ทนายนิด้า ชี้ ประธาน กกต. ควรลาออก รับผิดชอบปมละเลยบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า

สืบเนื่องจากการปัญหาการนับคะแนนเลือกตั้ง ที่กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นางศรันยา หวังสุขเจริญ หรือ ทนายนิด้า โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ทนายนิด้า โดยกล่าวถึงปัญหาการส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้ามายังหน่วยนับคะแนน ที่มีกระแสข่าวจากทาง กกต. ว่าหากจำนวนดังกล่าวมาส่งไม่ทัน จะถือว่าเป็นบัตรเสียในทันที โดยทางทนายนิด้าได้ระบุข้อความว่า… ประธาน กกต. ควรลาออกนะคะ จัดเลือกตั้งล่วงหน้า ส่งบัตรมาไม่ทัน แล้วทิ้งให้เป็นบัตรเสียไร้ค่าแบบนั้นแบบไม่รับผิดชอบอะไร สูญเสียค่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่ ย่ำยีหัวใจคนกระหายใช้สิทธิ์มากแค่ไหน กี่ปีมีหน อุตส่าห์ไปดูงานถึงต่างประเทศสิ่งที่ได้กลับมาบูรณาการประเทศ ถ้าไม่ใช่ในแง่วิชาการ ในด้านการบริหารที่ดี อย่างน้อยมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นก็ยังดีขึ้นมานิดนึงค่ะ นี่พูดแค่เรื่องเดียวนะ ถ้ารวมเรื่องอื่นๆ ด้วยจะเอาเชือกให้ ประธาน กกต. ควรลาออกนะคะ จัดเลือกตั้งล่วงหน้า ส่งบัตรมาไม่ทัน แล้วทิ้งให้เป็นบัตรเสียไร้ค่าแบบนั้นแบบไม่รับผิดชอบอะไร… โพสต์โดย ทนายนิด้า เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2019

ทนต่อไปไม่ไหว! ชาวบ้านลุกฮือ ไล่ อบต. ไร้คุณภาพ 4 ปีไม่มีผลงาน

เมื่อเลือกผู้แทนเข้าไปทำงาน ทุกคนก็ย่อมหวังว่าผู้นั้นจะสามารถเป็นตัวแทนของประชาชนในการบริหารจัดการ พัฒนาชุมชนให้ดีขึ้น แต่ที่ ต.คลองตัน จ.สมุทรสาคร ชาวบ้านเจอปัญหาคือ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลที่เลือกเข้าไปทำงาน ไม่ทำหน้าที่ให้สมกับความไว้วางใจของชาวบ้าน โดยตลอด 4 ปีในตำแหน่งไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน อีกทั้งล่าสุดเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุก็ล่าช้ามากว่า 2 เดือนแล้ว ชาวบ้านเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ที่ต.คลองตัน ชาวบ้านมากกว่า 300 คน ได้ออกมาชุมนุมขับไล่นายกอบต. เนื่องจากไม่พอใจการบริหาร โดยที่ผ่านมางบประมาณที่ได้รับการจัดสรรมาจากภาครัฐไม่ถูกใช้ ไม่มีการทำโครงการพัฒนาชุมชนใดๆ เกิดขึ้น ทั้งการสร้างสะพาน ปรับปรุงถนน หรือติดไฟส่องสว่าง ตอนนี้ตำบลต้องอยู่ในความมืดมากว่า 2 ปีแล้วเนื่องจากไฟถนนไม่ได้รับการซ่อมแซม โดยเชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้งชาวบ้านเนื่องจากเมื่อปี 2557 มีชาวบ้านเข้าไปร้องเรียนว่านายกอบต.คนนี้ทุจริต และหลังจากนั้นก็ไม่เคยมีโครงการใดเกิดขึ้นอีกเลย นอกจากนี้นายก อบต.ยังไม่เคยมาถามสารทุกข์สุขดิบชาวบ้าน วัฒนธรรมประเพณีต่างๆ เช่น สงกรานต์ ที่ควรอนุรักษ์ไว้ กลับไม่เคยมีการจัดงานใดๆ เลย หรือเมื่องานพระราชพิธีพระทานเพลิงศพในหลวง ร.9 ก็ไม่มีการจัดพิธี เมื่อสอบถามถึงสาเหตุและคำชี้แจง ก็อ้างว่าเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานล่าช้า ทำให้เสนอโครงการไม่ทันปิดงบประมาณ ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนและไม่พอใจอยากให้นายก อบต.แสดงสปิริตโดยการลาออก ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. […]

