน่วยเลือกตั้งอัฟกันฯ ดับ 48 ศพ ‘ไอเอส’ รับอยู่เบื้องหลัง

เกิดเหตุโจมตีโดยมือระเบิดฆ่าตัวตายรายหนึ่ง บริเวณด้านนอกหน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่งในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 48 ราย และมีแนวโน้มที่ยอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากในจำนวนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 50 คนนั้น มีหลายคนที่อาการสาหัส รายงานข่าวระบุว่า ผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่ยืนต่อแถวรอลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ขณะที่เครือข่ายของกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอัฟกานิสถาน ออกมาแถลงอ้างตัวว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีในครั้งนี้ ด้านโฆษกกระทรวงมหาดไทยอัฟกานิสถานแถลงว่า มือระเบิดฆ่าตัวตายที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ ได้เดินเท้าเข้ามายังพื้นที่หน่วยเลือกตั้ง ก่อนจุดระเบิดที่ผูกติดไว้กับตัวเอง เหตุโจมตีโดยมือระเบิดฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้น กลายเป็นข่าวร้ายที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลอัฟกานิสถานภายใต้การนำของประธานาธิบดีอัชราฟ กานี ที่มีแผนจัดการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาในเดือนตุลาคมปีนี้ ขอบคุณภาพ TRT World

โปสเตอร์ขู่บึ้มรถไฟนิวยอร์ก ว่อนทั่วเน็ต! ด้าน ‘ไอเอส’ ปัดไม่ได้ทำ

มีการเผยแพร่ภาพในสังคมออนไลน์ของเครือข่ายกลุ่มก่อการร้าย เป็นภาพชายสวมเสื้อยืดสะพายเป้ มีข้อความเขียนเป็นภาษาอังกฤษและอาหรับว่า “คุณไม่มีทางเดาได้ว่าเราจะโจมตีที่หมายใด” ด้านหลังเป็นสถานีรถไฟใต้ดินบรู๊คลิน ในนิวยอร์ก มีระเบิดวางที่โคนเสาและยังมีคำว่าไอซิสเขียนอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม กลุ่มวาฟา ซึ่งเป็นสื่อกระบอกเสียงของไอเอสยืนยันว่าไม่ได้เป็นคำขู่ของกลุ่มตน ก่อนหน้านี้ เคยมีการเผยแพร่โปสเตอร์ขู่โจมตีฟุตบอลโลก 2018 ที่กำลังจะจัดขึ้นที่รัสเซีย โดยเป็นภาพการเล็งเป้าที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่ยืนอยู่บนโพเดียมกลางสนามกีฬา ด้านล่างมีข้อความเขียนว่า ปูตินจะต้องรับผิดชอบที่ฆ่าชาวมุสลิม

คาร์บอมบ์สนง.องค์กร ‘เซฟ เดอะ ชิลเดรน’ ในอัฟกานิสถาน คาดเอี่ยวไอเอส

เกิดเหตุโจมตีด้วยระเบิดคาร์บอมบ์ บริเวณสำนักงานขององค์กรการกุศลเพื่อเด็ก “เซฟ เดอะ ชิลเดรน” (Save The Children) ที่เมืองจาลาลาบัด ทางตะวันออกของอัฟกานิสถานวันนี้ (24 ม.ค.) ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บนับสิบคน ซึ่งหลายคนในจำนวนนี้มีอาการสาหัส รายงานข่าวระบุว่า นอกจากเหตุคาร์บอมบ์ดังกล่าวแล้วยังมีรายงานว่า พบกลุ่มมือปืนไม่ทราบฝ่ายพยายามหลบหนีออกจากพื้นที่เกิดเหตุ และเกิดการยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่จากกองกำลังความมั่นคงของอัฟกานิสถาน ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดถูกนำตัวส่งไปรักษายังโรงพยาบาลในพื้นที่ โดยทางการท้องถิ่นยังไม่สามารถสรุปได้ว่า องค์กรการกุศล “เซฟ เดอะ ชิลเดรน” คือเป้าหมายของการโจมตีที่แท้จริงหรือไม่ เนื่องจากบริเวณที่เกิดเหตุเป็นที่ตั้งขององค์กรและหน่วยงานระหว่างประเทศหลายแห่ง ขณะที่รัฐบาลอัฟกานิสถานระบุว่า กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีในครั้งนี้ เนื่องจากนักรบของกลุ่มไอเอสเคยเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่เมืองจาลาลาบัดและจังหวัดนันการ์ฮาร์

