เปิดประวัติ “ผัดกะเพรา” อาหารตามสั่งแบบไทยๆ ที่ดังไกลถึงญี่ปุ่น

อีกหนึ่งเมนูตามสั่ง ที่หลายๆ คนยกให้เป็น “อาหารสิ้นคิด” ที่หากใครนึกไม่ออกว่าจะกินอะไร ก็แค่ได้เป็นร้านอาหารตามสั่ง แล้วสั่ง “ผัดกะเพรา” มารับประทานสักจาน ก็ได้อิ่มสบายท้องไปอีกหนึ่งมื้อแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า…เมนูไทยๆ จนนี้ เพิ่งจะเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง ในช่วงปี พ.ศ. 2500 นี้เอง ผัดกะเพรา เป็นอาหารจานเดียวของไทยที่ได้รับความนิยมที่สุดจานหนึ่งที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยวัตถุดิบหลักคือ เนื้อสัตว์ พริก กระเทียม ใบกะเพรา แต่ภายหลังได้มีบางร้านเติมถั่วฝักยาว ข้าวโพดอ่อน และหอมหัวใหญ่ ลงไปด้วย ซึ่งก็มีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่ไม่ชื่นชอบกับไอเดียนี้ และพยายามเรียกร้องให้ผัดกะเพราต้องใส่ใบกะเพราเท่านั้น สำหรับเนื้อสัตว์ที่นำมาใช้ในเมนูผัดกะเพรานั้นมีด้วยกันหลายชนิด ตั้งแต่เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว กุ้ง ปลาหมึก หรือแม้แต่ ปลา หอยแมลงภู่ เนื้อปู วิธีการปรุง ใช้วิธีการผัดวัตถุดิบเข้าไปด้วยกัน มีการปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล บ้างใส่ผงชูรส ซีอิ๊วดำ พริกไทยป่น เติมน้ำสต๊อกพอให้ขลุกขลิก รับประทานกับข้าวสวย อาจกินด้วยกับไข่ดาว มีน้ำปลาพริกเป็นเครื่องปรุงให้รสหอมและเผ็ดขึ้น ความเป็นมาของกะเพราในเมืองไทยนั้น สามารถย้อนกลับไปได้ถึงปี พ.ศ. 2230 […]

รัฐบาลลาวดันส่งออก “ไฟฟ้า” ป้อนลูกค้ารายใหญ่ “ไทย-เวียดนาม”

รัฐบาลลาว เล็งขยายกำลังการส่งออกไฟฟ้าให้ลูกค้ารายใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งไทย-เวียดนาม หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทม์ส รายงานว่า รัฐบาลลาวเห็นชอบที่จะขายไฟฟ้า 5,000 เมกะวัตต์ ให้แก่เวียดนาม ขณะที่ปัจจุบันลาวส่งออกไฟฟ้าให้เวียดนามราว 300 เมกะวัตต์ และคาดว่าจะจัดส่งพลังงาน 1,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2563 รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและเหมืองของลาว ระบุ นอกจากนั้นลาวยังเห็นชอบการลงนามข้อตกลงการค้าไฟฟ้ากับไทยอีก 4 โครงการ ซึ่งคาดว่าจะขายไฟฟ้า 2,357 เมกะวัตต์ของกำลังการผลิตติดตั้งภายในสิ้นปีนี้ และลาวได้ปรับราคาการค้าไฟฟ้าและเพิ่มการส่งออกไฟฟ้าแก่ไทย รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ยังกล่าวว่า ลาวเห็นชอบที่จะขายไฟฟ้า 9,000 เมกะวัตต์ให้แก่ไทย ที่ปัจจุบันจัดส่งอยู่ที่ 4,260 เมกะวัตต์ แต่จะเพิ่มปริมาณขึ้นที่ 7,000 เมกะวัตต์ในปี 2563 และ 9,000 เมกะวัตต์ในปี 2568 นอกจากนั้น ทางการลาวยังเห็นชอบที่จะลงนามข้อตกลงว่าด้วยการค้าไฟฟ้าใน 4 โครงการกับไทย โดยลาวได้ปรับปรุงราคาซื้อขายไฟฟ้าและเพิ่มการส่งออกไฟฟ้าให้แก่ไทยด้วย ปัจจุบันลาวส่งไฟฟ้าผ่านสายส่งไฟฟ้าแรงสูงระดับแรงดันไฟฟ้า 115 กิโลโวลต์ และกำลังพิจารณาที่จะเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อขายพลังงานผ่านสายส่งไฟฟ้าแรงสูงระดับแรงดันไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์ และ 500 […]

ฤา จะถึงคราวสูญพันธุ์!? เมื่อ “ปลาบึก” ไม่มีเหลือในธรรมชาติ และปลาส่วนใหญ่เกิดจากการ “ผสมเทียม”

