‘สงขลา-ยะลา’ เผชิญวิกฤตฝุ่นควัน จากไฟป่าอินโดนีเซีย

วันนี้(19 ก.ย.) พื้นที่ จ.สงขลา ยังคงต้องเผชิญกับวิกฤต ฝุ่นควัน จากไฟไหม้ป่าบนเกาะสุมาตราประเทศอินโดนีเซียระลอกใหม่ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2  และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนหรือ PM2.5 มีค่าเกินมาตรฐานในระดับที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่อ.หาดใหญ่ ซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM2.5 เกิน 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรหรือสองเท่า และยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอยู่ในจุดที่ต้องงดทำกิจกรรมกลางแจ้ง ในส่วนของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครหาดใหญ่ทั้ง6 แห่งเช่นโรงเรียนอนุบาลในฝันเทศบาล 6 ได้ประชาสัมพันธ์ผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์และเพจเฟซบุ๊กให้ผู้ปกครองสวมใส่หน้ากากอนามัยให้กับนักเรียนระหว่างเดินทางมาโรงเรียนและขากลับจนกว่าสถานการณ์หมอกควันจะคลี่คลายเพื่อป้องกันอันตราย ขณะที่จ.ยะลา ซึ่งประสบปัญหาฝุ่นควันมาตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลาโดย กลุ่มงาน อนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวะอนามัย ได้สั่งการให้ ทุกสำนักงานสาธารณสุขอำเภอและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จัดเตรียมหน้ากากอนามัย ให้กับกลุ่มเสี่ยง คนชรา ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจและเลือด ซึ่งมีอยู่ จำนวน 159,372 ราย และประชาสัมพันธ์ลดการออกกำลังกายในกลางแจ้ง นอกจากนี้ทางกองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดส่งหน้ากากป้องกันฝุ่นละออง มาเพิ่มให้อีกกับจังหวัดยะลาและจังหวัดสงขลา จังหวัดละ จำนวน 20,000 ชิ้น ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ […]

ทั่วโลกห่วงวิกฤต ‘ไฟป่าแอมะซอน’ เชื่อสาเหตุหลักจากคนเผาทำปศุสัตว์

เหตุ ไฟป่าแอมะซอน ยังคงรุนแรงต่อเนื่องสร้างความกังวลใจให้กับองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม และกลุ่มพิทักษ์สัตว์อย่างมาก หลังจากที่ไฟป่าได้ปะทุอย่างหนักในพื้นที่ป่าฝนลุ่มน้ำแอมะซอนเมื่อราว 2 สัปดาห์ก่อน ทำให้ป่าไม้ถูกทำลาย และสัตว์ป่าจำนวนมากตายในกองเพลิง ฝุ่นควันพิษจากไฟป่ายังลามไปถึงเมืองหลวงอย่างเซาเปาโล ทำให้ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบด้วย สำหรับป่าฝนลุ่มน้ำแอมะซอนได้รับฉายาว่า “ปอดของโลก” มีพื้นที่ถึง 5.5 ล้านตารางกิโลเมตร และผลิตออกซิเจนได้มากถึง 20 เปอร์เซนต์ นอกจากนั้น ยังคอยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศโลกด้วย อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการดับไฟป่าที่เกิดขึ้นยังมีอุปสรรคอย่างมาก โดย ประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู ผู้นำบราซิลยอมรับว่าอุปกรณ์และเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ยังมีไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับพื้นที่ที่เกิดไฟป่า จากสถิติของทางการบราซิล พบว่าตั้งแต่ต้นปี เกิดไฟป่าแล้วอย่างน้อย 75,000 ครั้ง ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ สาเหตุหลักนั้นเชื่อว่าเกิดจากฝีมือมนุษย์ ทั้งการเข้าไปแผ้วถางไร่ รวมถึงจุดไฟเผา เพื่อใช้พื้นที่ทำประโยชน์ส่วนตัว ผู้นำหลายประเทศได้แสดงความห่วงใยต่อเหตุดังกล่าว โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยไปยังรัฐบาลและประชาชนชาวบราซิล พร้อมย้ำว่ารัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนความช่วยเหลือ เช่น หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละออง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะได้ประสานกับรัฐบาลบราซิลต่อไป ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศสโพสต์ทวิตเตอร์เรียกร้องให้กลุ่มผู้นำ จี 7 หารือประเด็นดังกล่าวระหว่างการประชุมในสัปดาห์นี้ ขณะที่โลกออนไลน์พร้อมใจติดแฮชแท็ก #PrayforAmazonas เพื่อรณรงค์ให้ทั่วโลกเห็นถึงความสำคัญของวิกฤตดังกล่าว […]