‘มือระเบิดพลีชีพ’โจมตีหน่วยข่าวกรองอัฟกันฯ ทำปชช.ดับ 3 ราย ‘ไอเอส’ อ้างเป็นผู้ลงมือ

วันนี้ (25 ธ.ค. 60) เกิดเหตุมือระเบิดฆ่าตัวตายบุกเข้าโจมตีอาคารสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของอัฟกานิสถาน ในกรุงคาบูล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง รายงานข่าวซึ่งอ้างเจ้าหน้าที่ของทางการอัฟกานิสถานระบุว่า มือระเบิดฆ่าตัวตายรายนี้เดินเท้าเข้ามายังที่ตั้งของสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ก่อนจะจุดระเบิดที่ผูกติดไว้กับตัวเอง ใกล้กับบริเวณประตูทางเข้า ล่าสุดกลุ่มนักรบรัฐอิสลาม (ไอเอส) ออกคำแถลงผ่านสำนักข่าวอามัคที่เป็นกระบอกเสียงของตน อ้างว่า นักรบของตนเป็นผู้ลงมือก่อเหตุโจมตีในครั้งนี้ ด้านสื่อท้องถิ่นรายงานว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายจากการโจมตีของมือระเบิดฆ่าตัวตายครั้งนี้ล้วนเป็นประชาชนที่เดินผ่านมาบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ข่าวกรองได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ขณะที่ทางการอัฟกานิสถานกำลังตรวจสอบศพของมือระเบิดเพื่อระบุตัวตนของเขา  

เฮ้ยแบบนี้ก็ได้…? กลุ่มนักรบไอเอสเผย ‘โปสเตอร์’ ขู่ก่อการร้ายช่วงเทศกาลคริสต์มาส-ปีใหม่

กลุ่มไอเอสได้เปิดเผยภาพโปสเตอร์ ซึ่งเป็นภาพตัดต่อของกลุ่มนักรบไอเอส พร้อมอาวุธครบมืออยู่ตามสถานที่ช้อปปิ้ง และสถานที่จัดงานฉลองคริสต์มาส และนับถอยหลังปีใหม่ตามประเทศต่างๆ ทั้งถนนอ็อกซ์ฟอร์ด สตรีทในกรุงลอนดอนของอังกฤษ หอไอเฟลในกรุงปารีสของฝรั่งเศส และย่านไทม์สแควร์ ในนครนิยอร์กของสหรัฐฯ เพื่อเป็นการขู่ว่า กลุ่มไอเอสจะลงมือก่อการร้ายตามสถานที่ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่จะมาจับจ่ายซื้อของช่วงคริสต์มาส และฉลองปีใหม่ นอกจากนี้ กลุ่มไอเอสยังได้ขู่บรรดาแฟนบอลว่าจะก่อเหตุร้ายในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก ที่รัสเซียจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในปีหน้าด้วย คำขู่ล่าสุดของกลุ่มไอเอสครั้งนี้ ถือว่าสอดคล้องกับคำเตือนของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ที่เคยเตือนให้พลเรือนชาวอเมริกันระมัดระวังตัวเป็นพิเศษในการเดินทางท่องเที่ยวในยุโรปช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่นี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่กลุ่มไอเอสในยุโรปอาจลงมือก่อเหตุร้ายในช่วงเวลาดังกล่าว โดยจะพุ่งเป้าไปที่ตลาดคริสต์มาส ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งมีผู้คนพลุกพล่าน และมีการดูแลความปลอดภัยที่ค่อนข้างหละหลวม โดยก่อนหน้านี้กลุ่มไอเอสเคยออกมาว่าอ้างว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีตามเมืองต่างๆในยุโรปอยู่บ่อยครั้ง.