แม้จะฟังดูไม่น่าเชื่อ เพราะไม่ว่าจะในตลาดปลา หรือแม้แต่ในร้านอาหาร ก็ล้วนแต่สามารถหาปลาบึก ทั้งที่ตายแล้ว หรือยังมีชีวิตอยู่ได้ไม่ยาก แต่ส่งหนึ่งที่ทั้งนักชิมและคนเลี้ยงปลาบางส่วนอาจยังไม่ทราบ นั่นคือปลายักษ์จากแม่น้ำโขงที่เราเห็นกันทุกวันนี้ล้วนแต่เกิดจากการ “ผสมเทียม” ทั้งสิ้น จากข้อมูลของ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ซึ่งได้เปิดเผยตัวเลขเกี่ยวกับสถิติการจับปลาบึกในช่วงปี 2529-2538 ที่สามารถจับปลาบึกได้รวมกันถึง 362 ตัว ในขณะที่ช่วงปี 2539-2549 หรือหลังจากที่มีการสร้างเขื่อนบริเวณต้นแม่น้ำโขง พบว่าสามารถจับปลาบึกรวมกันได้เพียง 48 ตัวเท่านั้น จากข้อมูลดังกล่าวทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า การสร้างสิ่งปลูกสร้างที่ขวางกั้นลำน้ำโขง ได้กลายเป็นอุปสรรคต่อการขยายพันธุ์ของปลาบึกหรือไม่? เพราะนอกจากปลาบึกขนาดใหญ่ที่พร้อมผสมพันธุ์ที่จับได้นั้น ยังไม่เคยมีใครพบเห็นลูกปลาบึกในธรรมชาติเลย ปัจจุบัน ปลาบึกที่มีขาย หรือแม้แต่ที่ถูกจับได้จากธรรมชาตินั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการผสมเทียมโดยกรมประมงทั้งสิ้น และลูกปลาเหล่านั้นจะถูกนำไปปล่อยไปในแหล่งน้ำหลายแห่งในประเทศ อาทิ เขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา, เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี, บ่อน้ำภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เป็นต้น โดยมีการกำหนดให้จับได้เป็นช่วงระยะเวลาและปริมาณที่ชัดเจน เช่น ที่เขื่อนแก่งกระจานมีการปล่อยปลาบึกลงไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 มีกำหนดในช่วงปลายปีถึงต้นปี เนื่องจากเป็นช่วงฤดูหนาว ที่น้ำจะมีอุณหภูมิเย็น ปลาบึกจะลอยตัวขึ้นมาบริเวณผิวน้ำเพื่อเล่นน้ำ ทำให้จับได้ง่าย โดยธรรมชาติแล้ว ปลาบึก นั้นอาศัยอยู่ในแม่น้ำโขงตั้งแต่ประเทศจีน, ลาว, […]

เกาหลีใต้ จ่อใช้ระบบ ETA คัดกรองนักท่องเที่ยว สกัด “ผีน้อยไทย” ลักลอบเข้าประเทศ

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ มีการเผยแพร่ข่าวการประชุมหารือด้านการกงสุลไทย – สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 4 โดย ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ในระดับประชาชนอยู่ในระดับที่ดี โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เดินทางมาไทยประมาณ 1.8 ล้านคนต่อปี และนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเกาหลีใต้ประมาณ 5 แสนคนต่อปี และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอีก ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับสาธารณรัฐเกาหลีที่ใกล้ชิดและดำเนินมาครบ 60 ปีแล้ว ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองบุคคลตั้งแต่ต้นทางเพื่อคุ้มครองนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวโดยสุจริต เนื่องจากปัจจุบันมีจำนวนคนไทยที่ลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมายอยู่ในสาธารณรัฐเกาหลีเป็นจำนวนมากประมาณ 14๐,๐๐๐ คน โดยภายหลังสิ้นสุดการดำเนินมาตรการผ่อนปรนของรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีที่ให้แรงงานต่างชาติที่ลักลอบทำงานผิดกฎหมายเดินทางกลับประเทศโดยไม่ถูกขึ้นบัญชีเป็นผู้กระทำผิด ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 31 มีนาคม 2562 ยังมีคนไทยที่อยู่อย่างผิดกฎหมายในสาธารณรัฐเกาหลีถึงร้อยละ 39 ของจำนวนคนต่างชาติทั้งหมดที่พำนักอยู่อย่างผิดกฎหมายในสาธารณรัฐเกาหลี โดยสาธารณรัฐเกาหลีก็จะบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการลักลอบเข้ามาทำงานและนำคนเข้ามาทำงานผิดกฎหมายให้มากขึ้น ทั้งสองฝ่ายยินดีกับความคืบหน้าของการจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงแรงงานกับกระทรวงยุติธรรมสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในการอำนวยความสะดวกการโยกย้ายถิ่นฐานแบบปกติและการป้องกันการจ้างงานผิดกฎหมายของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะเป็นกลไกที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ได้ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ทั้งนี้ ร่างบันทึกความเข้าใจดังกล่าวจะเป็นความร่วมมือสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันของหน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมายของทั้งสองประเทศอย่างเป็นทางการ ในโอกาสนี้ฝ่ายไทยได้หารือกับฝ่ายสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อแสวงหาช่องทางการรับแรงงานไทยไปทำงานอย่างถูกกฎหมายในสาธารณรัฐเกาหลีเพิ่มเติมจากระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ (Employment Permit System – […]

