“Giant African Snail” หอยตัวบิ๊กๆ ที่หลายคนข้าใจผิด เพราะคิดว่ามันเป็นของไทย

เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นตากับเจ้าหอยทากตัวใหญ่ที่มาพร้อมเปลือกสีน้ำตาล ซึ่งมักเห็นคลานไปทั่วในช่วงหน้าฝน จนหลายคนอาจเผลอคิดว่ามันคงเป็นหอยทากของไทยเรานี่แหละ แต่ความจริงหอยที่เราเห็นกันอยู่นั้นมันคือ Giant African Snail หรือ หอยทากยักษ์แอฟริกัน ซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ฝั่งตะวันออกของแอฟริกา และถูกนำเข้ามาในประเทศไทยเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงาม เพราะนักเลี้ยงสัตว์แปลกจำนวนมากชื่นชอบในขนาดที่ใหญ่โตอลังการและลวดลายบนเปลี่ยนของมัน แต่ถึงจะชื่นชอบมากแค่ไหน ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ออกจะน่ากลัวมากกว่าน่ารัก และยังออกลูกเก่งไม่ใช่เล่น จึงทำให้มีหอยจำนวนหนึ่งถูกนำมาปล่อยในธรรมชาติ เพราะคิดว่าคงจะมีนกหรือตัวอะไรมากินมันจนหมดไปเอง แต่ด้วยธรรมชาติของเจ้าหอยพวกนี้ที่มักออกหากินเฉพาะตอนกลางคืนที่มีอากาศเย็นและชื้นกว่า จึงทำให้พวกมันแทบไม่เจอนกหรือสัตว์นักล่าอื่นๆ เลย และมีข้อมูลการเริ่มระบาดในกรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2500 ก่อนที่จะหอยเหล่านี้จะรุกรานไปทั่วประเทศในปี พ.ศ. 2515 ไม่เพียงแค่ในเมืองไทยเท่านั้นที่โดยหอยทากยักษ์แอฟริการุกรานแบบเบ็ดเสร็จ เพราะเจ้าหอยที่ดูไม่มีพิษภัยชนิดนี้ได้สร้างปัญหาบนพื้นที่การเกษตรหลายแห่งทั่วโลก และยังติดอันดับ 1 ใน 100 สายพันธุ์รุกรานที่ควบคุมยากที่สุดในโลก และในสหรัฐอเมริกาเองก็จัดให้มันเป็นจัดเป็นของผิดกฏหมายที่ห้ามไม่ให้มีการนำเข้า แต่ถึงอย่างนั้นหอยชนิดนี้ถูกลักลอบนำเข้ามาที่สหรัฐฯ ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2509 เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงในเมืองไมอามี่ รัฐฟลอริด้า จำนวน 3 ตัว แต่หลังจากนั้นมันถูกปล่อยทิ้งไปอยู่ในสวน และอีก 7 ปีต่อมา ก็มีหอยชนิดนี้เพิ่มขึ้นเป็น 18,000 ตัว และทางการของรัฐฟลอริด้าต้องเสียเงินไปมากกว่า 1 ล้านเหรียญ และใช้เวลามากกว่า […]

เก็บทุกเม็ด!! ศรีสุวรรณจี้ กกต. เอาผิด “ธนาธร” เหตุไม่ใช่นักการเมืองคนแรกโอนหุ้นให้ Blind trust

วันนี้เวลา 10.00 น.ที่สำนักงาน กกต. นายศรีวุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ไต่สวน สอบสวนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หน.พรรคอนาคตใหม่ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 มี.ค.62 นายธนาธร ได้เปิดแถลงข่าว เพื่อเผยแพร่แนวทางการจัดการทรัพย์สินของตนเองในการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง ณ ห้องแถลงข่าวของพรรคฯ ในที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ ชั้น 7 อาคารไทยซัมมิททาวเวอร์ โดย นายธนาธร ได้กล่าวอ้างว่า กรณีการบริหารจัดการทรัพย์สินของตนที่ถือหุ้นธุรกิจเครือซัมมิทมูลค่า 5 พันล้านบาทว่าจะใช้แนวทาง Blind trust คือโอนทรัพย์สินไปให้ trust หรือ กองทุน เป็นผู้ดูแล ส่วนใหญ่จะให้ บริษัท phatara asset management ทั้งหมดคือ หุ้นในบริษัทมหาชน ส่วน บ้าน รถ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันเก็บไว้ในนามส่วนตัว และยังบอกอีกว่า วิธิการนี้จะเป็นมาตรฐานใหม่ ไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนใช้ private fund มาก่อน […]