สหรัฐฯ ตั้งข้อหา ‘ก่อการร้าย’ คนขับรถพุ่งชนในนิวยอร์ก คาดเลียนแบบกลุ่มไอเอส

นายเซย์ฟุลโล ไซปอฟ วัย 29 ปี ผู้ก่อขับรถกระบะพุ่งชนผู้คนบนทางจักรยานในย่านโลเวอร์แมนฮัตตันของนครนิวยอร์กถูกอัยการตั้งข้อหาก่อการร้าย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บอีก 12 ราย นอกจากนี้ นายไซปอฟยังถูกกล่าวหาว่าจัดหาวัสดุ และทรัพยยากรให้กับกลุ่มไอเอส โดยนายไซปอฟยอมรับว่าวางแผนก่อเหตุเป็นเวลา 2 เดือน และจงใจก่อเหตุกลางถนนในวันฮาโลวีน ซึ่งเขาลงมือวางแผนก่อเหตุตามขั้นตอนที่กลุ่มไอเอสโพสข้อมูลตามช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ขณะที่ตำรวจเปิดเผยว่าพบคลิปวิดีโอราว 90 คลิปในโทรศัพท์ของเขา ซึ่งเป็นวิดีโอโฆษณาชวนเชื่อที่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของกลุ่มไอเอส โดยในเวลานี้ตำรวจก็สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นชายชาวอุซเบกิสถานได้ 1 ราย ที่คาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับเหตุขับกระบุพุ่งชนฝูงชน แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าว ก่อนหน้านี้ชื่อของนายไซปอฟเคยพัวพันกับการสอบสวนต่อต้านก่อการร้ายของสำนักงานสอบสวนกลาง หรือ เอฟบีไอเมื่อปี 2015 ซึ่งในเวลานั้นนายไซปอฟเคยติดต่อกับกลุ่มหัวรุนแรง ซึ่งเป็นชาวอุซเบกิสถาน แต่ไม่มีข้อมูลระบุว่าเขาถูกเอฟบีไอเรียกตัวมาสอบสวนด้วยหรือไม่ ขณะที่ทางการอุซเบกิสถานประกาศพร้อมให้ข้อมูล และความช่วยเหลือสหรัฐฯ ในการสอบสวนอย่างเต็มที่ เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นชาวอุซเบกิสถานที่อพยพเข้ามาในสหรัฐฯเมื่อปี 2010

ฝรั่งเศส-แคนาดา เร่งตรวจสอบเหตุโจมตีในประเทศ คาด! เป็นฝีมือกลุ่ม ‘ไอเอส’

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 60 เกิดเหตุมือมีดไล่แทงประชาชนที่สถานีรถไฟเมืองมาร์เซย์ ประเทศฝรั่งเศส ล่าสุดทางการฝรั่งเศสยืนยันเป็นการกระทำของ “ผู้ก่อการร้าย” พร้อมยืนยัน คนร้ายเป็นชายวัยอายุราว 30 ปีเศษและมีเชื้อสายมาจากรัฐอาหรับแถบทวีปแอฟริกาตอนเหนือ ขณะที่ตำรวจแคนาดาพบข้อมูลเหตุโจมตีที่เมืองเอ็ดมอนตันเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ เกี่ยวข้องลัทธิก่อการร้ายเช่นกัน เชราร์ โกยองบ์ รัฐมนตรีมหาดไทยของฝรั่งเศส เผยต่อผู้สื่อข่าวที่เมืองมาร์เซย์ โดยระบุ มีสตรีวัย 17 และ 20 ปีเสียชีวิตจากการโจมตีของมือมีดรายนี้รวม 2 ศพ ซึ่งหนึ่งในจำนวนนี้ถูกปาดคอ ขณะที่อีกรายถูกแทงที่ท้องจนเสียชีวิต ส่วนคนร้ายถูกสมาชิกกองกำลังความมั่นคงของฝรั่งเศสยิงเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยพยานผู้เห็นเหตุการณ์ภายในสถานีรถไฟหลักของเมืองมาร์เซย์ระบุว่า ได้ยินเสียงมือมีดรายนี้ตะโกนถ้อยคำสรรเสริญพระอัลเลาะห์เป็นภาษาอาหรับว่า “อัลลอหุ อักบัร” ก่อนใช้มีดแล่เนื้อ วิ่งไล่ทำร้ายผู้คนอย่างบ้าคลั่ง ด้านสำนักข่าวอามัค ที่เป็นกระบอกเสียงของกลุ่มนักรบรัฐอิสลาม (IS) ซึ่งมีฐานอยู่ในซีเรียและอิรัก รายงานโดยอ้างว่า มืดมีดที่ก่อเหตุโจมตีบริเวณสถานีรถไฟเมืองมาร์เซย์ทางภาคใต้ของฝรั่งเศส เป็นสมาชิกของกลุ่มตน ส่วนที่แคนาดา ตำรวจกำลังสืบสวนเหตุโจมตีที่เมืองเอ็ดมอนตันซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย หลังจากที่ชายคนหนึ่งขับรถพุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยังใช้มีดจ้วงแทงตำรวจรายนี้เมื่อวันเสาร์ (30 ก.ย.) ที่ผ่านมา ก่อนจะขับรถอีกคันหนึ่งพุ่งชนคนเดินเท้าอีก 4 ราย จนถึงขณะนี้ ทางตำรวจแคนาดาเชื่อว่า คนร้ายรายนี้ซึ่งถูกจับกุมได้แล้ว […]