วิกฤต! ไฟไหม้ป่า ‘แอมะซอน’ รุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์

ไฟไหม้ป่า ‘แอมะซอน’ ร้ายแรงสุดเป็นประวัติการณ์  สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง โดยโดยศูนย์วิจัยอวกาศของบราซิล หรือ INPE พบว่าตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา เกิดไฟป่ากว่า 72,843  ครั้ง ศูนย์วิจัยอวกาศของบราซิลเผยว่า เหตุไฟป่าเพิ่มขึ้นมากถึง 83 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มบันทึกสถิติในปี 2556 นับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา INPE ระบุว่า ภาพถ่ายดาวเทียบ ระบุว่ามีจุดที่เกิดไฟป่าจุดใหม่ในประเทศกว่า 9,500 จุด โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณลุ่มน้ำแอมะซอน ซึ่งเป็นเขตป่าเขตร้อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และถือเป็นพื้นที่สำคัญในการต่อสู้ภาวะโลกร้อน ภาพที่ทางการบันทึกได้ เผยให้เห็น รัฐโรไรมา ทางเหนือสุดของประเทศ ถูกปกคลุมไปด้วยควันดำ ขณะที่ รัฐอะมาโซนาส ประกาศภาวะฉุกเฉินทางตอนใต้และในเมืองเอกของรัฐเมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนในรัฐอาเกร ที่มีพรมแดนติดกับเปรู ก็มีการประกาศเตือนภัยด้านสิ่งแวดล้อมตั้งแต่วันศุกร์ โดยมีสาเหตุมาจากไฟป่าที่ยังคงลุกลามอย่างหนัก ทั้งนี้ ไฟป่าถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามปกติในช่วงฤดูแล้ง แต่บ่อยครั้งก็เกิดขึ้นโดยตั้งใจ จากฝีมือของเกษตรกรที่ตัดไม้ผิดกฎหมายเพื่อใช้พื้นที่ในการเลี้ยงปศุสัตว์ โดยทั่วโลกต่างร่วมกันติดแฮชแท็ก #PrayforAmazonia เพื่อติดตามข่าวสารและภาวนาให้สถานการณ์ไฟป่าดีขึ้น ทั้งนี้ป่าแอมะซอน ถือเป็นป่าดิบชื้นเขตร้อนขนาดใหญ่ที่สุดโลก มีต้นไม้ราว 390 พันล้านต้น […]