เปิดประวัติ “รถเมล์นายเลิศ” รถโดยสารประจำทางสายแรกของไทย

รถเมล์นายเลิศ หรือ รถเมล์ขาว เป็นรถโดยสารประจำทางสายแรกของไทย ผู้ริเริ่มคือ พระยาภักดีนรเศรษฐ หรือ นายเลิศ เศรษฐบุตร เริ่มจากกิจการบริการรถม้าเช่า ซึ่งนายเลิศเป็นผู้ออกแบบตัวรถเอง โดยคิดค่าโดยสารสำหรับรถม้าเดี่ยวชั่วโมงละ 75 สตางค์ รถม้าคู่ชั่วโมงละ 1 บาท แต่นายเลิศเห็นว่าเป็นการทรมานสัตว์ จึงคิดเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ เมื่อประมาณ พ.ศ. 2453 รถเมล์นายเลิศมีลักษณะเฉพาะคือ ทาสีขาวทั้งคัน มีตราประจำรถเป็นรูปขนมกง นายเลิศเป็นผู้ออกแบบตัวถังรถเมล์ด้วยตัวเอง โดยเขียนแบบด้วยชอล์กบนพื้นปูน ให้ช่างไม้ชาวเซี่ยงไฮ้เป็นผู้ต่อ โดยใช้เครื่องยนต์ที่สั่งซื้อมาจากประเทศอังกฤษ นายเลิศมีนโยบายในการเดินรถว่า “สุภาพ ซื่อสัตย์ ประหยัด ทันใจ เอากำไรแต่น้อย บริการผู้มีรายได้น้อย” รถเมล์สายแรกของนายเลิศ วิ่งจากประตูน้ำไปสี่พระยา เมื่อกิจการเจริญก้าวหน้าจึงขยายออกไปจนเกือบทั่วกรุงเทพมหานคร คนทั่วไปเรียกรถของนายเลิศว่า “รถเมล์ขาว” ตามสีของรถ ต่อมานายเลิศได้ริเริ่มบริการเรือเมล์ที่ชาวบ้านเรียก “เรือขาว” รับส่งผู้โดยสารตามคลองแสนแสบ ผ่านหนองจอก มีนบุรี แล้วมาสุดทางที่ประตูน้ำ เชื่อมโยงกับเส้นทางของรถเมล์ขาว กิจการนี้เป็นที่ประทับใจของคนทั่วไป และสร้างชื่อเสียงให้นายเลิศอย่างมาก กิจการรถเมล์นายเลิศ ดำเนินการมานานถึง 70 ปี […]

เปิดความสัมพันธ์ “ไทย-ฝรั่งเศส” เมื่อ “คนไทยบางกลุ่ม” จวกเหตุไฟไหม้เพราะ “บาปกรรม”

กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความสลดใจไปทั่วโลก เมื่อ มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ในช่วงเย็นของวันจันทร์ (ที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ในขณะที่มีการซ่อมแซมปรับปรุงตัวอาคารของมหาวิวหารอายุกว่า 850 ปี ทำให้เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งเหนืออาคารสไตล์กอทิกเก่าแก่ และมีรายงานว่ารัฐบาลและเอกชน เพิ่งระดมทุนเมื่อปีที่แล้ว เพื่อปรับปรุงตัวโบสถ์ที่ทรุดโทรมหนัก ซึ่งอาจต้องมีการระดมทุนจากทั่วโลกอีกครั้งเพื่อสร้างและซ่อมแซมมหาวิหารแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ (อ่านเพิ่มเติม : เปิดประวัติ “มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม” แห่งกรุงปารีส ก่อนจะลุกไหม้ในกองเพลิง / ย้อนชมความงาม “มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม” ก่อนจะลุกไหม้ในกองเพลิง) อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเสียใจและข้อความให้กำลังใจมากมายจากทั่วโลก พบว่าหลังเหตุการณ์ดังกล่าวยังมีคนไทยจำนวนมากที่แสดงความเห็นในโลกออนไลน์ที่ชวนหดหู่ ต่อการสูญเสียมหาวิหารแห่งนี้ ไม่ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นจากความคึกคะนอง หรือด้วยทัศนคติที่มีต่อประเทศและสถานนี้แห่งนี้จริงๆ แต่ความสัมพันธ์ของไทยกับฝรั่งเศสนั้นมีมากยาวนานเกินกว่าที่คอมเมนท์ และความเห็นของชาวเน็ตบางส่วนแสดงออกมาเป็นอย่างมาก และจากข้อมูลของ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ได้อธิบายความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเอาไว้ดังนี้… ไทยกับฝรั่งเศสเริ่มมีความสัมพันธ์ระหว่างกันตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จ พระนารายณ์มหาราช และพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งได้ส่งราชทูตมาเจริญสัมพันธไมตรีกับสยามเมื่อปี พ.ศ. 2228 ต่อมา ราชทูตสยาม (โกษาปาน) ได้เดินทางไปเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ณ พระราชวังแวร์ซายส์ […]