รัสเซียอวดคลิปยิงถล่มขบวน ‘นักรบไอเอส’ ตายเกลื่อนกว่า 200 คน

เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 60 กระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยแพร่คลิปวิดีโอยิงถล่มขบวนรถบรรทุกอาวุธหนักและนักรบไอเอส (IS) จนเสียชีวิตไปกว่า 200 คน โดยนักรบไอเอสกลุ่มนี้กำลังเดินทางไปยังเมืองเดียร์เอซซอร์ เพื่อรวมกลุ่มและปักหลักปกป้องฐานที่มั่นสุดท้ายในซีเรีย หลังพ่ายแพ้ในศึกที่จังหวัดรักกาและฮอมมาก่อนหน้านี้   ด้านอดีตรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย นายเซอร์เกย์ ชอยกู ได้ให้ความเห็นว่าหากกลุ่มไอเอสแพศึกที่เดียร์เอซซอร์อีก ก็อาจจะเป็นจุดจบของการสถาปนารัฐอิสลามของไอเอสแล้วก็ได้.

‘ไอเอส’ สิ้นท่า! ซีเรีย-อิรักยึดคืน 3 เมืองยุทธศาสตร์ ‘อเลปโป,รักกา,โมซูล’ ได้สำเร็จ

รัฐบาลซีเรียสามารถยึดเมืองอเลปโป และรักกาคืนจากกลุ่มไอเอสได้สำเร็จ ขณะที่นายกรัฐมนตรีอิรักประกาศฉลองชัยชนะเหนือกลุ่มไอเอสอย่างเป็นทางการ หลังยึดคืนเมืองโมซูลสำเร็จ กองทัพซีเรียเปิดเผยว่า สามารถยึดถนนที่เป็นเส้นทางระหว่างเมืองฮามาห์ และรักกา รวมทั้งยังสามารถยึดเมืองอเลปโปและรักกาคืนมาได้สำเร็จ หลังเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีกลุ่มไอเอสเมื่อเดือนที่ผ่านมาจนถึงช่วงต้นเดือนนี้ โดยหลังจากกำจัดกลุ่มไอเอสออกจากพื้นที่แล้ว กองทัพซีเรียก็จะวางกำลังเจ้าหน้าที่ประจำการตามถนนสายหลักต่างๆ ที่เชื่อมโยงระหว่างเมืองฮามาห์ และรักกาด้วย อย่างไรก็ดี แม้ว่ากองทัพซีเรียจะสามารถใช้กำลังทางทหารโจมตีกลุ่มไอเอสในหลายปฏิบัติการ แต่จนถึงขณะนี้กองทัพซีเรียยังไม่เปิดเผยว่าจะดำเนินปฏิบัติการต่อในพื้นที่ใด เพียงแต่ระบุว่าจะเดินหน้าปราบปรามต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายต่อไป ขณะที่นายกรัฐมนตรีไฮเดอร์ อัล-อาลาดี ผู้นำอิรักได้ประกาศฉลองชัยชนะเหนือกลุ่มไอเอสอย่างเป็นทางการ หลังกองทัพอิรักสามารถยึดเมืองโมซูลคืนจากลุ่มไอเอสได้สำเร็จ หลังจากที่กลุ่มไอเอสยึดครองเมืองดังกล่าวมานานถึง 3 ปี โดยกองทัพอิรักใช้กำลังทหารบุกเข้ายึดเมืองโมซูลคืนนานถึง 9 เดือน โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทัพของกลุ่มประเทศพันธมิตร ที่นำโดยสหรัฐฯ ซึ่งปฏิบัติการสู้รบดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตไปหลายพันคน และทำให้มีพลเรือนชาวอิรักต้องพลัดถิ่นกว่า 920,000 คน นายกรัฐมนตรีอิรักระบุด้วยว่า รัฐบาลยังมีภารกิจสำคัญมากมายที่ต้องทำ ทั้งเรื่องการสร้างเสถียรภาพ และกวาดล้างกลุ่มไอเอสให้หมดสิ้น ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยข่าวกรอง การสร้างความมั่นคงและความสามัคคีเพื่อต่อสู้กับกลุ่มไอเอส