ทำความรู้จัก “ป่าพรุ” หลังเกิดไฟป่าในนครศรีธรรมราช จนลามถึงบ้านเรือนผู้คน

จากกรณีเหตุไฟป่าในพื้นที่ ป่าพรุควนเคร็ง แหล่งป่าพรุสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช และของภาคใต้ โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้กินพื้นที่หลายตำบล อาทิ ต.เคร็ง อ.ชะอวด, ต.การะเกด ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ และ ต.สวนหลวง อ.เฉลิมพระเกียรติ ทั้งยังไม่สามารถควบคุมได้ และมีรายงานว่าพบชาวบ้านถูกไฟป่าเผาไหม้บ้านเรือนวอดทั้งหลัง บางรายเหลือทรัพย์สินติดตัวออกมาเพียงไม่กี่บาท ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาความล่าช้า เพราะไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่แนวไฟได้ สำหรับ ป่าพรุ (Swamp forest) นับเป็นป่าดิบชื้นประเภทหนึ่ง ที่อยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม เกิดจากแอ่งน้ำจืดเกิดขังตัวติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน มีการสะสมของชั้นดินอินทรีย์วัตถุ เช่น ซากพืช, ซากสัตว์, เศษซากของต้นไม้ ใบไม้ ต่าง ๆ จนย่อยสลายช้า ๆ กลายเป็นดินพีตหรือดินอินทรีย์ที่มีลักษณะหยุ่นยวบเหมือนฟองน้ำที่มีความหนาแน่นน้อยอุ้มน้ำได้มาก และพบว่ามีการสะสมระหว่างดินพีตกับดินตะกอนทะเลสลับกันชั้นกัน 2-3 ชั้น เนื่องจากน้ำทะเลเคยมีระดับสูงขึ้นจนท่วมป่าพรุ เกิดการสะสมของตะกอนน้ำทะเลถูกขังอยู่ด้านใน พันธุ์ไม้ในป่าพรุตายลงไป และเกิดเป็นป่าชายเลนขึ้นมาแทนที่ เมื่อระดับน้ำทะเลลดลง และมีฝนตกลงมาสะสมน้ำที่ขังอยู่จึงจืดจางลง และเกิดป่าพรุขึ้นมาอีกครั้ง ดินพรุชั้นล่างมีอายุถึง 6,000-7,000 ปี ส่วนดินพรุชั้นบนอยู่ระหว่าง 700-1,000 ปี สภาพโดยทั่วไปของป่าพรุ นั้น […]

ชาวรัสเซียกว่าครึ่งล้าน ร้องทางการเร่งจัดการไฟป่าในไซบีเรีย

ชาวรัสเซียกว่า 5 แสนคน เรียกร้องให้ทางการ รัสเซีย ดำเนินมาตรการเร่งด่วนในการรับมือกับไฟป่าที่กำลังลุกลามอย่างหนักในไซบีเรีย ซึ่งบรรดานักสิ่งแวดล้อมต่างบอกว่าเป็นหายนะทางระบบนิเวศน์ โดยสำนักงานป่าไม้กลางของรัสเซีย เผยว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้น เผาไหม้พื้นป่าที่ไปแล้วเกือบ 20 ล้านไร่ หรือมีขนาดเท่ากับเบลเยียมทั้งประเทศ และส่งผลให้ทางการต้องประกาศภาวะฉุกเฉินใน 5 ภูมิภาคของรัสเซีย กรีนพีซ ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมระดับนานาชาติ ระบุเมื่อวันจันทร์(29 ก.ค.)ที่ผ่านมาว่า กลุ่มควันหนาทึบแผ่ปกคลุมทั่วพื้นที่ไซบีเรีย ไปจนถึง เขตภูเขาในสหพันธ์ยูรัล ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน โดยระบุว่า สถานการณ์ไฟป่าในไซบีเรียถูกมองว่าเป็นปัญหาระดับท้องถิ่นมาเป็นเวลานาน และได้กลายเป็นมหันตภัยทางระบบนิเวศน์ระดับประเทศไปแล้ว ล่าสุด นักนิเวศน์วิทยาจากไซบีเรีย ยื่นเรื่องร้องเรียนในโลกออนไลน์ และมีผู้ลงชื่อสนับสนุนแล้วกว่า 7 แสน 2 หมื่น รายชื่อเมื่อวานนี้(30 ก.ค.) เพื่อเรียกร้องให้ทางการดำเนินมาตรการเร่งด่วน และประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วทั้งภูมิภาคไซบีเรีย ขณะนี้ บรรดาเจ้าหน้าที่ดับเพลิง กำลังเร่งดับไฟ ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 6 แสน 2 หมื่นไร่ ในเมืองเอียคุตสก์ ของไซบีเรีย แต่ยังมีไฟป่าในพื้นที่อื่นที่ยังคงลุกลามอย่างหนัก ทั้งนี้ทางการรัสเซีย บอกว่า ไม่มีแผนดับไฟในพื้นที่อื่น เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ห่างไกล […]