หาก “ปูสีฟ้า” ระบาดมาถึงไทย มันจะกลายเป็นเมนูอะไรได้บ้าง!?

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อนักวิทยาศาสตร์จาก University of Alicante Marine Research Centre (CIMAR) ในประเทศสเปน ได้พบการระบาดของ ปูสีฟ้า (Blue Crab) ที่ถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบตะวันออกของประเทศสหรัฐอเมริกา แต่กลับมาแพร่พันธุ์ใน Ebro Delta ทางเหนือของสเปนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากปูตัวหนึ่งวางไข่ได้ถึง 8,000,000 ฟอง ภายใน 2 ปี โดยมีระยะเวลาตั้งท้อง 30-50 วัน ส่งผลให้จำนวนปูเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พวกมันตะกละเป็นอย่างมาก สามารถกินได้ตั้งแต่ปูท้องถิ่นหรือแม้กระทั่งพวกเดียวกันเอง ด้วยเหตุนี้เองทำให้ปูสีฟ้าเริ่มส่งผลกระทบต่อการประมงในประเทศ เพราะพวกมันสามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมดูเหมือนจะเป็นการหาวิธีจับพวกมันให้ได้เยอะที่สุด โดยการออกใบอนุญาตให้ชาวประมงสามารถใช้ตะกร้าหรือกรงที่เอาไว้จับปูโดยเฉพาะได้มากขึ้น ซึ่งจากข้อมูลพบว่าในหนึ่งสัปดาห์จำนวนปูสีฟ้าที่จับได้ทั้งหมดมีน้ำหนักรวมมากกว่า 12 ตัน ซึ่งเทียบเท่ากับปูที่จับได้ตลอดทั้งปี 2017 ฟังมาถึงตรงนี้ คงเป็นที่แน่นอนแล้วว่าวิธีปรายสายพันธุ์ต่างถิ่นทั้งหลายคงหนึ่งไม่พ้นการนำมันมาทำอาหารแน่ และพี่น้องชาวไทยทั้งหลายคงแอบหวังให้เจ้าปูสีฟ้ารีบๆ ระบาดมาไทยสักที เพื่อจะได้มอบชะตากรรมแบบเดียวกับตั๊กแตนปาทังก้า หอยเชอรี่ และปลาซัคเกอร์ ให้กับมัน แถมดูเหมือนเราจะมีเมนูเอาไว้ต้อนรับพวกมันเอาไว้เยอะเลยทีเดียว เอามาต้มเป็นแกงน้ำข้นแบบนี้ดีมั้ย   หรือจะเอามาผัดพริกไทยดำดี   ผัดผงกะหรี่ก็เข้าท่านะ   […]

ไม่ใช่ของจีน ไม่ใช่ของไทย แล้ว “ขนมจีน” เป็นของใคร!?