ดีเจซัน โต้กระแส ‘ฆ่าแมว’ ยันยังไม่ได้เป็น ‘ผู้ต้องหา’ วอนหยุดล่าแม่มด

สืบเนื่องจากกระแสข่าวที่มีดีเจสาวรายหนึ่ง ได้ทำทีขอรับลูกแมวไปเลี้ยง แต่ขาดการติดต่อจนเจ้าของพบพิรุธหลายอย่าง ก่อนจะมีการตรวจสอบทราบว่า แมวที่รับอุปการะไปนั้นถูกทารุณ ทุบตีจนตาย ทั้งยังมีการกล่าวอ้างว่ามีการนำเอาเครื่องในไปขาย เพื่อแลกเหรียญ พร้อมทั้งข้อมูลจากโซเชียลที่ระบุว่าทำมาหลายครั้งแล้ว ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา น.ส.วรารัตน์ กระแสร์ หรือ ดีเจซัน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Krurasae Warara ระบุข้อความว่า… ประกาศ เคส#ดีเจฆ่าแมว 1. เรายังไม่ได้เป็น ‘ผู้ต้องหา’ 2. ไม่รู้จักdarkwebและไม่มีbitcoin 3.มีแมวตายตัวเดียวคือแมวทีรับอุปการะมาจากคลินิก(อีดิทเพิ่มค่ะ 11/4) แล้วแมวเป็นซากศพ จึงมาแจ้งตำรวจ 4.เราโดนล่าแม่มด บางคนส่งข้อความขู่ฆ่ากว่าร้อยข้อความและมีคนบุกมาตะโกนด่าฆ่าล้างโครตถึงหน้าบ้าน 4. สื่อควรมีความรับผิดชอบในการนำเสนอข่าวปลอม ต้องเลิกเอาสเตตัสที่ไม่ได้รับการตรวจสอบข้อเท็จจริงมาทำข่าว เพื่อทำลายชีวิตคนอื่น #สังคมไทย #แมวตายหนึ่งตัวได้แม่มดมาหนึ่งคน โปรดแชร์เพื่อความจริงอีกด้าน ขอบคุณค่ะ

10 โฆษณาเตือนสติว่า…ชีวิตนั้นสั้นเกินไปสำหรับงานที่ไม่ใช่!!

ความคิดสำเร็จรูปของคนทั่วไปอาจเชื่อว่าการทำงานอะไรสักอย่างที่แม้จะไม่ชอบแต่ก็ได้ค่าตอบแทนงามๆ ก็เป็นสิ่งที่ไม่แย่อะไรมากมายและเราน่าจะยอมรับมันได้ แต่สำหรับใครหลายๆ คนแล้ว การฝืนทำงานที่ไม่ชอบที่แม้จะได้เงินดีก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่ อย่างเช่นตัวอย่างโฆษณาแสบๆ จากเว็บไซต์หางาน jobsintown.de ที่ต้องการเตือนสติคนหางานยุคใหม่ ว่าอย่าได้ฝืนทำงานที่คุณไม่ชอบหรือยังไม่ใช่ เพราะไม่งั้นคุณอาจรู้สึกเหมือนโดนจับยัดใส่ตู้ขายของอัตโนมัติที่ต้องทำอะไรซ้ำๆ ซากๆ อย่างไร้ความสุขแบบนี้ไปจนวันตาย ที่มา : designtaxi.com

