ทนายตั้ม ไม่หวั่น ‘พยานเด็ดครูปรีชา’ ท้าใครอยากเป็นเหมือน ‘ตัวละครภาคแรก’ ก็เชิญเลย

จากกรณีที่ นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความครูปรีชา เปิดเผยว่า พยานใหม่มีจริง ซึ่งเป็นพยานจากการลงพื้นที่หาข้อมูล โดยตนพบพยานหลายอย่าง ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานวัตถุ ซึ่งพยานกลุ่มนี้เป็นพยานที่ไม่เคยให้การในสำนวน แต่เป็นประจักษ์พยานที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.60 แล้ว ยืนยันว่าไม่ได้สร้างพยาน เพราะในฐานะทนายไม่สามารถสร้างพยานได้ ระบุว่า พยานกลุ่มที่ตนหาได้มามีไม่เกิน 10 ปาก (อ่านเพิ่มเติมที่ : ทนาย “ปรีชา” เปิดพยานใหม่ 10 ปากในศาล – “ปรเมศวร์” ชี้เป็นคุณต่อคดีถ้าเผยชั้นสอบสวนก่อน (คลิป)) ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 เมษายน ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ หรือทนายตั้ม ได้โพสต์ข้อความโต้ตอบกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า…ฝ่ายครูฝากนักข่าวมาบอกผมให้เตรียมตัวซักค้านพยานครูให้ดี เพราะรายนี้เด็ดกว่าแผนหลายเท่า ยังมีเด็ดอีกหรือครับ งั้นก็แสดงว่าตอนที่ ภ.7 แถลงว่าแผนคือปากเด็ดที่สุด จนต้องตัดสินใจแจ้งข้อกล่าวหาคุณลุงนั้นมันเป็นเท็จนะสิครับ แล้วครูจะขอเอาสำนวนเท็จที่ยังไม่เด็ดจริงมาอ้างในศาลได้ยังไง ฝ่ายครูบอกว่าพยานปากแผนคงใช้ไม่ได้แล้วเพราะช้ำมาก ต้องหาคนใหม่ที่เด็ดกว่านี้มาแทน รอบนี้คงใช้ดินเหนียวดินน้ำมันอย่างดีมาปั้นแน่ เอาให้ศาลประทับรับฟ้องก่อนดีกว่าครับ เรื่องซักค้านกับคนเท็จมันไม่ยากหรอก พยานรอบนี้น่าจะเอาพวกกล้าตาย […]

ไม่หวั่นถูกถอดชื่อ! ทนายตั้ม เผยไม่สน ‘หัวโขนนำหน้าชื่อ’ พร้อมทำตามสถานะเพื่อความเป็นธรรมในสังคม

จากกรณีที่นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ “แผน” อายุ 46 ปี พนักงานขับรถธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี ได้ร้องเรียนร้องสภาทนายติติงการแต่งกายของทนายตั้ม หรือ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทนายประชาชนฯ ว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม (อ่านเพิ่มเติมที่ : ษิทรา งง “แผน” ร้องสภาทนายติงการแต่งกาย เชื่อ ควงอุปนายกนั่งแถลงยังไม่ใช่มติ (คลิป)) ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวโดยระบุว่า…อย่างที่ทราบกัน #เสื้อทีมทนายประชาชน ที่ผมใส่ทำงานและช่วยเหลือคนมาตลอด วันนี้จะกลายเป็นเหตุผลของคนบางกลุ่มที่จะใช้เพื่อลบผมออกจากอาชีพทนายความ ผมไม่รู้หรอกนะว่าเสื้อตัวที่ผมใส่มันสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้ใครหนักหนา แต่ทั้งหมดในการทำงานมา เสื้อตัวนี้สร้างรอยยิ้มให้ผู้บริสุทธิ์มาไม่น้อย ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา คนรอบข้างผมภูมิใจ ผมมีโอกาสได้เป็นผู้ริเริ่มการทำ #โครงการพี่สอนน้อง และได้ให้ความรู้เยาวชนมาแล้วกว่า 2 แสนคนทั่วประเทศ หากวันนี้ผมจะถูกลบชื่อออกเพียงเพราะมีคนไม่ชื่นชอบเสื้อของผม ถ้าสภาทนายความจะมองว่าเสื้อของผมผิดมรรยาททนายผม นาย ษิทรา เบี้ยบังเกิด ก็พร้อมจะน้อมรับ ผมก็ยังคงภูมิใจ และไม่ว่าจะมีหัวโขนนำหน้าชื่อว่าอะไร ผมสัญญากับคนไทยว่า จะยังทำทุกอย่างตามสถานะเพื่อความเป็นธรรมให้มีอยู่ในสังคมไทย

keyboard_arrow_up