เรียกได้ว่าอาหารที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป และยังถูกนำมาใช้ในหลากหลายเมนู แต่เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังมีข้อสงสัย ว่า “ขนมจีน” ที่เราเรียกๆ กันนั้นมีที่มาเป็นอย่างไรกันแน่ หากว่ากันตามหลักฐานที่พอจะสืบค้นได้ ขนมจีนนั้นเป็น “อาหารมอญ” โดยคำว่าขนมจีนนั้นเพี้ยนมาจากภาษามอญว่า “ขฺนํจินฺ” (คะ -นอม-จีน) ซึ่งคำว่า “คะนอม” นั้นมีความหมายว่าเส้นขนม ส่วนคำว่า “จีน” มีความหมายว่า สุก สำหรับคำว่า “ขนมจีน” หรือ “หนมจีน” นั้นมีบันทึกอยู่ในบทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนตอนกินเลี้ยง คราวที่เจ้าล้านช้างถวายนางสร้อยทองแก่พระพันวษา ซึ่งมีความว่า… “ถึงวังยับยั้งศาลาชัย วิเสทในยกโภชนามา เลี้ยงเป็นเหล่าเหล่าลาวคอยชี้ ข้าวเหนียวหักหลังดีไม่เมื่อยขา แจ่วห้าแจ่วหกยกออกมา ทั้งน้ำยาปลาคลุกหนมจีนพลัน” นอกจากที่มาที่ขัดกับชื่อเรียกแล้ว การเรียกขนมจีนในประเทศก็ยังแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่อีกด้วย โดยภาษาเหนือเรียกว่า “ขนมเส้น” ภาษาอีสานเรียกว่า “ข้าวปุ้น” และภาคใต้เรียกว่า “หนมจีน” และไม่เพียงประเทศไทยเท่านั้นมีนิยมชมชอบในเมนูเส้นจานนี้ ประเทศเพื่อนบ้านก็มีขนมจีนในมื้ออาหารประจำวันด้วยเช่นกัน อย่างเช่นใน เวียดนาม ที่มีอาหารเส้นคล้ายขนมจีนที่เรียกว่า “บุ๋น” นิยมรับประทานกับน้ำซุปหมูและเนื้อ ในประเทศลาว เรียกขนมจีนว่า ข้าวปุ้น นิยมรับประทานกับน้ำยาปลาหรือน้ำยาเป็ด ทางหลวงพระบางรับประทานกับน้ำยาผสมเลือดหมูเรียกน้ำแจ๋ว ส่วนในประเทศกัมพูชา […]

‘ฟินแลนด์’ ครองแชมป์ปีที่ 2 ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก – ‘ไทย’ รั้งอันดับ 52

ฟินแลนด์ ถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน จากรายงาน “The 2019 World Happiness Report” ที่จัดทำโดยองค์การสหประชาชาติ รายงานข่าวระบุว่า รายงานฉบับนี้ซึ่งจัดทำโดยเครือข่ายการแสวงหาแนวทางแก้ปัญหาด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งองค์การสหประชาชาติ ได้ทำการจัดอันดับดัชนีความสุขของผู้คนใน 156 ประเทศทั่วโลก ผ่านเกณฑ์การประเมินหลายด้านซึ่งรวมถึง การปลอดจากการทุจริต , เสรีภาพทางสังคม , สุขภาพของประชาชน , ระบบสวัสดิการสังคม และรายได้เฉลี่ยต่อหัว นอกจากฟินแลนด์ ที่ครองอันดับ 1 ได้เป็นปีที่สองติดต่อกันแล้ว ประเทศที่ติดอันดับดินแดนแห่งความสุขใน 10 อันดับแรกจากผลการสำรวจในปีนี้ยังประกอบด้วย เดนมาร์ก นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ สวีเดน นิวซีแลนด์ แคนาดา และออสเตรีย ขณะที่สหรัฐอเมริกาหล่นจากอันดับที่ 18 ไปอยู่อันดับที่ 19 ส่วนไทยถูกจัดให้เป็นดินแดนแห่งความสุขอันดับที่ 52 ของโลกในปีนี้ ตามหลังคูเวตที่อยู่ในอันดับที่ 51 ในส่วนของ 10 ประเทศที่มีอันดับสุข ต่ำที่สุด จากรายงานฉบับนี้ ประกอบด้วย […]

เพจ กอ.รส. ยก “ศาสตร์พระราชา” เชื่อประชานิยมไทย ไม่ทำลงเอยแบบ “เวเนซุเอลา”

กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางอีกครั้ง เมื่อการหาเสียงดค้งสุดท้ายของพรคการเมืองต่างๆ ได้มีการงัดนโยบายประชานิยมออกมานำเสนอกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเสนอปรับค่าแรงขั้นต่ำที่แทบจะเป็นนโยบายหลักที่พรรคต่างๆ นำมาเกทับกัน จนหลายฝ่ายแสดงความกังวลว่า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำขึ้นอาจกระทบการระบบเศรษฐกิจของประเทศ และหวั่นจะซ้ำรอยเหตุการณ์ในประเทศเวเนซุเอลา อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก  กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส) ได้โพสต์ข้อความว่า ประเทศไทยมั่นคงได้ด้วย ‘ศาสตร์พระราชา’ เปรียบเทียบบริบทของ ‘เวเนซุเอลา’ กับ ‘ ไทย’ พร้อมทั้งระบุเหตุผลที่การทำประชานิยมในประเทศไทยจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบประเทศเวเนซุเอลา ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้ #นักการเมืองให้ปลาพระราชาให้เบ็ด ประเทศไทยมั่นคงได้ด้วย 'ศาสตร์พระราชา'เปรียบเทียบบริบทของ 'เวเนซุเอลา' กับ ' ไทย' โพสต์โดย กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย เมื่อ วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม 2019

ย้อนดูสถิติ “ประเทศไทย” เคยคว้าแชมป์ “คบซ้อน-นอกใจ” ไม่แพ้ชาติใดในโลก!!