ชาวบ้านร้อนใจ! ‘เจ้าอาวาส’ ไม่ชี้แจงการใช้เงินทำบุญ หวั่นบริหารวัดไม่โปร่งใส

เรื่องราวร้องทุกข์จากชาวบ้าน อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ที่รู้สึกถึงความไม่โปร่งใสในการบริหารงานของเจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัด ทำให้สูญเสียศรัทธาในการเข้าไปทำบุญที่วัดและเกิดเป็นความขัดแย้งระหว่างหมู่บ้านและวัดตามมา โดยทางชาวบ้านเล่าว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา เมื่อมีเจ้าอาวาสคนใหม่เข้ามา ไม่ค่อยได้รู้ข้อมูลหรือการกระทำของคณะกรรมการวัดเท่าใดนัก ทั้งการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการใช้เงินทำบุญในกิจกรรมต่างๆ ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดให้ชาวบ้านรับทราบ เมื่อสอบถามไปก็ได้คำตอบกลับมาที่ไม่ค่อยดี เช่น โดนย้อนถามว่าคุณเป็นใคร ทำไมถึงต้องบอกข้อมูล เมื่อชาวบ้านรวมตัวไปยื่นร้องเรียนที่เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ก็ไปไม่ถึง เรื่องย้อนกลับมายังผู้ร้องเอง โดยหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ แยกเป็น 3 หมู่ย่อยด้วยกัน และมีวัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลาง เมื่อเกิดความหมางใจ จึงเกิดเป็นความขัดแย้งตามมา ทั้งการรวมตัวทำบุญหน้าวัด โดยนิมนต์พระจากวัดอื่นมา ทั้งนี้ชาวบ้านต้องการให้วัดออกมาชี้แจงถึงการใช้จ่ายเงินของวัด และในส่วนของที่มาเจ้าอาวาส ก็อยากให้ชาวบ้านได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วย โดยเลือกพระที่ชาวบ้านศรัทธา ไม่ใช่ไปคัดสรรกันเอง ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.นครสวรรค์ ทั้งเจ้าคณะจังหวัด รวมไปถึงหน่วยงานราชการต่างๆ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ควรมีการให้ความรู้แก่เจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัดทุกแห่ง ถึงการเปิดเผยบัญชีใช้จ่ายของวัด เพื่อแสดงความโปร่งใส เมื่อใช้เงินในการทำกิจใดควรติดประกาศบอกให้ชัดเจน ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงความโปร่งใส เกิดความสบายใจกันทุกฝ่ายแล้ว ยังเป็นการเรียกศรัทธาของชาวบ้านให้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของวัดได้อีกด้วย […]

ลุกฮือ! ชาวบ้าน-นร. ประท้วงไล่ผอ. บริหารไม่โปร่งใส ผอ.โต้ พร้อมให้ตรวจสอบ (คลิป)