สั่งปรับ 2 นศ.อิตาลีคนละ 480 ล้าน เหตุย่างบาร์บีคิวลามเกิดไฟป่า

เมื่อปลายปีที่แล้ว มีเหตุการณ์ไฟป่ารุนแรงใกล้ทะเลสาบโกโม่ ในอิตาลี ล่าสุด อัยการมีคำสั่งปรับสองหนุ่มต้นเพลิงคนละ 480 ล้านบาท เหตุไฟป่าครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยต้นเพลิงเกิดจากสองหนุ่มนักศึกษา วัย 22 ปีที่ตั้งเตาปิ้งบาร์บีคิวที่สวนหลังบ้าน แต่ประกายไฟได้ลามเหนือการควบคุม จนกลายเป็นไฟป่าครั้งใหญ่ มีพื้นที่ป่าได้รับความเสียหายกว่า 6 พันไร่ สัตว์เลี้ยงของชาวบ้านตายในกองไฟเป็นจำนวนมาก อัยการระบุว่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาท แต่ได้ลดโทษให้กับผู้ก่อเหตุทั้งสองคน เหลือโทษปรับคนละ 15 ล้านดอลลาร์ หรือราว 480 ล้านบาท โดยทั้งสองคนระบุว่า ทางการใช้พวกเขาเป็นแพะรับบาป เนื่องจากไม่สามารถหาสาเหตุของไฟป่าได้ ขณะที่เหตุผลของเจ้าหน้าที่ป่าไม้คือต้องการให้คนรับผิดชอบและมีจิตสำนึกในการพิทักษ์ผืนป่ามากขึ้น  

ไฟป่าโหมอย่างหนักในเกาหลีใต้ เจ้าหน้าที่มากกว่า 1 หมื่นคนเร่งดับ

เย็นวานนี้(4 เม.ย.) เกิดเหตุไฟป่าทางตะวันออกของจังหวัดกังวอน เกาหลีใต้ ก่อนลุกลามไปยังเมืองซกโช ซึ่งอยู่ติดทะเล ไฟป่ากินพื้นที่กว่า 3.85 ตารางกิโลเมตร เผาบ้านเรือนประชาชนกว่า 310 หลัง รวมไปถึงสิ่งก่อสร้างและอาคารต่าง ๆ ทางการต้องอพยพประชาชนราว 4,230 คน ไปยังอาคารอเนกประสงค์ของโรงเรียนที่ใช้เป็นศูนย์หลบภัยชั่วคราว และได้ประกาศหยุดเรียนในโรงเรียน 52 แห่ง ประธานาธิบดีมุน แจอิน ผู้นำเกาหลีได้เรียกประชุมด่วน และสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือดับไฟ โดยมีการใช้เฮลิคอปเตอร์ 45 ลำ รถดับเพลิง 77 คัน และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 13,000 คนจากช่วยประเทศกำลังปฏิบัติหน้าที่ ข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

เชียงใหม่ระอุ! เพลิงโหม “ดอยหลวงเชียงดาว” หวั่นคร่าชีวิตสัตว์ป่า

สถานการณ์ฝุ่นควันที่ จ.เชียงใหม่ ยังคงน่าเป็นห่วง รวมถึงสถานการณ์ไฟป่าที่ยังคงเกิดขึ้นทุกวันไม่มีวี่แววว่าจะลดละ ล่าสุด มีเจ้าของเฟซบุ๊ก Pijakkana Meechaiudomdaj  ได้เผยแพร่ภาพ “ดอยหลวงเชียงดาว” ที่กลายเป็นภูเขาไฟเพียงชั่วข้ามคืิน โดยแคปชั่นระบุว่า ค่ำคืนนี้ฉันจะหลับตาลงได้อย่างไร ดอยหลวงเชียงดาวที่ชาวต่างชาติและคนไทยจำนวนมากหลงไหลในความสวยงามของธรรมชาติ เป็นดอยสูงอันดับต้นๆของไทย เป็นป่าที่สมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้นานาชนิดให้ศึกษาและเรียนรู้ มีสัตว์ป่าสงวนที่เริ่มหายาก แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นภูเขาไฟ ทอดยาวไปถึงยอดดอย สัตว์ป่าน้อยใหญ่ที่วิ่งหนีไม่ทันคงสูญสิ้นชีวิต #เจ็บปวดที่ต้องทนเห็นเปลวไฟเผาผลาญป่าและชีวิตสัตว์ป่า #เริ่มมีอาการไอและแสบหน้าอก

เครื่องยนต์ช็อต! เจ้าของรีบขับกระบะไฟลุกหนี พบไฟไหม้ลามป่าเสียหาย 1 ไร่ (คลิป)