ทรัมป์ โพสต์ทวีต เผย ‘เกาหลีเหนือ’ ไม่ใช่ภัยคุกคามของสหรัฐฯ อีกต่อไป

กลายเป็นการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ที่ทั่วโลกจับตามอง และดูเหมือนจะลงเอยได้ดีเหนือความคาดหมายที่หลายๆ คนคิดไว้ สำหรับการพบกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา กับนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ที่โรงแรมคาเปลลา บนเกาะเซนโตซา ทางตอนใต้ของสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมาก ซึ่งเป็นไปอย่างราบรื่น และจบลงด้วยการที่ผู้นำของทั้งสองประเทศลงนามข้อตกลง ว่าด้วยการยึดมั่นต่อกระบวนการสันติภาพอย่างยั่งยืนบนคาบสมุทรเกาหลี (อ่านเพิ่มเติมที่ : วินาทีประวัติศาสตร์ ‘ทรัมป์-คิม’ จับมือ เชื่อหารืออย่างราบรื่น / เปิดข้อตกลง ‘ทรัมป์-คิม’ มุ่งปลดอาวุธนิวเคลียร์-สร้างสันติในคาบสมุทรเกาหลี) ล่าสุดประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เพิ่งเดินทางกลับมาถึงสหรัฐอเมริกาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (13 มิ.ย.) ได้กล่าวในทวิตเตอร์ส่วนตัวซึ่งมีเนื้อหาระบุว่า เกาหลีเหนือไม่ใช่ภัยคุกคามทางด้านนิวเคลียร์อีกต่อไป ทั้งยังบอกว่าการพบกับคิมจองอึนในครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และเป็นไปในเชิงบวกอย่างมาก Before taking office people were assuming that we were going to War with North Korea. President […]

ไร้ความรับผิดชอบ! องค์กรสิทธิฯ ประณามคำกล่าว ‘ผู้นำปินส์’ ชวนประชาชนไม่ใช้ ‘ถุงยางอนามัย’

ภาพจาก freepik.com ประธานาธิบดีโรดดิโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ได้ชักชวนให้ชาวฟิลิปปินส์ทั้งชายหญิงอย่าใช้ “ถุงยางอนามัย” เวลามีเพศสัมพันธ์ ซึ่งผู้นำฟิลิปปินส์ได้เปรียบเทียบการใส่ถุงยางขณะมีเพศสัมพันธ์ว่า “เหมือนกับการกินลูกอมทั้งที่ยังมีเปลือกกระดาษห่อหุ้มอยู่ โดยถุงยางจะทำให้ความสุขในการมีเพศสัมพันธ์ลดลง” ซึ่งผู้นำฟิลิปปินส์ได้เสนอให้ใช้ยาคุมกำเนิดแทน คำกล่าวนี้ มีขึ้นในช่วงที่ฟิลิปปินส์กำลังมีอัตราผู้ติดเชื้อเอชไอวีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยอัตราผู้ติดเชื้อเอชไอวีในฟิลิปปินส์ได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 3,000 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และเมื่อปีที่ผ่านมาก็พบผู้ติดเชื้อเอชไอวีในฟิลิปปินส์มากถึง 11,000 คน ขณะที่องค์กรสิทธิมนุษยชนสากลได้ออกมาประณามคำกล่าวของประธานาธิบดีดูเตอร์เตที่เชิญชวนให้ประชาชนไม่ใช้ถุงยางอนามัยว่า เป็นสิ่งที่ไร้ความรับผิดชอบ ที่ผู้นำฟิลิปปินส์ไม่ให้ให้ความสำคัญกับการใช้ถุงยางอนามัย ทั้งที่ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีอัตราการแพร่ระบาดผู้ติดเชื้อเอชไอวีมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก.

ชาวมุสลิมโพสต์แจง อย่าใช้คำว่า RIP กับ สุรินทร์ พิศสุวรรณ เพราะไม่ได้เป็น ‘คริสต์’

จากกรณีการเสียชีวิตของ นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีต รมว.ต่างประเทศ และอดีตเลขาธิการอาเซียน ด้วยอาการภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา (อ่านเพิ่มเติมที่ : “สุรินทร์ พิศสุวรรณ” อดีตเลขาธิการอาเซียนถึงแก่กรรม) ล่าสุดในได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Chatchavan Hamzah Alkareme ได้โพสต์ชี้แจงถึงสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปว่า อย่าใช้คำว่า RIP เพื่อแสดงความอาลัยในการจากไปของนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ แต่ให้ใช้คำว่า อินนาลิลลาฮ์ วะอินนาอิลัยฮิรอญีอูน แทน เนื่องจากคำว่า RIP ที่ย่อมาจากคำว่า Requiescat In Pace นั้นเป็นคำที่ใช้ในศาสนาคริสต์ แต่นายสุรินทร์ เป็นชาวมุสลิม ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์และต้องกลับคืนสู่พระองค์