ชาวบ้านคลองใคร ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ พร้อมด้วยเด็กนักเรียนโรงเรียนจำนวนกว่า 300 คนนำโดยนายอลงกรณ์ หญ้าปรัง ประธานคณะกรรมสถานศึกษา รวมตัวถือป้ายประท้วงขับไล่นายไพโรจน์ ขาวสังข์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองไคร ให้ย้ายออกจากพื้นที่ กรณีบริหารงานในโรงเรียนล้มเหลว หลังจากย้ายเข้ามารับตำแหน่งได้ประมาณ 4 ปี ทำให้ครูในโรงเรียนเกิดความแตกแยกไม่สามารถดูแลบริหารครูให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวได้ ส่งผลทำให้ผลการเรียนของเด็กแย่ลง และยังมีการกลั่นแกล้งสับเปลี่ยนตำแหน่งครูในโรงเรียน ทำให้ครูที่ทำงานอยู่เดิมได้รับความเดือดร้อน นอกจากนี้ทางกลุ่มชาวบ้านที่มาประท้วงได้ร่วมลงรายชื่อเพื่อขับไล่ผู้อำนวยการโรงเรียนด้วยขณะที่ผู้อำนวยการโรงเรียนออกไปทำธุระไม่อยู่ในพื้นที่ในโรงเรียน ต่อมานายมนูญ เกกินะ กำนันต.คลองพน ได้เข้ามาเจรจาพูดคุยกับชาวบ้านที่มาชุมนุมประท้วง โดยขอร้องให้ชาวบ้านยุติการชุมนุมดังกล่าว พร้อมรับปากว่าจะขอให้ผู้อำนวยการโรงเรียนย้ายออกจากพื้นที่ภายในเวลา 7 วัน โดยให้ตัวแทนชาวบ้านทำหนังสือร้องเรียนไปยังผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าวจากนั้นชาวบ้านที่มาชุมนมุประท้วงก็ยอมยุติการชุมนมและแยกย้ายกันเดินทางกลับโดยไม่มีเหตุรุนแรง ด้านนายไพโรจน์ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองไคร กล่าวว่า กรณีที่ชาวบ้านรวมตัวประท้วงขับไล่ตนนั้นเป็นเรื่องภายใน แต่มีการดึงมวลชนเข้ามาประท้วงขับไล่จากความไม่พอใจของครูบางคนภายในโรงเรียน ซึ่งตนยอมรับว่ามีการสับเปลี่ยนตำแหน่งครูที่ใกล้เกษียณ 3 ตำแหน่งฝ่ายการเงินฝ่ายวิชาการงานสหกรณ์นักเรียนเพื่อตามความเหมาะสมและมีความโปร่งใสมากขึ้นแต่อาจทำให้บางคนเกิดความไม่พอใจ อย่างไรก็ตามหากชาวบ้านไม่ต้องการให้ตนอยู่ ก็พร้อมที่จะย้ายแต่ยืนยันเรื่องการทำหน้าบริหารไม่เคยมีการกลั่นแกล้งครูในโรงเรียน และตนพร้อมที่จะให้ตรวจสอบในความโปร่งใส เพราะทำงานด้วยความสุจริต จึงต้องขอความเป็นธรรมด้วย

‘ทำไมรถร้านค้าจอดได้…?’ เปิดใจหนุ่มโดนเทศกิจยกรถ ข้องใจสองมาตรฐาน แถมลดค่าปรับได้