กระบะไฟไหม้ใต้ท้องรถ เจ้าของรถขับหนี นึกว่าไฟไหม้ป่าลามมาที่รถ คาดสาเหตุมาจากเครื่องยนต์มีปัญหา ไฟลุกลามไหม้พื้นที่ 1 ไร่ ศูนย์วิทยุ 191 จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้รถกระบะ ที่บ้านโคกนาคลอง หมู่ 8 ต.หนองขอนกว้าง อ.เมือง และไฟได้ไหม้ลุกลามไปที่ป่าหญ้าบริเวณที่รถกระบะจอดอยู่ เกรงจะควบคุมเพลิงไม่ได้ ตำรวจ สภ.โนนสูง จึงประสานไปยังรถดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งออกทำการดับ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะอีซูซุดีแมกซ์แคป สีบรอนซ์ทอง ทะเบียนผจ 4665 อุดรธานีเจ้าของคือ นายบุญทาวงศ์ ทิมา อายุ 51 ปี ได้พยายามนำน้ำดื่มในขวดที่อยู่ในรถ ดับไฟที่รถ ซึ่งมีรอยไหม้ที่ห้องเครื่องยนต์ท้ายกระบะหลังด้านซ้าย ได้รับความเสียหายนอกจากนี้บริเวณที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ยังฉีดน้ำดับไฟที่ไหม้หญ้าแห้ง และลุกลามกินพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจึงควบคุมเพลิงได้ นายบุญทาวงศ์ เปิดเผยว่า มีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง มารับเหมาต่อเติมบ้านที่เกิดเหตุโดยได้จอดรถเอาไว้ห่างจากจุดที่ทำงานประมาณ 50 เมตร ขณะที่ตนกำลังทำงานอยู่เห็นไฟลุกไหม้อยู่ที่ใต้ท้องรถของตน และบริเวณที่จอดรถมีป่าหญ้าแห้งอยู่รอบๆ จำนวนมาก ขณะไฟกำลังไหม้รถ ได้วิ่งไปขึ้นรถแล้วสตาร์ตขับหนีออกมาจากป่าหญ้าแห้งประมาณ 100 เมตร […]

สหรัฐฯ ระดมจนท.กว่า 3,300 นาย พร้อม ฮ. เร่งดับไฟป่า

วูลซีย์ ไฟร์ หนึ่งในไฟป่าครั้งใหญ่ที่กำลังเผาไหม้รัฐแคลิฟอร์เนีย ส่งผลให้ประชาชนราว 250,000 คนต้องอพยพออกจากเขตเวนทูตรา และลอสแองเจลิส ล่าสุดกระแสลมที่อ่อนกำลังทำให้เจ้าหน้าที่นำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นทิ้งระเบิดน้ำควบคุมพื้นที่ไฟป่าได้มากขึ้น โดยทางการรัฐแคลิฟอร์เนียบอกว่า มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 3,300 นาย ได้รับมอบหมายให้รับมือไฟป่าครั้งนี้ และด้วยสภาพอากาศที่เอื้อต่อการทำงาน ทำให้ทางการคาดว่าจะสามารถควบคุมพื้นที่ไฟป่าได้มากขึ้นเรื่อย ๆ และใช้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงน้อยลง ล่าสุดคุมไฟป่าได้แล้วกว่า 82% ทางการรัฐแคลิฟอร์เนียบอกว่า ชาวเมืองท้องถิ่นได้รับอพยพออกจากบ้านของตนเอง แต่ความปรารถนาที่จะกลับไปยังบ้านของตนเองมีมากขึ้น หลังฤดูหนาวใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าระดมเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง เตรียมพร้อมที่สนามบิน และเดินหน้าปฏิบัติการดับไฟป่าอย่างต่อเนื่อง ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไฟป่าครั้งรุนแรงในแคลิฟอร์เนียยังโหมต่อเนื่อง เผาพื้นที่มากกว่า 8 แสนไร่