ยอดปชช.หนีตายจากเมืองมาราวีพุ่งเฉียด 2.5 แสนคน “ดูเตอร์เต้” โผล่ให้คำมั่นไม่เลิกรบจนกว่าชนะ

  กองทัพฟิลิปปินส์แถลงในวันพุธ (28 มิ.ย.) ระบุ ประชาชนจำนวนกว่า 246,000 คนต้องกลายสภาพเป็นผู้อพยพจากวิกฤตความขัดแย้งและการสู้รบที่ยืดเยื้อมานาน 6 สัปดาห์ที่เมืองมาราวี ซิตี้  นับตั้งแต่ที่กลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ “เมาเต” ที่ประกาศสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในซีเรียและอิรัก ได้บุกเข้ายึดเมืองแห่งนี้เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา   คำแถลงของเรสติตูโต  ปาดิญา  โฆษกกองทัพฟิลิปปินส์ระบุด้วยว่า   มีสมาชิกกองกำลังความมั่นคงฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นกองกำลังผสมทหาร-ตำรวจเสียชีวิตจากการสู้รบกับกลุ่มเมาเตไปแล้ว 71 นาย  และพบประชาชนถูกกลุ่มติดอาวุธเมาเตสังหารอย่างน้อย 27 ราย  ขณะที่จำนวนนักรบของกลุ่มติดอาวุธดังกล่าวที่ถูกกองทัพสังหารได้มีจำนวน 299 ราย     ก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน  กองทัพฟิลิปปินส์เปิดเผยข้อมูลว่า พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่า กลุ่มติดอาวุธเมาเตบังคับให้ชาวบ้านในพื้นที่จับอาวุธก่อเหตุปล้นบ้านเรือน ร้านค้า เพื่อนำสิ่งของมีค่า   มามอบให้กับกลุ่มเมาเต   และพบการบังคับสตรีในพื้นที่เป็น “ทาสบำเรอกาม”   ด้านประธานาธิบดีโรดริโก้ ดูเตอร์เต  ผู้นำฟิลิปปินส์ ซึ่งปรากฏตัวครั้งแรกต่อสาธารณชนในวันอังคาร (27) หลังเก็บตัวเงียบมานานกว่าสัปดาห์  ออกมาแถลงยอมรับว่า  กลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์กลุ่มนี้ มีเครือข่าย […]

กองทัพปินส์อ้าง 2 พี่น้องผู้นำกลุ่มเมาเต “ตายแล้ว” ทรัมป์ประกาศช่วยทางเทคนิคกวาดล้างกลุ่มก่อการร้าย

  กองทัพฟิลิปปินส์เผยในวันเสาร์ (10 มิ.ย.) ระบุ กำลังตรวจสอบรายงานข่าวกรองที่ระบุว่า อับดุลลาห์ เมาเต และโอมาร์ เมาเต  สองพี่น้องซึ่งเป็นผู้นำของกลุ่มติดอาวุธเมาเต อาจเสียชีวิตแล้ว   จากการสู้รบกับกองกำลังความมั่นคงฟิลิปปินส์ในพื้นที่เมืองมาราวี ซิตี้     พร้อมเผยตั้งเป้ากวาดล้างกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์กลุ่มนี้ให้สิ้นซากภายในวันที่ 12 มิ.ย.นี้   พันโท โฮ-อาร์ เอร์เรรา  โฆษกกองทัพฟิลิปปินส์ ออกมาแถลงในวันเสาร์ (10) โดยยืนยันว่า ข้อมูลด้านการข่าวล่าสุดบ่งชี้ว่า  อับดุลลาห์และโอมาร์ เมาเต  สองพี่น้องที่เป็นผู้นำกลุ่มติดอาวุธที่บุกยึดเมืองมาราวี ซิตี้ บนเกาะมินดาเนามาตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา   อาจเสียชีวิตแล้ว จากการยิงปะทะกับฝ่ายเจ้าหน้าที่    แต่ทางกองทัพขอตรวจสอบอีกชั้นหนึ่งก่อนจะประกาศข่าวนี้อย่างเป็นทางการต่อสาธารณชนต่อไป   ขณะเดียวกัน  พันโท เอร์เรรายังเผยว่า ทางกองกำลังความมั่นคงฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นกองกำลังผสมระหว่างทหารและตำรวจตั้งเป้าจะกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธเมาเตให้สิ้นซากภายในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ ซึ่งตรงกับ “วันเอกราชแห่งชาติ”   ของฟิลิปปินส์พอดี   ความเคลื่อนไหวล่าสุดของกองทัพฟิลิปปินส์ในวันเสาร์ (10) มีขึ้นหลังจากที่มีรายงานการเสียชีวิตของทหารนาวิกโยธินฟิลิปปินส์ถึง 13 นายในวันเดียว หลังจากที่ทั้งหมดถูกสังหารระหว่างการสู้รบกับกลุ่มติดอาวุธเมาเตในเมืองมาราวี ซิตี้เมื่อวันศุกร์ (9) […]