จากกรณีที่เพจ Youlike คลิปเด็ด เพจชื่อดัง แชร์คลิปมาจากผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่งชื่อ Varanya Souysom โดยระบุว่าเหตุเกิดที่เขตบางแค พวกเขาได้จอดรถไม่ถึง 5 นาที ก็ถูกเจ้าหน้าที่เทศกิจมายกรถไปที่สำนักงานเขต และต้องเสียค่าปรับ โดยตั้งคำถามว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ 2 มาตรฐานหรือไม่ เพราะรถที่จอดจุดเดียวกันแต่เป็นของร้านค้ากลับไม่ถูกจับปรับเลยนั้น ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี เดินทางไปที่จุดเกิดเหตุบริเวณถนนเพชรเกษม ตรงข้ามโลตัสบางแค ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ พบว่าวันนี้ (29 ส.ค. 2560) ไม่มีรถจอดบนทางเดินเท้าแล้ว โดยตลอดถนนเส้นดังกล่าวมีป้ายห้ามจอดตลอดเวลาติดอยู่ พร้อมกับป้ายห้ามจอดหรือขับขี่รถบนทางเดินเท้า ซึ่งมีโทษปรับ 5 พันบาทติดไว้ที่ป้ายรถเมล์ ใกล้จุดเกิดเหตุ ทั้งนี้ได้พูดคุยนายมานะ ผึ้งผ่อง หรือ โจ๊ก อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นชายที่ปรากฏภาพในคลิป บอกว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่าย วันอาทิตย์ ที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยได้เดินทางไปที่ร้านขายรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุพร้อมกับแฟนสาว เพื่อจะไปซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่โดยเลือกจอดรถบนทางเดินเท้าที่เดียวกับทางร้านจอดอยู่ ก่อนจะลงไปติดต่อสอบถามราคา และพนักงานในร้านก็ได้ติดต่อไฟแนนซ์ เพื่อเริ่มทำสัญญาซื้อขาย นายมานะ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าจอดได้เพียง […]

ฉะเละ! “ลูกตาล ชโลมจิต” แฉเบื้องหลังเวทีขาอ่อน แค่รวยก็ชนะ (คลิป)

กำลังเป็นกระแสร้อนแรงเลยทีเดียวสำหรับเวที Mrs.Universe Thailand 2017 ที่มีเรื่องราวดราม่าเกิดขึ้นมากมายหลายประเด็น ตั้งแต่รางวัลมงกุฎสำหรับรองชนะเลิศอันดับ 1 ที่เพิ่มเข้ามาภายหลังการประกวดเสร็จสิ้น รวมถึงการซื้อยอดไลค์เพื่อตัดสินรางวัล Miss Popular และนางงามจะต้องแข่งกันขายโต๊ะในคืนตัดสิน เพื่อลุ้นเข้ารอบ Fast Track 5 คนสุดท้าย ล่าสุด 5 มิถุนายน 2560 “ลูกตาล ชโลมจิต” ได้เดินทางมาเปิดใจกับอมรินทร์ทีวี ผ่านทางรายการ Apop บันเทิง 34 ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.15-14.15 น. เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของความไม่พอใจที่ทำให้ต้องโพสต์ระบายความในใจลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เพราะว่า เวทีการประกวดที่ตนเข้าร่วมไม่โปร่งใส แล้วมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในกองประกวด ซึ่งตนก็พยายามอดทน จนมาถึงวันที่ประกวดรอบตัดสิน ในคืนนั้นมีการไลฟ์สดผ่านทางแฟนเพจกองประกวด แต่พอสิ้นสุดการประกวด กลับไม่มีการโพสต์ให้ชมย้อนหลัง เพราะมีประชาชนเข้ามาคอนเม้นท์ต่อว่าเยอะมาก ลูกตาล ยังบอกอีกว่า ส่วนตัวแค่ไม่อยากให้กองประกวดปิดหูปิดตาประชาชน เพราะเมื่อคุณจะเลือกใครมาเป็นตัวแทนประเทศไทยสักคน ก็อยากให้ประชาชนได้เห็นว่าใครมีความสวยจริง ใครตอบคำถามดีจริงซึ่งเราไม่ได้ดูในเฟซบุ๊กไลฟ์ก็ไม่เป็นไร เลยรอดูเทปบันทึกภาพย้อนหลังทางโทรทัศน์แทน แต่กลับกลายเป็นว่าเทปย้อนหลังที่ตัดออกมาทุกอย่างมันดูเร็วไปหมด อย่างตอนที่ตัวเองเดินมาด้านหน้าเวที ก็ตัดภาพเข้าคนดู เห็นเราแค่ด้านหลัง ไม่ได้เห็นความสวยของเราเลย […]

keyboard_arrow_up