AIMC ชี้ ‘เปรมชัย’ ไม่ผิด พรบ.หลักทรัพย์ฯ แต่ขัด ‘บรรษัทภิบาล’ วัดใจ ‘กรรมการบริษัท’ จะตัดสินอย่างไร

จากเหตุการณ์เข้าจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการบริหาร บมจ.อิตาเลียนไทย และพวก คดีลักลอบล่าสัตว์ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จนกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ล่าสุด นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด และนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยกล่าวถึงกรณีของนายเปรมชัยว่า แม้จะไม่ได้ทำผิดต่อ พรบ.หลักทรัพย์ฯ ซึ่งอยู่นอกเหนือการพิจารณาความผิดของ กลต. แต่อาจจะผิดต่อกฏหมายอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องต้องพิสูจน์ สืบสวน สอบสวน กันต่อไป ทั้งยังอ้าวอิงจากเอกสารบรรษัทภิบาล ปี 2561 ของบริษัทของอิตาเลียนไทยในเรื่องจริยธรรมธุรกิจและจรรยาบรรณ ระบุในหน้า 13 ข้อ 1.6 เรื่องผู้บริหารต่อสังคมส่วนรวม ซึ่งเขียนเอาไว้ว่า…ไม่กระทำการใดๆ ที่จะมีผลเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ และสภาพแวดล้อม ดังนั้นกรณีดังกล่าวว่า จึงเป็นเรื่องที่คณะกรรมการบริษัทจะต้องพิจารณา ซึ่งมีการกำหนดบทลงโทษสำหรับการฝ่าฝืนข้อกำหนดจริยธรรมและจรรยาบรรณพนักงานเอาไว้ว่า…ผู้ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษทางวินัย โดยเริ่มตั้งแต่การตักเตือนด้วยวาจา การตักเตือนเป็นหนังสือ ตัดเบี้ยเลี้ยง ตัดค่าจ้าง พักงานชั่วคราวโดยไม่ได้รับค่าจ้าง หรืออาจให้ออกจากงาน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของความผิดนั้น หรืออาจถูกลงโทษตามกฎหมาย แล้วแต่กรณี นอกจากนี้ นางวรวรรณ ธาราภูมิ ยังบอกอีกว่า […]

ไม่รู้ไม่เห็น! หนุ่มเจ้าของบัญชีปัดเอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตุ๋นเงินสาวแบงก์

ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง เชิญตัวช่างซ่อมรถไปสอบปากคำ หลังปรากฏชื่อเป็นเจ้าของบัญชีที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หลอกพนักงานแบงก์แห่งหนึ่ง ให้โอนเงินกว่า 2 แสนบาท  วันที่ 1 ธ.ค.60 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง เชิญตัว นายพูลสวัสดิ์ หรือ โย อายุ 37 ปี ชาว ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง อาชีพช่างซ่อมรถไปสอบสวน หลังมีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ที่แก๊งคอลเซนเตอร์นำไปใช้โทรศัพท์หลอกพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งขณะพนักงานถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้โอนเงินได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนมีการเผยแพร่ในโลกโซเซียลออยู่ในขณะนี้ เบื้องต้น นายพูลสวัสดิ์ ให้การว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว แต่เคยได้ไปเปิดบัญชีธนาคารให้กับคนๆ หนึ่ง ซึ่งไม่ได้รู้จักกัน มาเจอกันโดยบังเอิญ ก่อนจะชักชวนมาเปิดบัญชีให้ โดยได้ค่าจ้าง 1,000 บาท ส่วนสมุดบัญชีและบัตรเอทีเอ็มบุคคลดังกล่าวได้เก็บไปทั้งหมด ซึ่งในวันที่ไปเปิดบัญชีกบัธนาคาร ก็มีคนไปเปิดบัญชีลักษณะดังกล่าวเหมือนตนอีก 3 คน โดยผู้ว่าจ่างระบุชัดเจนว่าต้องการบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์เท่านั้น ส่วนเบอร์โทรศัพท์ที่ต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่ธนาคารตอนเปิดบัญชี ผู้ว่าจ้างก็จะเตรียมมาให้ด้วย ทั้งนี้นายพูลสวัสดิ์ ได้ร้องขอให้ตำรวจ ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตนเองอีกด้วย  ขณะที่ พันตำรวจเอกกฤษดา พันธ์เกษม […]