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟป่าในพื้นที่มลรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นเหตุไฟป่าที่ถือว่ารุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ล่าสุดเพิ่มจำนวนเป็นอย่างน้อย 56 ราย ขณะที่ยอดผู้สูญหายที่ยังไม่ทราบชะตากรรมยังคงมีสูงกว่า 130 ราย นอกเหนือจากยอดผู้เสียชีวิตและสูญหายแล้ว รายงานข่าวยังระบุว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นยังได้เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 135,000 เฮคตาร์ (มากกว่า 843,750 ไร่) รวมถึงบ้านเรือน-สิ่งปลูกสร้างอีกมากกว่า 500 หลัง ซึ่งรวมถึงบ้านของเหล่ามหาเศรษฐีและนักแสดงฮอลลีวูดหลายคน สื่อท้องถิ่นระบุว่า จนถึงขณะนี้ทางการท้องถิ่นต้องสั่งอพยพประชาชนหนีไฟป่าที่ลุกลามไปแล้วมากกว่า 200,000 คน ขณะที่การควบคุมไฟป่าของทีมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในพื้นที่เพิ่งทำได้ราว 30 เปอร์เซ็นต์ หรือเกือบ 1 ใน 3 เท่านั้น เนื่องจากกระแสลมที่พัดแรงในพื้นที่ ได้โหมกระพือให้ไฟลุกลามขยายวงกว้างมากกว่าเดิม ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไฟป่ารุนแรงครั้งใหม่ในแคลิฟอร์เนีย สั่งอพยพปชช.หนีตายนับพัน

เกิดไฟป่าครั้งใหม่ในพื้นที่ตอนเหนือของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐฯ พบไฟลุกลามอย่างรวดเร็วจนเผาผลาญพื้นที่ป่าไปแล้วมากกว่า 12,600 ไร่ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง รายงานข่าวระบุว่า จุดที่ไฟป่าครั้งใหม่ปะทุขึ้นอยู่ใกล้กับเขตป่าสงวนแห่งชาติแชสต้า-ทรินิตี้ ไม่ไกลจากบริเวณรอยต่อเขตแดนระหว่างมลรัฐแคลิฟอร์เนีย กับมลรัฐออริกอน จนถึงขณะนี้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 600 นายเข้าควบคุมการลุกลามของไฟป่าครั้งนี้ แต่กระแสลมที่พัดแรงกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การควบคุมไฟป่ายังทำได้ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์  ล่าสุด ทางการท้องถิ่นออกคำสั่งอพยพประชาชนจำนวนหลายพันคนออกนอกพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

แคนาดาเผชิญปัญหาหมอกควัน หลังเกิดไฟป่าหลายร้อยจุด-จนท.เร่งดับไฟ

จากกรณีการปะทุของไฟป่าจำนวนมากกว่า 560 จุด ในแคว้นบริติชโคลัมเบีย ทางตะวันตกของประเทศแคนาดา ได้ก่อให้เกิดปัญหาด้านทัศนวิสัยที่เลวร้าย      จากหมอกควันที่แผ่ปกคลุมในหลายพื้นที่ของประเทศ ขณะที่ทางการแคนาดาต้องออกประกาศประชาชนให้สวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน เพราะคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ จนถึงขณะนี้มีการสั่งอพยพประชาชนออกจากบ้านเรือนในพื้นที่เสี่ยงไปแล้วมากกว่า 18,700 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจำนวนมากกว่า 3,300 นาย ได้ถูกระดมกำลังเข้าร่วมในภารกิจสกัดไฟป่าครั้งนี้ แต่ความพยายามในการดับไฟต้องเผชิญอุปสรรค จากกระแสลมแรงที่ทำให้ไฟลุกลามเร็วยิ่งขึ้น ได้ก่อให้เกิดปัญหาด้านทัศนวิสัยที่เลวร้าย จากหมอกควันที่แผ่ปกคลุมในหลายเมือง ขณะที่ทางการแคนาดาต้องออกประกาศประชาชนให้สวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน เพราะคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไฟป่าสเปน โหมหนัก! ลุกลามเกือบ 2 หมื่นไร่ จนท.ระดมกำลังเร่งดับไฟ