มือระเบิดฆ่าตัวตายหญิง ก่อเหตุโจมตีกลางตลาดในอิรัก ดับอย่างน้อย 30 ศพ บาดเจ็บอื้อ

เกิดเหตุโจมตีโดยมือระเบิดฆ่าตัวตายที่เป็นผู้หญิงรายหนึ่ง กลางตลาดที่มีผู้คนพลุกพล่าน ทางตะวันออกของเมืองเคอร์บาลา (หรือคาร์บาลา)ซึ่งเป็นนครศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ในอิรักในวันศุกร์ (9 มิ.ย.) เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 35 คน ซึ่งผู้บาดเจ็บหลายคนในจำนวนนี้ มีอาการสาหัส   รายงานซึ่งอ้างเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของอิรักระบุว่า  มือระเบิดฆ่าตัวตายรายนี้เป็นผู้หญิงที่นำระเบิดผูกติดไว้กับตัวและสวมใส่เสื้อคลุมแบบเต็มตัวทับอีกชั้นหนึ่ง   ด้านกลุ่มนักรบรัฐอิสลาม (ไอเอส) ออกคำแถลงผ่านสำนักข่าวอามัค ที่เป็นกระบอกเสียงของตน อ้างว่า เหตุโจมตีที่นอกเมืองเคอร์บาลาครั้งนี้ เป็นฝีมือของกลุ่มตน   ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นในขณะที่นักรบกลุ่มไอเอสกำลังตกอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบในการสู้รบกับกองกำลังความมั่นคงของรัฐบาลอิรักที่มีสหรัฐฯหนุนหลัง และมีแนวโน้มว่า กลุ่มไอเอสอาจต้องสูญเสียเมืองโมซุล ที่ถือเป็นเมืองหลวงของกลุ่มไอเอสในอิรักในไม่ช้านี้   คลิปวิดีโอ ขอบคุณ TRT World

กลุ่มไอเอสยัน ฆ่าทิ้ง 2 คุณครูชาวจีนในปากีสถาน

กลุ่มนักรบรัฐอิสลาม (ไอเอส) เผยแพร่คำแถลงผ่านสำนักข่าว “อามัค” ที่เป็นกระบอกเสียงของตน  ยืนยันได้ลงมือสังหารพลเมืองจีน 2 ราย (ชาย 1, หญิง 1) ไปแล้ว   หลังจากที่พลเมืองจีนทั้งสองรายซึ่งมีอาชีพเป็น “ครู” ได้ถูกนักรบไอเอสในปากีสถานซึ่งปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลักพาตัวไปตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมาในพื้นที่เมืองเก็ตต้า    แคว้นบาลูจิสถานของปากีสถาน   แม้จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของการเสียชีวิตของครูชาวจีนทั้งสองราย  แต่แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของทางการปากีสถานเผยในวันพฤหัสบดี (8 มิ.ย.) ว่า  ทั้งคู่ถูกนักรบของกลุ่มไอเอสสังหารด้วยวิธี “ฆ่าตัดศีรษะ”  และว่า ทางการปากีสถานจะดำเนินทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อนำศพของครูชาวจีนทั้งสองรายส่งกลับไปให้กับครอบครัวในแดนมังกร   ล่าสุด นางหัว ชุนหยิง  โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ออกมาแถลงที่กรุงปักกิ่ง ยืนยันข่าวการเสียชีวิตของคุณครูชาวจีนทั้งสองรายซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อ  และยืนยันว่า  ข่าวการเสียชีวิตของพลเมืองจีนทั้งสองรายจะไม่กระทบต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐบาลจีนและปากีสถาน  รวมถึงจุดยืนของรัฐบาลจีนในการต่อสู้กับลัทธิก่อการร้าย   คลิปวิดีโอ 1 ขอบคุณ Neo Tv Network – Official       คลิปวิดีโอ 2 ขอบคุณ   […]

keyboard_arrow_up