จากกรณีที่ ศิลปินหนุ่ม ป๊อบ ปองกูล สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการควง ปลา วราสินี แฟนสาวนอกวงการ เข้าพิธีวิวาห์ เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 62 ที่ จ.นครนายก กระทั่ง โบว์ แฟนสาวอีกคนที่เปิดตัวคบกันมายาวนาน 10 ปี โพสต์ข้อความ ว่าไม่ทราบมาก่อน ว่าป๊อบจะเข้าพิธีกับสาวอีกคน จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น กระทั่ง ป๊อบ ปองกูล ยอมรับว่าคบซ้อน (อ่านเพิ่มเติม : เปิดใจครั้งแรก! “ป๊อบ ปองกูล” รับผิดคบซ้อน ขอโทษ “ปลา-โบว์” โกหกนาน 10 ปี (คลิป)) จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ถึงความซื่อสัตย์และความรักเดียวใจเดียวของคนไทย อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2016 เว็บไซต์ statista.com เคยนำมารายงานสถิติที่อ้างอิงการเก็บข้อมูลจาก Durex ผู้ผลิตถุงยางอนามัยชั้นนำของโลก ซึ่งพบว่ามีคนที่แต่งงานแล้วในประเทศไทยถึง 51% ยอมรับว่าตัวเองนอกใจคนรัก ซึ่งจัดว่าสูงที่สุดในโลก ตามมาด้วยเดนมาร์ก […]

นายกฯ ออสเตรเลียขอบคุณไทย – ต้อนรับ ‘ฮาคีม’ กลับอย่างอบอุ่น

เช้าวันนี้ (12 ก.พ. 62) นายฮาคีม อัล อาไรบี นักฟุตบอลชาวบาห์เรนวัย 25 ปีเดินทางถึงสนามบินเมืองเมลเบิร์นของออสเตรเลีย หลังได้เดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา โดยถูกคุมขังในไทยเป็นเวลานานกว่า 70 วัน โดยมีนายเครก ฟอสเตอร์ อดีตกัปตันทีมชาติออสเตรเลีย รวมทั้งกลุ่มผู้สนับสนุนมาส่งเสียงให้กำลังใจและต้อนรับนายฮาคีมอย่างอบอุ่น ด้านนายฮาคีมได้กล่าวขอบคุณรัฐบาล สื่อมวลชนและชาวออสเตรเลียที่ให้กำลังใจเขามาตลอด และขอบคุณนายฟอสเตอร์ อดีตกัปตันทีมชาติออสเตรเลีย ที่ร่วมกันต่อสู้เพื่อให้เขาได้รับการปล่อยตัว โดยนายฮาคีมยังบอกด้วยว่าแม้ตอนนี้เขาจะยังไม่ได้เป็นพลเมืองออสเตรเลีย แต่ออสเตรเลียก็ถือเป็นประเทศของเขา นายฟอสเตอร์ อดีตกัปตันทีมชาติออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้รณรงค์ช่วยให้นายฮาคีมได้รับการปล่อยตัวได้ทวีตข้อความขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับขอบคุณนายกรัฐมนตรีสก็อต มอร์ริส นางมาริส เพนย์ รัฐมนตรีต่างประเทศออสตรเลีย เจ้าหน้าที่สถานทูตออสเตรเลียประจำไทย และคนไทยทุกคนที่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ นายกรัฐมนตรี สกอตต์ มอร์ริสัน แห่งออสเตรเลีย มีแถงการณ์ระบุว่า ออสเตรเลียขอขอบคุณและขอแสดงความชื่นชมรัฐบาลไทยสำหรับการตัดสินใจครั้งนี้ พร้อมยืนยันว่า ออสเตรเลียให้ความเคารพต่อกระบวนการทางกฎหมาย และขอชื่นชมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างลุล่วง ทั้งนี้ยอมรับว่า กรณีของฮาคีม  ถือเป็นประเด็นที่มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน แต่เป็นเพราะความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างออสเตรเลียกับรัฐบาลไทย และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย จึงทำให้ปัญหาระหว่างประเทศครั้งนี้ ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม ขณะที่สำนักข่าวบาห์เรนได้รายงานว่านายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีต่างประเทศ […]