ไม่อยาก ‘เจแตก’ ต้องระวัง กับ 5 ผักต้องห้ามที่ไม่ควรใช้ประกอบอาหารเจ

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลกินเจ ที่ใครหลายๆ คนก็ใช้ช่วงโอกาสนี้ในการงดทานเนื้อสัตว์ และหันมาละเว้นชีวิตด้วยการกินผักเป็นอาหารจานหลัก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่าผักที่ขายอยู่ในท้องตลาดจะสามารถนำมาทำเป็นอาหารเจอได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นเราลองมาดูกันสักหน่อยดีกว่า ว่ามีผักอะไรบ้างที่ต้องระวัง หากไม่อยาก ‘เจแตก’ ก่อนหมดเทศกาล ต้นหอม : แม้จะเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่ใช้ในหลายเมนูอาหาร ทั้งยังมีคุณสมบัติเป็นช่วยขับลม แก้อาหารท้องอืด และแก้อาการปวดประจำเดือนได้ แต่ด้วยกลิ่นที่แรงสักหน่อย ทั้งให้ไม่นิยมนำมาใช้ในการทำอาหารเจ กระเทียม : อีกหนึ่งวัตถุดิบชั้นดีที่นิยมใช้ปรุงรสและกลิ่นในอาหารจำนวนมาก และยังมีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอลภายในเลือดด้วย แต่ก็เช่นเดียวกับหัวหอมที่มีกลิ่นเฉพาะตัวรุนแรง ทำให้กระเทียมเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ถูกตัดทิ้งไปในการทำอาหารเจ กระเทียมโทนจีน : ไม่จะมีกลิ่นอ่อนกว่า แต่ก็ไม่รอดจากข้อกำหนดของการทำอาหารเจ เพราะเป็นวัตถุดิบที่ทำให้อาหารมีกลิ่นหอมแรงขึ้น อีกทั้งยังมีการแปรรูปเป็นอาหารหมักดอง ซึ่งขัดกับหลักของการกินเจ กุยช่าย : แม้จะเหมาะมากที่จะนำมาปรุงอาหารร่วมกับตับและเครื่องใน เพราะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ง่ายขึ้น แต่เนื่องจากกลิ่นที่ค่อนข้างแรง ทำให้ต้องเลี่ยงที่จะไม่นำมาใช้ในการทำอาหารเจ ใบยาสูบ : นอกจากใช้สูบแล้ว ใบยาสูบยังสามารถนำมาปรุงอาหารบางชนิดด้วย แต่เนื่องจากเข้าข่ายการเป็นสิ่งเสพที่ทำให้เกิดความมึนเมา จึงไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ทำอาหารเจ

เจอคนจริง!! เพจสายดาร์กลองทำ ‘ไข่เจียวหมูสับ’ ตามสูตรร้านขาย 220 ก่อนได้ข้อสรุปว่า…แบบนี้ไม่ใช่ไข่เจียว

หลังจากกลายเป็นกระแสข่าวกรณีร้านอาหารที่ท่าเรือแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง ได้มีปัญหาเรื่องราคาค่าอาหารโดยเฉพาะเมนูไข่เจียวหมูสับที่ขายราคาจานละ 220 บาท และในวันต่อมาเจ้าของร้านได้ออกมาชี้แจงว่าไข่เจียวจานดังกล่าวนั้นใช้ไข่ 4 ฟอง ใช้หมู 4-5 ขีด ถึงได้ไข่เจียวออกมาหนึ่งจานใหญ่ ล่าสุดในเพจ โคตรห้าว V.4 ได้ลองนำสูตรดังกล่าวมาทำเป็นไข่เจียวตามที่ทางร้านบอก และพบว่าไข่ไม่จับกันเป็นแพ พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่สามรถทำเป็นไข่เจียวได้ ทั้งยังบอกด้วยว่า…วัตถุดิบบนนี้น่าจะเรียกหมูผัดใส่ไข่มากกว่า ที่มา – Facebook.com / โคตรห้าว V.4

รวม 15 ภาพที่ยืนยันว่า…อย่าได้เชื่อ ‘ชีวิตดี๊ดี’ ที่เห็นในโลกออนไลน์ เพราะมันอาจไม่ใช่อย่างที่คุณคิด