ไฟป่าที่โหมลุกไหม้ทางตอนใต้ของประเทศสเปนยังรุนแรงต่อเนื่อง โดยได้เผาทำลายพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 3,000 เฮคตาร์ หรือมากกว่า 18,750 ไร่ ขณะนี้ทางการสเปนได้สั่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่โดยรอบเมืองบาเลนเซียไปแล้วมากกว่า 2,600 คน ขณะที่ทางกองทัพสเปนได้ส่งกำลังพลของตนลงพื้นที่ เพื่อร่วมสมทบภารกิจดับไฟป่ากับเจ้าหน้าที่ดับเพลิง สื่อท้องถิ่นของสเปนรายงานว่า เหตุไฟป่าครั้งนี้มีต้นตอมาจาก “ฟ้าผ่า” เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่อิทธิพลจากกระแสลมแรงและสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้ไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็ว และพบว่ามีบ้านเรือนถูกเผาทำลายไปแล้วมากกว่า 40 หลัง ล่าสุดมีการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมากกว่า 600 นาย และเครื่องบินอีก 31 ลำสำหรับเข้าร่วมในภารกิจการดับไฟทางอากาศ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไฟป่า ‘สเปน-โปรตุเกส’ ลุกลามหนัก! หลังคลื่นความร้อนแผ่ปกคลุม

เกิดไฟป่าลุกลามบริเวณแนวพรมแดนโปรตุเกส-สเปน จากอิทธิพลจากคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมในเวลานี้ ส่งผลให้พื้นที่คาบสมุทรไอบีเรียซึ่งเป็นที่ตั้งของทั้งสองประเทศ โดยเผชิญกับอุณหภูมิที่พุ่งสูงถึง 43 องศาเซลเซียส ด้วยสภาพอากาศที่แห้งและร้อนจัด รวมถึงกระแสลมที่พัดแรง กลายเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนให้ไฟป่าบริเวณดังกล่าวลุกลามรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะที่เขต เอสเตรมาดูร่าทางตอนใต้ของสเปน ซึ่งทางการสเปนระบุว่า จะเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด รายงานข่าวล่าสุดจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า แม้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทั้งของสเปนและโปรตุเกสจะเร่งทำงานอย่างหนัก แต่ยังคงไม่สามารถควบคุมการลุกลามของไฟป่าได้ ทำได้เพียงการสกัดมิให้ไฟลุกลามเข้าใกล้เขตชุมชนเท่านั้น

สั่งอพยพด่วน! ไฟป่าแคลิฟอร์เนียยังลามไม่หยุด เข้าใกล้ที่ตั้งของหลายชุมชน

ไฟป่าในพื้นที่ทางตอนเหนือของมลรัฐแคลิฟอร์เนียยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุให้ทางการท้องถิ่นต้องประกาศอพยพประชาชนออกจากพื้นที่หลายชุมชน รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและอาสาสมัครมากกว่า 1,200 คนได้ทำงานแข่งกับเวลา เพื่อหาทางควบคุมการลุกลามของไฟป่าที่เกิดขึ้น แต่ต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญคือสภาพอากาศที่ร้อนจัด และกระแสลมพัดแรงที่ทำให้ไฟป่าลุกลามขยายวงกว้างมากกว่าเดิม โดยพบพื้นที่ป่าถูกเผาผลาญแล้วมากกว่า 32,500 เอเคอร์ หรือราว 82,225 ไร่ ล่าสุดมีการยืนยันว่า ไฟป่าได้ลุกลามเข้าใกล้ที่ตั้งของหลายชุมชนในแถบแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ และอยู่ห่างจากนครซานฟรานซิสโกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 120 กิโลเมตร.