สมาคมฟุตบอลออสเตรเลีย ประกาศยกเลิกเก็บตัว U23 ที่ไทย

สืบเนื่องจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้คุมตัว ฮาคีม อัล โอไรบี อายุ 25 ปี อดีตนักฟุตบอลกัปตันทีมชาติบาห์เรน จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มาที่ศาลอาญา ถนนรัชดา ตามการนัดสอบปากคำให้การ หลังอัยการสูงสุด ยื่นคำร้องขอส่งตัวนายฮาคีม ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปรับโทษที่ประเทศบาห์เรน ในข้อหาลอบวางเพลิง เผาทำลายทรัพย์สินราชการ เมื่อปี พ.ศ. 2555 โดยระหว่างที่นายฮาคีม ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวมาส่งที่ศาล เจ้าตัวมีใบหน้าเคร่งเครียด พร้อมกับตะโกนว่าตนไม่ต้องการเดินทางกลับไปยังประเทศบาห์เรน (อ่านเพิ่มเติม : อัปยศ!! สุณัย ทวิตฉะ หลังไทยตีตรวน “ฮาคีม” ประหนึ่งนักโทษ / สถานทูตออสเตรเลีย ย้ำ “ฮาคีม” ได้รับสถานะผู้ลี้ภัย วอนส่งกลับออสเตรเลีย) ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ทาง สมาคมฟุตบอลออสเตรเลีย ได้แจ้งข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ ffa.com โดยระบุว่าทีมชาติออสเตรเลียรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งจะมีโปรแกรมจะไปเข้าแคมป์เก็บตัวที่ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ได้ทำการยกเลิกกำหนดการเก็บตัวในประเทศไทย […]

โซเชียลเทียบป้ายหาเสียง “ไทย – ญี่ปุ่น” ใช้ป้ายเดียวได้หาเสียงกันทุกคน

กลายเป็นวิถีปฏิบัติในบรรยากาศการเลือกตั้งของบ้านเราไปเสียแล้ว สำหรับการทำป้ายหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ที่นำมาผูกติดกับเสาไฟฟ้า ต้นไม้บนทางเท้า จนเมื่อไม่ได้มานี้ได้กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ ถึงการที่ป้ายหาเสียงบางส่วนได้กีดขวางทางเดินของประชาชนในพื้นที่ และดูเหมือนจะยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขใดๆ จากพรรคการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ทางเพจเฟซบุ๊ก ยักษ์คิ้วท์ – Yakcute ได้โพสต์ภาพเปรียบเทียบการติดตั้งป้าหาเรื่องระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น ที่มีความแตกต่างกันมาก พร้อมทั้งระบุข้อความด้วยว่า… #หาเสียงแบบไม่ขวางทางใคร แอดชอบป้ายหาเสียงของญี่ปุ่นจัง ไม่ตั้งป้ายขวางทางเดินเลย แล้วเขาก็ใช้ป้ายเดียว แปะป้ายหาเสียงของทุกคนไปเลย ดูง่าย ประหยัดพื้นที่ ไม่เปลืองวัสดุ เป็นระเบียบ เป็นวิธีง่ายๆ แต่สะท้อนความ ‘ใส่ใจ’ ที่มีต่อประชาชนคนเลือกตั้งอย่างเราได้ดีทีเดียว อยากให้บ้านเราทำมั่งจัง #เห็นด้วยมั้ย #หาเสียงแบบไม่ขวางทางใคร แอดชอบป้ายหาเสียงของญี่ปุ่นจังไม่ตั้งป้ายขวางทางเดินเลยแล้วเขาก็ใช้ป้ายเดียว… โพสต์โดย ยักษ์คิ้วท์ – Yakcute เมื่อ วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2019

“นักเตะ – สโมสรฯ” แห่ติด #SaveHakeem วอนไทยปล่อยตัว “ฮาคีม” กลับออสเตรเลีย

สืบเนื่องจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้คุมตัว ฮาคีม อัล โอไรบี อายุ 25 ปี อดีตนักฟุตบอลกัปตันทีมชาติบาห์เรน จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มาที่ศาลอาญา ถนนรัชดา ตามการนัดสอบปากคำให้การ หลังอัยการสูงสุด ยื่นคำร้องขอส่งตัวนายฮาคีม ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปรับโทษที่ประเทศบาห์เรน ในข้อหาลอบวางเพลิง เผาทำลายทรัพย์สินราชการ เมื่อปี พ.ศ. 2555 โดยระหว่างที่นายฮาคีม ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวมาส่งที่ศาล เจ้าตัวมีใบหน้าเคร่งเครียด พร้อมกับตะโกนว่าตนไม่ต้องการเดินทางกลับไปยังประเทศบาห์เรน (อ่านเพิ่มเติม : อัปยศ!! สุณัย ทวิตฉะ หลังไทยตีตรวน “ฮาคีม” ประหนึ่งนักโทษ / สถานทูตออสเตรเลีย ย้ำ “ฮาคีม” ได้รับสถานะผู้ลี้ภัย วอนส่งกลับออสเตรเลีย) ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ในทวิตเตอร์ได้มีกลุ่มนักเตะระดับโลกจำนวนมากทำการทวิตรูปภาพพร้อมติดแฮชแท็ก #SaveHakeem เพื่อให้กำลังใจนายฮาคีม และเรียกร้องให้ประเทศไทยปล่อยตัวอดีตนักฟุตบอลรายดังกล่าวกลับประเทศออสเตรเลีย อาทิ ดิดิเยร์ ดรอกบา (Didier Drogba) ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ […]