แม้จะไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักที่หลายๆ บริษัทได้สร้างโลกออนไลน์ขึ้นมา แต่ก็อย่างที่เราได้เห็นไปแล้วว่าในโลกโซเชียลมีเดียทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งถูกใช้เพื่อโชว์ความหรูหราและชีวิตดี๊ดีที่น่าอิจฉาไปแล้ว ซึ่งก็แน่นอนว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ผิดแปลกอะไร หากไม่เพราะบางภาพที่ทำใครต่อใครอิจฉาตาร้อนนั้น ความจริงแล้วอาจไม่ได้เป็นแบบที่เราคิด และเราอาจคิดไม่ถึงด้วยซ้ำไป น้ำหอมแพงๆ น่ะใช่ แต่ขนาดนี่…เป็นอีกเรื่องนะ 2. ไปเกาะขอบเวทีดูคอนเสิร์ตบัตรแพงๆ ที่แถวหน้า…แถวหน้าเว็บ Youtube 3. จะมีแฟนเป็นตัวตนทำไม…ในเมื่อเราสร้างขึ้นมาได้เอง 4. เกือบเนียนแล้วถ้าไม่เพราะกระเบื้องข้างหลังกับขนาดหยดน้ำ 5. กระเป๋าหรูๆ ที่ดูเหมือนจะเหมาะเป็นที่ห้อยโทรศัพท์ 6. วันหยุดนี้ว่าจะไปอาบแดดริมทะเลซะหน่อย…แต่ตอนนี้อยู่อยู่กับป้ายบิลบอร์ดไปก่อนนะ 7. อย่าตัดสินใครจากการใช้มือถือแพงๆ แต่มันอาจไม่ใช่อย่างที่คุณคิด 8. ของดีๆ ทั้งน้านนนนน…น แต่ขนาดก็เป็นอีกเรื่องนะ 9. ตราบใดที่ยังไม่เปิดจุก คุณจะเอาไปควงเล่นอวดหญิงที่ไหนก็ได้ 10. ไม่ต้องไปไกลถึงพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ เพื่อถ่ายรูปคู่กับโมนาลิซา เพราะเราหามันใน google ได้ 11. เบื้องหลังการดังค์ลูกบาสฯ เท่ๆ ที่สาวกรี๊ด ก็อาจเป็นโมเมนท์ฮาๆ แบบนี้ 12. แค่มือสมาร์ทโฟนสองเครื่อง ก็สร้างเรื่องไปเที่ยวทะเลได้แล้ว 13. อย่างที่บอกไปแล้ว…เราสร้างแฟนในจินตนาการขึ้นมาได้ 14. ถ้าไม่มีใครถามเรื่องขนาด ก็ไม่ต้องเฉลยก็ได้ว่ามันเป็นพวงกุญแจ 15. […]

ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร! หนุ่มเลี้ยงลูกชายมานานกว่า 15 ปี เพิ่งรู้ว่าไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขตัวเอง (คลิป)

ที่ว่าการอำเภอเต่างอย จ.สกลนคร นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุล เพื่อเด็ก และสตรี พร้อม ด.ช.บอย (นามสมมติ) อายุ 14 ปี เข้าพบ พ.อ.อ.พูนสุข ทะแพงพันธ์ นายอำเภอเต่างอย เพื่อขอคำแนะนำในการทำหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน เนื่องจากเด็กได้พลัดพรากจากพ่อแม่ที่แท้จริงไปตั้งแต่เด็ก ทำให้ไม่มีหลักฐาน เพื่อทำบัตรประจำตัวประชาชน ทันทีที่นายเสงี่ยม (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี และนางสมจิตร (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ชาวบ้านนาอ่าง ต.นาตาล อ.เต่างอย จ.สกลนคร พ่อแม่ที่ให้กำเนิดได้เห็นหน้าลูกชาย ถึงกลับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เข้าสวมกอดลูกชายที่ตนเองได้มอบให้กับคนอื่นไปเลี้ยงดูเมื่อ 15 ปีที่แล้ว โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น ซึ่งนางสมจิตร แม่ผู้ให้กำเนิด กล่าวว่า เมื่อ 15 ปีก่อน ตนเองคลอดลูกคือ ด.ช.บอย อายุได้ 2 เดือน ระหว่างไปทำงานรับจ้างที่จังหวัดภูเก็ต วันหนึ่งได้มีผู้หญิงคนหนึ่ง มาขอรับลูกไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม […]

keyboard_arrow_up