รมว.เกษตรฯ ย้ำ! ภาคเหนือเตรียมรับมือภัยแล้ง-ปัญหาหมอกควันไฟป่า พร้อมเร่งสำรวจแหล่งน้ำ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมสัมมนาการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในระดับพื้นที่สู่การปฏิบัติภาคเหนือ พร้อมเน้นย้ำให้รับมือปัญหาภัยแล้งและปัญหาหมอกควันจากไฟป่า ขณะที่สั่งการให้หน่วยงานไปสำรวจแหล่งน้ำที่กักเก็บเพื่อใช้ในฤดูแล้งแล้ว วันที่ 19 ก.พ. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หอประชุมศรีวชิรโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการประชุมสัมมนาการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในระดับพื้นที่สู่การปฏิบัติภาคเหนือ ทั้งนี้เพื่อเป็นการมอบนโยบายการทำงานให้แก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เป็นรูปที่ชัดเจน และเป็นรูปธรรม ผ่านกลไกสำคัญคือบุคลากรในพื้นที่ระดับจังหวัด จนถึงระดับตำบล นอกจากนี้ยังเป็นเวทีในการเชื่อมประสานนโยบายของกระทรวงฯ กับภาคส่วนอื่น ที่จะร่วมกับขับเคลื่อนภาคการเกษตรให้ระบบการผลิตและการตลาดมีความสอดคล้องสมดุลกัน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง โดยมีหัวหน้า, เจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาร่วมประชุมกันทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า “ในวันนี้ ได้เดินทางมามอบนโยบายให้แก่หน่วยงานในสังกัด เพื่อเกิดเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ลงพื้นที่บริการแก่เกษตรกรตามพื้นที่ต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยเน้นหลักการตลาดนำการผลิต โดยให้สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ประสานงานกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ในการชักจูงให้ภาคเอกชนมารับซื้อสินค้าของเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งที่ให้เกษตรกรมารวมตัวกันผลิตสินค้าที่ลดต้นทุน แต่ถ้าผลิตสินค้าทางการเกษตรอะไรแล้ว ก็ควรมีผู้มารับซื้อ เช่นที่จังหวัดพิษณุโลก ทางสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลกได้รายงานว่า มีเกษตรกรผลิตสินค้าตามโครงการเกษตรแปลงใหญ่แล้วจำนวน 40 แปลง มีภาคเอกชนมารับซื้อแล้วกว่า 30 แปลง […]

รวม ‘ภัยพิบัติ’ ครั้งใหญ่ปี 60 คร่าชีวิตคนจำนวนมาก-ทำลายเศรษฐกิจหลายประเทศ (คลิป)

ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ต่างๆ ทั่วโลกต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่นับครั้งไม่ถ้วน วันนี้ทีมข่าวต่างประเทศอมรินทร์ทีวี จะพาท่านผู้ชมย้อนกลับไปทบทวนถึงเหตุการณ์สำคัญ ในปี 2017 เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงอำนาจการทำลายล้างอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ที่แม้แต่เทคโนโลยีสุดล้ำของมนุษย์ยุคนี้ยังมิอาจต้านทานได้ ต้นเดือนมิ.ย. 60 เกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ 10 มณฑลทางตอนกลางและตอนใต้ของจีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 203 ราย ประชาชนมากกว่า 15 ล้านคนได้รับผลกระทบ ต้นตอของภัยพิบัติครั้งนี้เกิดจากภาวะฝนตกหนักต่อเนื่องนานกว่าปกติ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักกว่า 60 สายของจีน รวมถึงแม่น้ำแยงซี และทะเลสาบป๋อหยาง เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนทะลักเข้าท่วมไร่นาและบ้านเรือนของประชาชน รวมมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 185,000 ล้านบาท กลางเดือนมิ.ย. 60  เกิดเหตุไฟป่าในพื้นที่ภาคกลางของโปรตุเกส ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งไปปะทุขึ้นพร้อมกันมากกว่า 160 จุด โดยเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด และกระแสลมที่พัดแรงกลายเป็นปัจจัยเอื้อให้เพลิงนรกลุกลามแผ่ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว ซึ่งนอกจากจะสร้างความเสียหายเผาผลาญพื้นที่ป่าไปเป็นจำนวนมากแล้ว ไฟป่าในโปรตุเกสครั้งนี้ยังคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 156 ราย ต้นเดือนก.ย. 60 เกิดพายุเฮอร์ริเคนระดับ 5 ที่มีความเร็วลมที่ศูนย์กลางมากกว่า 295 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก่อตัวขึ้นกลางมหาสมุทรแอตแลนติกใกล้หมู่เกาะเคปเวิร์ด อดีตดินแดนอาณานิคมของโปรตุเกสและถือเป็นพายุเฮอร์ริเคนที่สร้างสถิติที่ไม่น่าจดจำเอาไว้มากมาย ตลอดระยะเวลา 18 วัน […]

keyboard_arrow_up