เกิดผล โต้ทนายดัง ยัน ‘สาวแบงก์’ ไม่ผิด ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่

จากกรณีที่ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ โดยกล่าวว่ากรณีที่สาวแบงก์ได้ลวงให้มิจฉาชีพในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แล้วนำข้อมูลมาเผยแพร่ ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา154-155 ที่ห้ามมิให้บุคคลผู้ล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของลูกค้า (อ่านเพิ่มเติมที่ – ทนายดังเผย สาวแบงก์ส่อมีความผิด หลังล้วงข้อมูลคอลเซ็นเตอร์ โซเชียลถามกลับ…ทำไม กม. ทำร้ายคนดี!?) ล่าสุด ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เกิดผล แก้วเกิด โดยแสดงความไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาความของทนายท่านดังกล่าว และขอโต้แย้งว่า การถูกหลอกเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับหน้าที่ จึงไม่มีความผิดเกี่ยวกับ พรบ. สถาบันการเงิน พ.ศ 2551 ตามความเห็นของท่านทนายคนดังกล่าว แต่อย่างใด ที่มา – Facebook.com / เกิดผล แก้วเกิด

เมื่อ ‘เครื่องช็อตไฟฟ้า-สเปรย์พริกไทย’ กลายเป็นของผิดกฎหมาย จีนเลยมี ‘เครื่องพ่นไฟจิ๋ว’ มาใช้ป้องกันตัวแทน

ไม่ใช่แค่ในเมืองไทยเท่านั้นที่เครื่องช็อตไฟฟ้ากับสเปรย์พริกไทย กลายเป็นของผิดกฎหมายที่ห้ามไม่ให้พกติดตัวในที่สาธารณะ แม้จะใช้เพื่อป้องกันตัวก็ตาม เพราะในประเทศจีนเองก็มีกฎหมายทำนองอยู่เหมือนกัน และทำให้ผู้คนหันไปพึ่งอุปกรณ์ประเภทอื่น อย่างเช่นเครื่องพ่นไฟแบบพกพาแทน อุปกรณ์ที่ว่านี้ ได้รับการอวดอ้างสรรพคุณจากผู้ค้าบางรายสามารถใช้พ่นไฟในระยะ 50 เซนติเมตรได้ และยังมีความร้อนสูงถึง 1,500 องศาเซลเซียส ซึ่งแรงพอจะทำให้เกิดแผลไฟลวกรุนแรงจนถึงขั้นทำให้อีกฝ่ายเสียโฉมได้ ทั้งยังบอกว่าอุปกรณืชิ้นนี้ไม่เข้าข่ายอาวุธเหมือนเครื่องช็อตไฟฟ้า สเปรย์พริกไทย และปืนพก เพราะมันไม่ใช่อุปกรณ์ป้องกันตัวที่ทำให้อีกฝ่ายถึงตาย แถมราคาของมันยังถูกมากเพียง 33-300 หยวน (ราว 160-1,500 บาท) เท่านั้น อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ดังกล่าวยังถูกขายเฉพาะตามตลาดมืดในเมืองใหญ่ของจีนเท่านั้น และส่วนใหญ่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานที่ถูกต้อง ทั้งยังถูกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมในวงกว้าง เพราะมันเป็นของที่หาซื้อได้ไม่ยาก และยังไม่มีกฎหมายควบคุม จึงเกรงกันว่ามันอาจเป็นอุปกรณ์ที่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด โดยที่ตำรวจไม่สามารถเอาผิดด้วยกฎหมายเฉพาะทางได้ ที่มา – ettoday.net

keyboard_arrow_up