คิดถึงแทบขาดใจ! ‘KIM JAE JOONG’ จัดปาร์ตี้แอนด์มินิคอนเสิร์ต ฉลองวันเกิดกับแฟนคลับไทย

โฟร์วันวันฯ พาหนุ่มฮอต “คิมแจจุง” (KIM JAE JOONG) จัดปาร์ตี้แอนด์มินิคอนเสิร์ต ฉลองวันเกิดกับแฟนคลับไทย ในวันที่ 23 ก.พ. หลังไม่เจอแฟนๆ นาน 1 ปีเต็ม ท็อปฟอร์มวงการเกาหลีเกินใครสำหรับปีนี้ ต้องยกให้ บริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (Four One One Entertainment Co.,Ltd.) ของบิ๊กบอส กึ้ง เฉลิมชัย มหากิจศิริ ล่าสุด ประกาศโปรเจ็กต์ใหม่ “2019 คิมแจจุง เจ-ปาร์ตี้ แอนด์ มินิ คอนเสิร์ต อิน แบงคอก” (2019 KIM JAE JOONG J-PARTY & MINI CONCERT IN BANGKOK) ปักหมุดจองคิวเจอกันวันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 […]

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน “พายุปาบึก” จ่อเข้าไทย เฝ้าระวังภาคใต้ฝนตกหนัก

เมื่อเวลา 4.00 น. ของวันนี้ (2 ม.ค. 62) กรมอุตอนิยมวิทยา ได้รายงานความคืบหน้าของ พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 6.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.7 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวน และเคลื่อนลงอ่าวไทยในช่วงวันที่ 2-3 มกราคม 2562 โดยจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากไว้ด้วย โดยมีผลกระทบดังนี้ ในช่วงวันที่ 3-4 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 […]

เพราะทุกคนมีความฝัน จึงพยายามทำทุกอย่างให้ฝันเป็นจริง สวนโมเดิร์นสไตล์อังกฤษ ผลผลิตจากความฝัน “สวนในฝัน”

บ้านและสวน ช่วงสวนวันนี้เราอยู่กันที่ “สวนในฝัน” แน่นอนว่าทุกคนล้วนแต่อยากมีสวนสวยๆ อยู่ในบ้านใช่มั้ยล่ะครับ? และสวนที่เราพามาชมกันก็เกิดขึ้นมาจากความฝันนั้นนั่นเอง เจ้าของสวนงามแห่งนี้คือ คุณพร้อมพร มาลา และ คุณภานุรุจ มงคลบวรกิจ ซึ่งฝันมานานแล้วกับการมีสวนสไตล์อังกฤษแบบโมเดิร์นเป็นจุดผ่อนคลายให้กับทุกคนในครอบครัว เพราะสวนอังกฤษจะเน้นที่ดอกไม้ ช่วยสร้างความสดชื่นตลอดเวลาที่ได้มอง จากโจทย์ดังกล่าวจากเจ้าของบ้าน ส่งต่อแรงบันดาลใจรวมถึงการร่วมปรึกษาหารือกันกับ คุณลีลาวดี เรืองพร้อม แห่งบริษัทสวนลีลาไร่หญ้าน้องปลื้ม มาช่วยในการออกแบบดีไซน์ให้สวนสไตล์อังกฤษแห่งนี้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ด้วยความที่สภาพอากาศเมืองไทยจะต่างจากอังกฤษ์ ทำให้การจัดการเรื่องดูแลรดน้ำต่างๆ ค่อนข้างจะยากนิดหนึ่ง ดังนั้นก็เลยต้องมีการปรับเปลี่ยนบางส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับบ้านเรานั่นเอง โจทย์ที่มาจากความฝันจากเจ้าของบ้านอีกอย่างหนึ่งก็คือ “บ้านต้นไม้” แน่นอนเป็นเรื่องจริงที่วัยเด็กพวกเราล้วนอยากมีบ้านต้นไม้ แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่างอาจจะไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนดัดแปลงเพื่อให้ความฝันในอดีตเป็นจริงขึ้นมา เช่นเดียวกันครับบ้านต้นไม้ที่เกิดจากไอเดียแรกเริ่ม ผสมผสานกับการออกแบบในยุคสมัยใหม่ ทำให้ออกมาเป็นพื้นที่พักผ่อนของครอบครัว ที่ไม่สูงหรืออันตรายกับเด็กๆ สามารถเล่นซนกันได้ สวยงามและดูน่ารักอย่างที่ตั้งใจไว้เลยล่ะครับ ศึกษาหาแรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้านได้ในรายการ บ้านและสวน ทุกวันอาทิตย์ เวลา 9.30 น. ทางช่องอมรินทร์ทีวี ช่อง 34

keyboard_arrow_up